หลังจากพักผ่อนและพักรักษาตัวจากอาการเจ็บข้ออีกครั้งนานนับสัปดาห์ ก็จำเป็นอยู่เองที่ต้องตั้งใจลุกขึ้นพยายามวิ่งให้ได้อีกครั้ง
เช้าวันพุธสัปดาห์นี้ตื่นขึ้นก่อนเวลาเสียด้วย ต่างจากเช้าวันพุธทั่วไปที่เช้านี้ไม่มีอาการเมื้อยล้าหลงเหลือจากวันวานมากนัก จะบอกว่าไม่มีเลยก็คงไม่ผิดเสียทีเดียว และเช้านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามครั้งใหม่
แผนการวิ่งสำหรับคนที่ต้องหยุดวิ่งไปนานก็ต้องเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมให้มากนัก จึงคิดที่จะแบ่งการวิ่งในหนึ่งวันเป็นสองรอบอีกครั้ง รอบเช้าตามปกติและรอบเย็นราวๆ สี่โมงถึงห้าโมงเย็น
นอกจากนี้ยังเริ่มเป้าหมายการวิ่งไว้เพียงแค่ห้ากิโลเมตรต่อครั้งก่อน หากสามารถวิ่งได้จนถึงเช้าวันเสาร์ก็น่าจะได้ไม่น้อยกว่าสามสิบกิโล และผลก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
แต่การวิ่งตอนเย็นยังส่งผลเสียอยู่เหมือนเดิมคือทำให้ส้นเท้าล้ากว่าการวิ่งเพียงรอบเดียวในหนึ่งวัน อีกทั้งมื้อเย็นกลับต้องการอาหารมากขึ้นเสียอีก เย็นวันศุกร์แทบแย่กว่าจะเข้านอน
น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลตามปกติ แม้กลางสัปดาห์จะมีบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นมื้อใหญ่ที่นั่งละเลียดอาหารมากมายอยู่นานเกือนสองชั่วโมง กระเพาะยังไม่ถึงกับครากแต่ก็อื่มเป็นพิเศษจริงๆ
ดีที่วิ่งเอาไว้ก่อนในตอนเช้า และตลอดสัปดาห์ก็วิ่งได้มากตามที่ตั้งใจก็คงเป็นจุดเริ่มต้นความพยายามครั้งใหม่อย่างน่าภูมิใจ
แผนต่อไปคงพยายามวิ่งวันละหนึ่งรอบ รอบละราวๆ เจ็ดร้อยแคลอรี่เหมือนอย่างเคยให้ได้ จะได้ไม่ต้องกังวลกับการวิ่งรอบบ่ายที่อาจกระทบกับตารางเวลาสำหรับกิจการอื่นๆ
