วันนี้ที่สยามพารากอน

ไม่ได้จะมานำเที่ยวดูปลาในตู้กระจกหรือจะพาไปแนะนำร้านค้ามากมายที่ยังไม่เปิดแต่อย่างใด ว่าแต่ซูเปอร์มาเก็ตที่ฝังตัวอยู่หลังศูนย์อาหารที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนนั้นบอกได้คำเดียวว่า “เลิศสะแมนแตน” จริงๆ ครับ

แต่นั่นเป็นผลพลอยได้ครับ เพราะจุดหมายปลายทางของวันนี้ก็คือแวะไปดูโชว์รูมของ BOSE ที่พอไปถึงก็ไม่ค่อยจะกล้าเข้าไปเท่าไหร่ เพราะเขาแต่งร้านเหมือนห้องลองฟังมากกว่า และอีกเป้าหมายอีกที่คือต้องการไปต่ออายุนิตยสารชีวจิตที่ร้านนายอินทร์ก็สำเร็จไปด้วดี

และที่จะแนะนำวันนี้ก็คือร้านหนังสือคิโนะคูนิยะ แวบแรกที่มองเห็นหน้าร้านไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าจะมีหนังสือมากมายขนาดนี้ นอกจากร้านดีเคบุ๊กส์ที่ปิดตัวไปในเวลาอันสั้นตั้งนานแล้วที่ซีคอนสแควร์หลายปีก่อนแล้วก็ไม่เคยได้เข้าร้านหนังสือที่มีหนังสือมากขนาดนี้เลย คุ้มค่ากับความตั้งใจจริงๆ ครับ

เดินไปเดินมาอยู่เกือบชั่วโมงก็เดินมาถึงหมวดจิตวิทยา และได้พบกับผลงานชิ้นเอกของบิดาแห่งจิตวิทยาสมัยใหม่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เจ้าของทฤษฎีที่ว่าด้วย id Ego และ Super Ego ผลงานชิ้นนั้นก็คือ The Interpretation of Dreams

intrptnofdreams.jpg

เป็นหนังสือที่ผมตามหามานาน เล่มนี้เป็นการแปลใหม่อีกครั้งโดยจ๊อยซ์ คริ้ก จากต้นฉบับดั้งเดิมของฟรอยด์ และมีประโยคหนึ่งที่บอกไว้อย่างน่าสนใจบนปกหลังว่าการแปลครั้งนี้จะไม่มีคำศัพท์เฉพาะที่เข้าใจยากหรือแม้แต่สำนวนของภาษายุควิคตอเรียที่เคยอยู่ในงานแปลครั้งก่อนของผู้แปลอีกท่านหนึ่งและอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ไม่ยากนักก็คือราคาที่ตั้งไว้เพียง 250 บาท ถูกมากเมื่อเทียบกับงานแปลของผู้แปลคนอื่นอีกสองเล่มที่วางอยู่ใกล้ๆ กันนั่นเอง

นอกจากนั้นยังมีหนังสือของฟรอยด์อีกหลายเล่ม หวังว่าจะได้อ่านในอนาคต รวมไปถึงหนังสือของฟริตจ็อบ คาปรา และศาสตราจารย์ริชาร์ด ฟายน์แมนในหมวดฟิสิกส์อีกด้วย

ขอบคุณพี่ Sport Rider

เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ไม่รอช้าที่จะบันทึกขอบคุณพี่คนขับ Sport Rider คันนั้น

หลังมื้อกลางวันนี้ก็ตกลงกันว่าจะหาที่เดินย่อยอาหารสักนิด จึงมุ่งหน้าไปกลับรถที่ใต้สะพานพระราม ๕ เพื่อตรงไปยังติวานนท์ หลังกลับรถมาตั้งลำสำเร็จ พี่ Sport Rider คันนี้ก็เพิ่งเลี้ยวขวามาจากพิบูลสงครามพอดีเหมือนกัน จึงชลอรถและเปิดไฟเลี้ยวซ้ายไว้

ทั้งๆ ที่โดยมารยาทแล้วเราต้องรอให้เขาไปก่อน เราชลอ พี่เขาก็ชลอเหมือนกัน เป็นอันเข้าใจว่าพี่เขาให้ทางแล้ว จึงเบนรถออกทางซ้าย และยกมือส่งสัญญาณขอบคุณไป ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเห็นหรือเปล่า

น้ำใจบนท้องถนนแม้จะหายากหน่อยในยามนี้แต่ก็ไม่ถึงกับเหือดแห้งไปจนหมดแล้ว และใครที่มักก่นด่าผู้หญิงว่าขับรถไม่ได้เรื่อง ผมไม่เคยเห็นด้วยกับข้อนี้อยู่แล้ว

