หลังจากออกวิ่งก่อนเริ่มอดล้างพิษหนึ่งวันในวันอาทิตย์เริ่มต้นของสัปดาห์ วันรุ่งขึ้นก็ต้องพักเพื่อทำตามขั้นตอนในการออกจากการอดล้างพิษ
ส่วนวันอังคารก็ออกไปทำงานข้างนอกตามเคย วันรุ่งขึ้นกลับมีอาการล้าจนขอหยุดวิ่งเสียอีกหนึ่งวัน
วันที่เหลือของสัปดาห์จึงต้องคำนวณระยะทางเพื่อวางแผนการวิ่งอย่างระมัดระวัง เพราะไม่เพียงจะหมดสัปดาห์ แต่กำลังจะหมดเดือนมิถุนายนอีกด้วย สมควรจะให้เป้าหมายระยะทางหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรของเดือนนี้เป็นไปตามที่ตั้งใจ
แต่เอาเข้าจริงก็ยังสามารถวิ่งได้เพียงวันละแปดกิโลกว่านิดหน่อย เพราะขณะบางวันที่วิ่ง หากว่าลมสงบ ควันรถโดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์จะลอยเข้ามารบกวนการวิ่งอย่างแรง ขณะที่ร่างกายต้องการออกซิเจนมากเป็นพิเศษหากได้ควันรถเข้าไปแทนมิกลายเป็นวิ่งเพื่อทำลายสุขภาพตัวเองไปแล้วหรือ
แต่แม้จะหยุดวิ่งไปถึงสามวันก็ยังคงสะสมระยะทางได้พอสมควร
ส่วนน้ำหนักที่ชั่งเมื่อเช้าปรากฏตัวเลขแปดสิบแปดกิโลให้เห็นอีกครั้ง เรื่องนี้มีเบื้องหลังนิดหน่อย
ระหว่างสัปดาห์ยังคงเฝ้าสังเกตอาการแปลกๆ ที่ใต้ราวนมด้านขวาอยู่ สงสัยว่าจะเป็นอาการของกรดไหลย้อนหรือเปล่าจึงพยายามควบคุมการกินตอนเย็นไปจนถึงก่อนนอนเป็นพิเศษ
ผลที่ได้เป็นลำดับแรกคือสามารถตื่นเข้าได้โดยไม่งัวเงียปวดหัวอีก แต่อาการที่ติดตามยังพอมีอยู่บ้าง จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตัดสินใจว่าคงต้องเปลี่ยนแปลงมื้อเย็นหลังจากลูกเดือยต้มที่นิยมกินตอนเย็นหมดไป
ตั้งใจถึงขั้นจะงดมื้อเย็นไปเลย แต่หากมีอาการหิวรบกวนอย่างหนักอาจถึงขั้นตบะแตกได้อีก อาจเปลี่ยนไปกินผลไม้เพื่อให้ท้องไม่ต้องทำงานหนักมาก เริ่มต้นที่เย็นวานนี้เลยได้เห็นผลในการขึ้นชั่งน้ำหนักในเช้านี้ทันที เดินขึ้นลงอยู่ถึงสามรอบก็ยังได้ผลเหมือนเดิม สงสัยต้องเดินตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัดก็เป็นได้
