ขอบคุณพี่ ทม 6578 กะดึก

แม่ผมสอนก่อนจะเข้ามาทำงานในกรุงเทพว่า “เข้าไปทำงานในกรุงเทพต้องพบกับผู้คนมากมาย จะพูดจะจาอะำไรก็ให้เกรงใจคนที่โง่กว่าเราบ้างนะ

เป็นการทิ้งท้ายบทสนทนาที่มีมาตลอดเกือบหนึ่งชั่วโมงบนถนนช่วงสั้นๆ แต่ใช้เวลาเดินทางยาวนาน ราวกับผู้คนมากมายจากไหนไม่รู้นัดกันมาสัญจรบนถนนสายนี้ร่วมกัน

ผมเกือบจะไม่ได้ใช้บริการรถแท็กซี่คันนี้แต่แรกแล้ว แต่แม่ผมปรี่ขึ้นไปนั่งแถมยืนยันกับพี่โชเฟอร์ว่าไม่ต้องห่วงรถไม่ติดแน่นอน รถเคลื่อนจากรพ. รามาธิบดีมาติดอยู่หน้าสวนจิตรลดา พี่โชเฟอร์ก็เริ่มบทสนทนาว่าประทับใจแม่ผมนัก ใจหนึ่งไม่อยากรับมาทางนี้ แต่จะบอกปฏิเสธแล้วให้ลงรถไปเลยก็เกรงใจ เสียงหัวเราะระคน บทสนทนาพรั่งพรู กำแพงระหว่างกันพังทลาย

ผมชอบคุยกับคนขับรถเพราะอยากรับแบ่งประสบการณ์มาบ้าง เป็นการเรียนรู้ทางอ้อม เย็นวันนี้ แม้การจราจรจะสาหัสเพียงใด เวลาล่วงเลยไปรวดเร็วแค่ไหน กลับรู้สึกผ่อนคลายตลอดทางก็ด้วยได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างดี

มีหลายคำพูดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินจากคนที่เรียนมาน้อยแต่หัวใจบริการล้นเปี่ยม จิตสำนึกของการเป็นคนดีของสังคมสูงกว่าคนที่มีคะแนนนิยมหลายคนยิ่งนัก

จนมาได้คำสอนระดับปรัญชาข้างต้นนั้น หากจะละเลยไม่บันทึกไว้ก็หมายความว่าการสนทนามาตลอดทางนั้นมันหาค่าอะไรไม่ได้เสียอย่างนั้น

นั่นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของการสนทนา และนี่เป็นโชเฟอร์แท็กซี่ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยสัมผัสมา

ขอบคุณที่รับผมและแม่มาส่งที่บ้าน ขอบคุณที่มุ่งมั่นทำงานบริการอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีในตัวอย่างที่สุด ขอบคุณที่เป็นคนดีของสังคมอย่างแท้จริง

ขอบคุณมากครับพี่ ทม 6578 กะดึก

ความกล้าหาญคือ…

“Courage is what it takes to stand up and speak; courage is also what it takes to sit down and listen”

– Winston Churchill

“ความกล้าไม่ใช่แค่กล้ายืนขึ้นพูดเท่านั้น แต่ต้องกล้าที่จะนั่งลงและรับฟังด้วย”

– วินสตัน เชอร์ชิล

ขอบคุณคุณ ซิคเว่ เบรคเก้ ที่เขียนบทความมาให้อ่านวันนี้

จากบทความ Quote of the day โดย ซิคเว่ เบรคเก้ จุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ 20 ต.ค. 49

ทศชาติชาดก

ขอจดเอาไว้ใช้ศึกษาต่อไปในอนาคต

ทศชาติชาดก
1. พระเตมีย์ – เนกขมบารมี
2. พระมหาชนก – วิริยะบารมี
3. พระสุวรรณสาม – เมตตาบารมี
4. พระเนมิราช – อธิฐานบารมี
5. พระมโหสถ – ปัญญาบารมี
6. พระภูริทัต – ศีลบารมี
7. พระจันทรกุมาร – ขันติบารมี
8. พระพรหมนารท – อุเบกขาบารมี
9. พระวิฑูรบัณฑิต – สัจจะบารมี
10. พระเวสสันดร – ทานบารมี

ความสำคัญของหนังสือ

ขออัญเชิญพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๓ เมื่อ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓ ณ หอประชุมคุรุสภา ตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า ประเทศไทยมีประชาชนจำนวนมากเห็นคุณค่าของหนังสือ ใฝ่ใจศึกษาหาความรู้และแนวคิด แล้วนำสิ่งที่ดีงามเป็นประโยชน์จากหนังสือซึ่งเป็นที่รวมแหล่งสรรพวิชาการทั้งปวงมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ประเทศนั้นย่อมจะมีแต่ความรุ่งเรืองวัฒนา เพราะทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ คือประชาชน การที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้จะต้องมีองค์ประกอบคือ ประชาชนมีนิสัยรักการอ่าน และใช้สิ่งที่ได้จากการอ่านให้เป็นประโยชน์ ทั้งในด้านการพัฒนาความคิด วางแผนและลงมือกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม และมีหนังสือดีๆ เป็นจำนวนมากพอ…

