ไม่พอเพียง ล่มแน่นอน

หมายถึงเศรษฐกิจของไทยและของคนไทย

ผมเป็นคนหนึ่งที่รับเคราะห์เต็มๆ ในวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 การประคองตัวในช่วงเวลานั้นและการปรับตัวให้อยู่ได้ในเวลาต่อมา มีผลเปลี่ยนแปลงหลักการดำเนินชีวิตผมได้อย่างสิ้นเชิง ยิ่งเมื่อได้ศึกษาปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงและทดลองปฏิบัติดู ยิ่งรู้แจ้งเห็นจริงอย่างแน่ชัดว่าประเทศไทยยังมีทางออก

เศรษฐกิจโลกวันนี้เสื่อมทรุดอีกครั้งแล้วเพราะระบอบทุนนิยมสามานย์ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นหัวขบวน ซึนามิทางเศรษฐกิจซัดเข้าฝั่งยุโรปเรียบร้อยแล้ว หากเศรษฐกิจไทยยังเอาแต่หวังผึ่งต่างชาติ หวังเพียงจะค้าขายส่งออก กินกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เห็นทีจะต้องเจ็บตัวแบบปี 2540 อีกครั้งแน่นอน

หลักเศรษฐกิจพอเพียงอธิบายว่าประเทศไทยต้องเข้าในก่อนว่าฐานทรัพยากร ฐานความรู้ความสามารถ ฐานการผลิตและการบริโภคในบ้านเรามีศักยภาพมากน้อยขนาดไหน

ต้องเข้าใจว่าวิถีชีวิตปัจจุบันนั้นสามารถพึ่งตัวเองได้มากน้อยขนาดไหน ต้องเริ่มต้นจากการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนการบริโภคจากภายนอกเป็นหลักให้เป็นบริโภคจากทรัพยาการที่เรามี บริโภคในสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ด้วยตัวเอง

จากนั้นปรับวิถีการดำเนินชีวิตให้สามารถพึ่งพาตัวเองให้ได้อย่างยั่งยืน

ไม่จำเป็นต้องสุดโต่ง แต่จำเป็นต้องพึงพิจารณาในการบริโภคอยู่เสมอ

อย่ารอให้ล้มครืนลงมาก่อนแล้วจึงคอยแต่นั่งเสียใจว่ามันเกิดความเสียหายขนาดนี้ได้อย่างไร ประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหนได้ปรากฏเป็นบทเรียนไม่รู้จบสำหรับคนไทยมานานแล้ว เหลือเพียงว่าคนไทยคนไหนจะเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองก่อนกัน

ความหวังให้มีภูมิคุ้นกันระดับชาติจากคณะรัฐมนตรีเถื่อนไร้นำ้ยาในปัจจุบันนี้เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้…เช่นนั้น

ความพยายามครั้งใหม่

หลังจากจำเป็นต้องพักเพื่อรักษาอาการข้ออักเสบ ความพยายามครั้งสำคัญคือกลับมาวิ่งออกกำลังกายให้ได้ในเร็ววันอีกครั้ง

แม้อาการดูเหมือนจะหายแต่ก็ยังไม่ยอมหายเสียทีบวกกับอาการล้าสมองในตอนตื่นตอนที่ยังไม่ดีขึ้น จึงตั้งใจกลับมาให้ได้ในเช้าวันพุธ ร้างเส้นทางไปเพียงไม่กี่วันก็ยังทำเอาการวิ่งอีกครั้งไม่ง่ายอย่างที่เคย การเริ่มต้นจึงต้องไม่หักโหม

เริ่มวันแรกไม่บังคับตัวเองให้มากนัก วันต่อมาจึงพยายามให้มากขึ้นเพื่อสังเกตร่างกาย จนเช้าวันเสาร์วานนี้แทบจะหยุดวิ่งเสียตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ก็ฝืนวิ่งต่อไปจนทำระยะทางได้ถึงเก้ากิโลอีกครั้ง ตั้งใจเตรียมร่างกายไว้สำหรับงานมินิมาราธอนในวันรุ่งชึ้น

สถิติของสัปดาห์แม้ไม่ถึงกับน่าดูนัก แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้แล้ว

น้ำหนักชั่งเช้านี้อยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบเก้ากิโลขึ้นไปเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะได้ออกกำลังกายอยู่แต่มื้อดึกก็ยังรักษาไม่หาย เป็นทั้งอาการทางกายและอาการทางจิต นั่งพิจารณาดูแล้วยังไม่เห็นเหตุแห่งทุกข์นี้ ยังไม่รู้จะเดินทางไหนให้ดับทุกข์นี้ได้

การเลื่อนมื้อเย็นให้อยู่แถวๆ ห้าโมงเย็นกลับกลายเป็นการเปิดให้เกิดมื้อดึกขึ้นในอีกสามชั่วโมงต่อมา ไม่สามารถหักดิบได้เพราะยังไม่สามารถบังคับจิตใจได้เมื่อถึงเวลา

ความตั้งใจใหม่ก็คืออยากจะพาการอดล้างพิษกลับมาอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนหน้าไปจนจบปีนี้ อดสักสัปดาห์ละครั้งในวันอังคาร ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้ขนาดไหน เอาความตั้งใจดีเป็นที่ตั้งไว้ก่อน