ขอบคุณพี่ Sport Rider อีกครั้งครับ

คนโลภ

ได้ฟังเพลงนี้จากรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 12 วันนี้ทางวิทยุ จริงแล้วผู้ชมจะได้ชมเป็นมิวสิควิดีโอ แต่ไม่เป็นไร ฟังดนตรีของเพลงนี้แล้วแปลกที่สุดตั้งแต่ฟังพี่แอ๊ด คาราบาวมา

tune ของเพลงเป็น fusion jazz เสียด้วย

คนโลภ
อัลบั้ม ซึม เศร้า เหงา แฮ้งก์

ทำไมต้องได้ทุกสิ่งที่ตาเห็น ทำไมต้องเล่นทุกเกมด้วยเล่ห์กล
ทำไมใส่โซ่รัดร้อยคอหอยคน หรือเป็นความสุขล้นทะลักใจ
ทำไมต้องได้ทุกอย่างเหนือใครเขา ทำไมต้องเอามากกว่าที่ต้องใช้
เป็นเหมือนโจรชิงปล้นแล้วจากไป เหลือทิ้งไว้ร่องรอยของการทำลาย
เป็นเพราะพ่อแม่สั่งสอนชี้วิธีการ หรือเป็นสันดานที่ติดตัวเฉพาะตน
อิ่มหมีพีมันด้วยเชิงชั้นทุรชน เหยียบย่ำร่างที่ร่วงหล่นเป็นรายทาง
เพื่อเมีย เพื่อลูกครอบครัวของตัวเอง จึงข่มเหง ฉ้อฉล และฉกฉวย
หาช่องนำอำนาจมาอำนวย ยิ่งร่ำยิ่งรวยก็ยิ่งไม่รู้จักพอ
เป็นเพราะพ่อแม่สั่งสอนชี้วิธีการ หรือเป็นสันดานที่ติดตัวเฉพาะตน
อิ่มหมีพีมันด้วยเชิงชั้นทุรชน เหยียบย่ำร่างที่ร่วงหล่นเป็นรายทาง
เพื่อเมีย เพื่อลูกครอบครัวของตัวเอง จึงข่มเหง ฉ้อฉล และฉกฉวย
หาช่องนำอำนาจมาอำนวย ยิ่งร่ำยิ่งรวยก็ยิ่งไม่รู้จักพอ
ระวังกรรมตามทัน สักวันไม่มีแผ่นดินอยู่
ระวังกรรมทันตา จะมาเมื่อไหร่ไม่รู้

เคหะคลองจั่น – ท่าเตียน

ticket006_051215.jpg

ข้างบนนั้นเป็นตั๋วรถเมล์สาย 44 ที่วิ่งจากเคหะคลองจั่น ถึง ท่าเตียน วันนี้ผมขึ้นจากนางเลิ้งไปท่าช้างเพื่อข้ามไปโรงพยาบาลศิริราชในตอนสาย พอตกบ่ายผมก็ขึ้นกลับจากท่าช้างมายังนางเลิ้งเพื่อมารับรถส่วนตัวที่ฝากไว้ให้ซ่อมประตูหลังด้านซ้ายมือ

ตั๋วทั้งสองใบนี้น่าสนใจขึ้นมาในทันทีในขากลับของผมเพราะรับจากกระเป๋ารถคนเดียวกัน

ขณะที่เร่งซอยเท้าจากท่าช้างมายังป้ายรถเมล์ด้านนอก ก็พบว่าสาย 44 คันนี้กำลังจะออกจากป้าย มิใยต้องรอคันหลังอย่างที่เที่ยวมาเมื่อสายวันนี้ด้วยเล่า จึงเคลื่อนตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปโบกรถโดยสัญชาตญาณ

รถบนถนนที่คับคั่ง บวกกับอารมณ์ใจเย็นของคนขับก็ช่วยให้ผมได้ขึ้นรถโดยไม่สะดุดปัญหาอะไร มาเอะใจก็ตอนได้นั่งในตอนหน้าของรถใกล้คนขับคล้ายเมื่อสาย เอ…รูปพระองค์นี้ที่ติดอยู่หน้ารถ พี่โชเฟอร์หัวฟูเล็กน้อย นี่มันคนเดียวกันกับรถที่นั่งมาเมื่อสายไม่ผิดแน่นอน ไม่ช้ากระเป๋า (หรือกระปี๋ดี เพราะพี่เขาเป็นผู้หญิง) ก็มาเปลี่ยนเงิน 7 บาทเป็นตั๋วโดยธรรมดาหน้าที่

สิ่งแรกที่ผมคิดในหัวก็คือนี่เป็น เดจา วู หรือเปล่า เป็นประสบการณ์ที่น่าสนุกที่ผมยังไม่เคยพบมาก่อนตั้งแต่ขึ้นรถเมล์มากว่า 20 ปีนี้ เลยเก็บเรื่องนี้มาค้นข้อมูลในคลังข้อมูลแห่งโลก ได้ความว่า

Déjà vu
The term déjà vu (French: “already seen”, also called paramnesia) describes the experience of feeling that one has witnessed or experienced a new situation previously.
The experience of déjà vu is usually accompanied by a compelling sense of familiarity, and also a sense of “eerieness” or “strangeness”. The “previous” experience is most frequently attributed to a dream, although in some cases there is a firm sense that the experience “genuinely happened” in the past.
ที่มา Wikipedia

มันไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ไม่เป็นไร

ขณะที่เตรียมสแกนรูปตั๋วรถเมล์ทั้งสองใบนี้ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 1 ขวบของหลานตัวน้อยของผม ทายาทรุ่นที่ 4 คนแรกของครอบครัวพอดิบพอดี…

a silent scream from inside.