ข้าพเจ้าหวังให้ประชาชนคนไทยส่วนมาก หรือทั่วประเทศเห็นความสำคัญของหนังสือและสนใจอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้เป็นประจำ แล้วนำไปคิดไปปฏิบัติ อันจะช่วยให้ประเทศของเราพัฒนายิ่งๆ ขึ้นทุกด้าน”

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา ๑๒๓๐๖ พัฒนาการวรรณคดีไทย
หน่วยที่ ๑๔ ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการของวรรณคดีไทย
ตอนที่ ๑๔.๔ การส่งเสริมการแพร่ขยายของวรรณคดีไทยและวรรณกรรมร่วมสมัย (ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองถึงปัจจุบัน)
เรื่องที่ ๑๔.๔.๑ การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมร่วมสมัยในสถาบันการศึกษา
หน้า ๙๓๘
ISBN 974-313-313-6

เอาเป็นว่าคุมอาหารทั้งสามมื้อจะดีกว่า

เป็นไปตามหลักแห่งอิทัปปัจยตา “เพราะเหตุอย่างนี้อย่างนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น” การก้าวลงจากตาชั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช้านี้จึงเต็มไปด้วยความหดหู่

เหตุของความหดหู่นั้นเกิดจากเข็มของตาชั่งที่ดีดขึ้นอย่างแรงไปแล้วหยุดนิ่งอยู่ที่เก้าสิบหกกิโล เหตุของการดีดตัวอย่างนั้นก็เพราะความคะนองในการบริโภคที่ผ่านมาในสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง

อะไรจะขนาดนั้น จากเก้าสิบสี่เป็นเก้าสิบหก สองกิโลภายในหนึ่งสัปดาห์ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ความเพราะความประมาทที่เกิดขึ้นหลังจากชั่งน้ำหนักครั้งที่แล้ว กว่าจะรู้ตัวก็คืนวันพฤหัสแล้ว รู้ตัวระคนมึนงงอย่างแรงว่าทำอะไรลงไป

เหมือนกำลังหลอกตัวเองให้กินเพียงครึ่งอิ่ม แต่ครึ่งอิ่มนั้นดูแทบไม่ต่างไปจากหนึ่งอิ่มที่เคยผ่านมา นั่นเป็นสาเหตุหนึ่ง

จะต้องมีความคึกคะนองอะไรที่ยังนึกไม่ออกอีกแน่นอน จึงทำให้หันกลับไปเสพความสุขด้วยการหม่ำเช่นนั้นอีก

คิดไปก็หดหู่ อย่าเป็นนานนักหล่ะ เดี๋ยวจะพาออกทะเลไปไกล

หลังจากก้าวลงจากตาชั่งเช้านี้ กิเลสชักนำไปถึงตัวช่วยสำหรับลดน้ำหนักมากมายในบัดดล ก็แน่หล่ะ อีกเพียงสองสัปดาห์ก็จะสอบไล่ภาค 1/2549 แล้ว กางเกงขายาวจะยังใส่ได้อยู่หรือเปล่า ก็ยังไม่ได้ลองเลย ในวันสองวันนี้คงต้องรีบลองให้รู้กันไป

เพิ่งนึกได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อวันพฤหัสนั่นแหละ อยู่ๆ ก็เกิดอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลอย่างหนัก ก็อาการแพ้อากาศกำเริบอีก ที่ไหนได้นอกจากจะไม่เป็นอันอ่านหนังสือแล้ว ยังเกิดสนุกปาก กินแก้เครียดไปจนต้องมาเครียดวันนี้แทนเสียอย่างนั้น

สมองเช้านี้ก็พาจะให้งดอาหารเย็นเสียให้ได้ เอาเป็นว่าคุมอาหารทั้งสามมื้อให้เข้าที่เข้าทางจะดีกว่า และที่สำคัญต้องยึดโต๊ะอาหารเป็นที่ตั้ง ไม่กินอะไรจุบจิบนอกมื้อนอกโต๊ะอาหารอีก จงหนักแน่นเพื่อผลของความสำเร็จอย่างแท้จริง

มิฉะนั้นความพยายามที่จะเปลี่ยนชีวิตครั้งนี้ ก็คงทำได้เพิ่มจำนวนครั้งของความล้มเหลวในชีวิตขึ้นอีกครั้ง

a silent scream from inside.