สารพัดเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์นี้จนทำให้ได้ออกวิ่งเพียงแค่วันเริ่มต้นวันเดียว
แถมวันที่ได้วิ่งเป็นวันที่อดล้างพิษแบบหนึ่งวันเสียด้วย แน่นอนว่าวันจันทร์รุ่งขึ้นจะต้องสิ้นสุดการอดและไม่ได้วิ่งอีกวัน วันต่อมาก็ต้องออกไปทำงานข้างนอก วันพุธเช้าก็พักร่างกายและออกไปทำภารกิจของครอบครัว
วันพฤหัสเป็นวันสารทไหว้บะจ่าง ก็ต้องตื่นขึ้นมาตั้งโต๊ะไหว้พ่อแต่เช้า วันรุ่นขึ้นไหว้อากุง เพราะถือเอาวันหลังไหว้บะจ่างหนึ่งวันเป็นวันตายของอากุง
หลังจากกินบะจ่างตั้งแต่เที่ยงๆ วันพุธ วันต่อๆ มาก็เริ่มมีอาการเกาต์กำเริบ แม้ไม่มากแต่ก็ทำให้ข้อหัวแม่เท้าซ้ายเจ็บและแดงแต่ไม่บวม อย่างไรก็ยังไม่พร้อมสำหรับการวิ่ง
ผลก็คือสัปดาห์นี้ได้วิ่งเพียงแปดกิโลกว่า
แถมวันนี้ครบเดือนพฤษภาคมพอดิบพอดี จึงสรุปรวมระยะทางสะสมของเดือนไปในทีเดียว พลาดเป้าไม่ถึงร้อยห้าสิบกิโลจนได้
น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องขึ้นแน่นอน นอกจากไม่ได้วิ่งออกกำลังแล้ว ยังมีบะจ่างสูตรประจำตระกูลและจากญาติมิตรเข้ามาช่วยเสริม การกินข้าวเหนียวจะอ้วนง่ายกว่ากินเข้าวจ้าวหากไม่ได้ออกแรงเลย ชั่งเช้านี้จึงขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลครึ่งเรียบร้อยแล้ว
แม้จะได้อดล้างพิษหนึ่งวันไป แต่มื้อดึกยังคงวนเวียนอยู่อีกเหมือนมีอาการเสพติด พยายามควบคุมการกินอาหารทุกมื้อไม่ให้มากเกินไปอยู่เหมือนกันแต่น้ำหนักก็ยังคงขึ้นอยู่ดี
กำลังคิดว่าจะเสริมด้วยการสวนกาแฟล้างพิษเสียด้วยจะดีไหมนี่

