สัปดาห์นี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี เช้าวันอาทิตย์ก็สามารถวิ่งได้เต็มระยะทางอย่างที่ตั้งใจ จากนั้นก็ใช้เวลาทั้งวันนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทำงานมากมายจนตาแทบเหล่
เช้าวันจันทร์ก็เกิดเหตุให้ต้องเอาเวลาไปซ่อมและทำความสะอาดพัดลมตลอดช่วงเช้าจนไม่เป็นอันได้วิ่งอีกแล้ว พอกลับมานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้สักระยะก็เริ่มปวดหัว น่าจะเป็นเพราะใช้สายตามาเกินไปก็เป็นได้
วันรุ่งขึ้นออกไปทำงานนอกบ้านพร้อมกับอาการมึนๆ ที่ยังไม่หมดไปแม้จะตั้งใจเข้านอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดคืน ระหว่างวันที่ทำงานก็มีอาการปวดหัวอยู่บ้างแต่ก็ต้องตั้งสติทำงานต่อไปจนสำเร็จเสร็จสิ้น ปัญหามาเกิดเอาตอนค่ำที่ตบะแตกอย่างที่ควบคุมไม่อยู่ แทนที่จะพักผ่อนกลับตั้งหน้าตั้งตาหาของกินจากตู้กับเข้าใส่ปาก เพื่อตอบสนองสัญญาณจากร่างกายที่ส่งออกมาเรื่อยๆ ว่าเหนื่อยกับงานวันนี้มาก ขอกินอะไรชดชเยเสียหน่อย
เช้าขึ้นมาจึงได้อาการสลึมสลือไม่สดชื่นเป็นการตอบแทนในทันที ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแล้วว่าการกินอะไรก่อนนอนจะทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนตอนกลางคืนอย่างเต็มที่และจะมีปัญหาตามมาเมื่อตอนตื่นนอน ไม่ได้วิ่งอีกหนึ่งวัน
วันพฤหัส พอจะออกวิ่งตอนเช้าให้เหมือนเดิมก็มีสายฝนโปรยลงมาไล่ พยายามฝืนวิ่งต่อไปแต่ความหนักเห็นทีจะเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจว่าคงต้องหยุดโดยเร็ว วิ่งได้เพียงสองกิโลเท่านั้น พอหยุดวิ่งได้ไม่นานฝนก็หยุดตาม แต่สิ่งที่ยังอยู่ตลอดวันคืออาการไม่สดชื่นที่ยังคงตามมาหลอกหลอนอยู่ และเริ่มมีอาการแปลกๆ ที่ใต้ราวนมด้านขวาจนถึงแถวๆ ขายโครง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรทั้งๆ ที่ดูเหมือนอาการนี้จะหายไปได้สักพัก แต่ก็ยังกลับมาอีก หัวก็ตื่อๆ ตลอดวัน
จนเช้าต่อมาถึงได้ออกวิ่งจนเต็มระยะอีกครั้ง ทุลักทุเลเป็นอย่างยิ่ง ร่างกายก็ยังไม่สดชื่นอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ฝืนวิ่งได้เพื่อสังเกตร่างกาย เช้าวันเสาร์ก็ยังไม่แตกต่าง จนสะสมระยะทางได้น้อยไปหน่อยอย่างนี้
แต่ก็ได้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้นานแล้วเหมือนกันว่าสัปดาห์นี้จะได้อดล้างพิษอีกครั้ง เช้านี้เดินขึนตาชั่งได้ผลอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีก บ่ายเมื่อวานก็ยังไม่ยอมยั้งปากเพราะคิดว่าอาการเจ็บหน้าอกด้านขวาคงหายแล้ว ที่ไหนได้พอตกเย็นก็กลับมาอีก
ตลอดทั้งวันนี้ที่ต้องกินเพียงแอปเปิ้ลอย่างเดียวแทนอาหาร ก็มีชาหญ้าหนวดแมวเป็นเครื่องเคียง อาการเสียดหน้าอกขวาก็ยังไม่หมดไปสนิท การวิ่งใช้เช้าวันอดโดยไม่มีอะไรรองท้องเหมือนปกติยิ่งเพิ่มความยากลำบากในการวิ่งเข้าไปอีก ดีที่ยังสามารถลากไปจนเสร็จได้
ยังคงต้องสังเกตอาการอีกหน่อยว่าอาการเสียดเจ็บแบบนี้เป็นเพราะอะไร ปัจจัยน่าสงสัยแรกๆ ก็คือชนิดของอาหารการกิน ตามมาด้วยปริมาณและเวลาที่กิน ใจหนึ่งก็ยังเชื่อว่าธรรมชาติจะสามารถบำบัดอาการนี้ได้ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดหวังพึ่งการแพทย์สมัยใหม่รักษาให้หายไปโดยเร็ว
