เช้านี้สะดุ้งตื่นตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ เมื่อคืนนอนแต่หัวค่ำเพราะเหนื่อยล้าจากการตัดต้นมะม่วง ที่สะดุ้งตื่นง่ายอาจจะเพราะร่างกายได้นอนพอแล้วหรือเปล่าไม่ทราบ แต่เสียงของรถเก็บขยะที่มาตอนนั้นดังพอที่จะช่วยปลุกได้ พอตื่นแล้วก็นอนต่อตอนนั้นไม่หลับ ประจวบกับข้าศึกมาจ่อที่ประตูเมืองแล้ว
พลิกตัวอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำดีกว่า ปลดทุกข์ออกไป จากนั้นก็เดินขึ้นตาชั่งได้ความว่าขึ้นไปอยู่ที่เก้าสิบห้าครึ่งเฉยเลย เฮ้อ…เมื่อวานเหนื่อย ก็เลยสวาปามตอนเย็นมากไปหรือเปล่า สงสัยตะหงิดๆ อยู่
นั่งไปนั่งมาสักพักก็เอนหลังลงไปอีกครั้งเพราะยังพอมีเวลา ตื่นมาอีกทีใกล้จะหกโมงเช้าออกไปทำกิจธุระให้เรียบร้อย เข้าบ้านมาก็พร้อมเข้าห้องน้ำอีกครั้ง พร้อมหนังสือพิมพ์ประจำวัน เสร็จแล้วก็เดินขึ้นตาชั่งอีกครั้ง อยากรู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ถ่ายท้องออกไปราวๆ ครึ่งกิโลได้ มีอย่างนี้ด้วย
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เริ่มออกกำลังตั้งแต่วันอังคาร พร้อมเจ้า iPod ที่เพิ่ง burn in ผ่านไป เริ่มจากเดินบนเครื่องออกกำลังสิบนาทีเพราะเครื่องหนักมาก จากนั้นก็ไปเดินอยู่ที่ลานหน้าบ้านอีกสามสิบนาที ลมพัดเอื่อยๆ ทำให้เหงื่อไม่เปียกเสื้อ แต่หัวใจเต้นขึ้นไปถึงหนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที วัดเมื่อเดินเสร็จ ก็น่าจะได้อะไรบ้าง
จากนั้นก็ไปต่อด้วยลุกนั่งหรือ sit up เป็นชุดละยี่สิบครั้ง สองชุด มีพักระหว่างชุดบ้าง พอเสร็จก็ถอดถุงเท้ารองเท้าออก เพื่อไปนั่งยกน้ำหนักขนาดลูกละหกกิโล เริ่มที่แขนขวาแล้วสลับมาแขนซ้าย ชุดละสิบสองครั้ง ติดต่อกันห้าชุด รวมกันก็ได้หกสิบครั้ง เป้าหมายอยู่ที่ลุกนั่งชุดละสามสิบ สองชุด ส่วนยกน้ำหนักชุดละสิบสอง สิบชุด อย่างที่เคยทำได้มาก่อน สักปีสองปีที่แล้วนั่น
แต่ทำไมน้ำหนักยังไม่ลงให้เห็นเนื้อเห็นหนังบ้างเลย ทั้งๆ ที่พยายามคุมอาหารประจำมื้อไปด้วยแล้ว สงสัยเตาเผาพลังงานในต้วยังจุดไม่ติด คงต้องดูไปอีกสักระยะหนึ่ง ดูความเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆ ตามไปด้วย
ตลอดวันนี้ก็เข้าคอร์ส ‘อดล้างพิษ หนึ่งวัน’ ด้วยการกินมะละกอเพียงอย่างเดียว คงไม่ช่วยให้ขนาดของกระเพาะเล็กลงไปกว่านี้ แต่ก็คงช่วยล้างพิษได้บ้าง ระหว่างวันจิตใจก็วิ่งตามหาอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์อยู่เรื่อยๆ อืม…จะทนได้ขนาดไหนกันนี่