หมดสภาพ…อีกแล้ว

มันช่างน่าเศร้าเสียจริงชีวิตนี้ สัปดาห์นี้ได้วิ่งเพียงสองวันเท่านั้นเอง แรกทีเดียวก็ตั้งใจว่าจะลดระยะต่อวันลงหน่อยแต่วิ่งให้ได้ครบทุกวัน เอาเข้าจริงเริ่มเช้าวันอังคารก็ไม่สดชื่นเอาเสียเลย ต่อเนื่องมาถึงวันพุธ พอวันพฤหัสอาการเจ็บที่ข้อหัวแม่เท้าซ้ายก็กำเริบอีกแล้ว

เกาต์เพื่อนเก่ากลับมากวนใจอีก หมดสภาพทั้งกายและใจเลยจริงๆ ทำให้วิ่งได้เท่านี้เอง

ผลตามมาก็คือน้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้าได้ความว่าเกือบจะแตะเก้าสิบกิโลแล้ว หากยังไม่ได้ออกกำลังอีกน้ำหนักตัวคงจะขยับขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นแน่

แม้จะรู้ตัวบ้างว่าหากไม่ได้ออกกำลังก็ควรลดอาหาร แต่เอาเข้าจริงก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปเหมือนกันนอกจากรักษาตัวให้หายเร็วที่สุดแล้วกลับมาออกกำลังให้หนักเข้าไว้

แผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรผู้เบียนเบียนให้เจ็บป่วยไปแล้ว หวังว่าจะกลับมาได้ในเร็ววัน

สามารถทำได้ แต่…

เริ่มสัปดาห์นี้เป็นการเริ่มต้นเดือนในด้วยในตัวหลังจากที่หยุดไปตั้งหลายวัน ทำให้ตั้งใจมั่นที่จะทำระยะทางให้ได้วันละสิบกิโล นอกจากจะชดเชยวันที่ขาดไปแล้วก็ยังต้องการเร่งสถิติสะสมของเดือนนี้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ

มาหยุดเอาเช้าวันอังคารหลังเกิดเหตุการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์กลางเมือง ไม่มีจิตใจจะวิ่งแล้ว ต้องติดตามเหตุการณ์และส่งใจไปถึงผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย ต่อเนื่องถึงเช้าวันพุธก็ยังคงติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้ตอบโต้กลุ่มคนที่จ้องบิดเบือนความจริง

มาต่อในวันพฤหัสจนถึงวันเสาร์สามารถตั้งใจวิ่งได้เต็มสิบกิโลทุกวันทำให้สถิติของสัปดาห์พุ่งโด่งขึ้นไป

ผิดกับน้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้านี้ที่ยังอยู่แถวๆ แปดสิบเก้ากิโลกว่าอยู่เหมือนเดิม ยังไม่สามารถหักดิบมื้อดึกได้ในช่วงต้น บวกกับการสังเกตจนสงสัยว่าตลอดวันได้กินอะไรมากมายมากเกินไปหรือเปล่า จึงเพิ่งมาลองลดปริมาณข้าวในแต่ละมื้อลงบ้าง แถมกับลดปริมาณมื้อเย็นลงอีกหน่อยตั้งแต่วันศุกร์

ร่างกายที่ใช้พลังงานไปมากแต่ก็รับกลับเข้าไปไม่น้อย อย่างนี้ก็คงไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้เป็นแน่ คงต้องพยายามปรับลดพลังงานที่รับเข้าไปให้ได้อีกหน่อย แล้วมาดูผลกัน

พักหรือผ่อน

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความรู้ที่แทบจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เหลืออีกเพียงสี่วันก็จะหมดเดือนแต่สถิติรวมดูวี่แววจะสู้เดือนก่อนไม่ได้เสียอีก จึงต้องวางแผนการวิ่งอีกครั้ง ต้องทำให้อย่างน้อยก็ต้องไม่แย่ไปกว่าเดิมให้มากนัก

ครบสามวันก็ครบเดือน สถิติรวมยังทำได้ไม่ทันอยู่ดี

กลายเป็นว่าเริ่มต้นเดือนใหม่ก็มีภารกิจทำบุญที่โรงเจบ้านบึง ชลบุรีเหมือนปีที่แล้ว จำเป็นต้องหยุดไปหนึ่งวัน ทำไปทำมากลายเป็นว่าตั้งแต่วันพุธจนสิ้นสัปดาห์ในวันเสาร์ไม่ได้วิ่งเลยสักวันด้วยเหตุผลมากมายแตกต่างกันไป

ถือเอาว่าได้พักก็แล้วกัน สถิติของสัปดาห์ก็เลยเหลือเพียงแค่นี้เอง

ผลที่ตามมาจากการออกกำลังกายน้อยไปบวกกับเจริญอาหารเจ น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าจึงเด้งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลครึ่งเลยจนได้ เอาเป็นว่าเดือนใหม่คงต้องเพิ่มความหนักขึ้นอีกหน่อย

ตลอดสัปดาห์นอกจากยังคงไม่สามารถควบคุมมื้อดึกได้มากพอแล้ว มีข้อสังเกตประเด็นหนึ่งว่ามื้อเย็นนั้นออกจะแน่นท้องเกินไปหน่อย นี่เป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุง เพราะน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ลงได้เหมือนกัน แม้จะออกกำลังกายไปแต่ก็กินกลับเข้าไปไม่น้อย ทำให้พลังงานขาเข้าและขาออกสมดุลย์กันอย่างที่ไม่อยากให้เป็นนัก

พอพักเสียหน่อยก็ต้องพบกับน้ำหนักตัวที่กลับคืนมาในทันที…

a silent scream from inside.