สัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่สองของปีนี้มีเป้าหมายที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จ ทุกก้าวมีความหมาย และในที่สุดก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้อย่างน่าภูมิใจ
เริ่มต้นด้วยเป้าหมายระยะทางวิ่งในเดือนนี้ที่สองร้อยกิโลเมตร ไม่ว่าจะวิ่งตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ต่างมีความสำคัญทั้งนั้นเพราะหากแม้จะพลาดไปเพียงครั้งหรือสองครั้งอาจจะไปไม่ถึงเป้าหมายนี้ได้
ตามมาด้วยหมุดหลักสำคัญของการสะสมระยะทางที่สี่พันกิโลเมตร การจะคิดเพียงวิ่งให้ได้เป้าหมายของเดือนแล้วหยุดพัก ก็จะทำให้เป้าหมายสำคัญนี้ไม่สำเร็จไปด้วย
และในที่สุดก็สามารถบรรลุทั้งสองเป้าหมาย
เรื่องราวหมุดหลักสำคัญที่สี่พันกิโลเมตรจะเขียนเป็นบทความใหญ่ต่อไป เพราะมีหลายเรื่องที่น่าสนใจสมควรบันทึกเอาไว้
ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าชัดเจนในทันทีว่าไม่หนีแปดสิบเก้ากิโลกรัมไปไหนเลย หลังจากที่สามารถเก็บระยะทางถึงสี่พันกิโลได้สำเร็จในรอบเย็นของวันพฤหัส หลังจากที่ไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่มารอเปลี่ยน ความกังวลต่อรองเท้าคู่ใหม่นี้เองที่ส่งผล
ในวันศุกร์เป็นวันที่ให้รางวัลกับตัวเองหลังจากทำได้สำเร็จ จึงหยุดพักการวิ่งหนึ่งวันให้กล้ามเนื้อน่องได้ผ่อนคลายเสียบ้าง เอาเข้าจริงความวิตกกังวลต่อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่กลับส่งผลแทน ผลต่อจิตใจครั้งนี้จึงถูกกลไกอัตโนมัติพยายามเข้าบำบัดด้วยการกิน ท้องไส้หิวโหยตลอดเวลา เติมอะไรใส่ปากได้ไม่นานก็ออกอาการหิวอีก
เช้านี้ต้องบอกกับตัวเองอย่างจริงจังแล้วว่า “ปล่อยตัวปล่อยใจไปสองเดือนแล้วนะ” ถึงเวลาเดินหน้าใส่ใจเรื่องลดน้ำหนักอย่างจริงจังได้แล้ว
เป้าหมายต่อไปจากนี้คือวิ่งให้ได้เดือนละสองร้อยกิโลและมุ่งมั่นควบคุมอาหารการกินอย่างจริงจังเพื่อให้น้ำหนักตัวลดลงเสียที
ลดให้เหลือแปดสิบห้ากิโลให้ได้ในเร็ววันก็แล้วกัน

