การทดลองครั้งใหม่

โจทย์ของสัปดาห์นี้คือจะทำอย่างไรให้เผาผลาญได้มากขึ้นกว่าเก่า เพื่อให้สามารถลดน้ำหนักได้จริงๆ

ความพยายามตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ในคราวแรกก็ดีอยู่คือพยายามกระตุ้นตัวเองให้วิ่งเร็วขึ้น หนักขึ้น เรียนรู้ท่าทางในระหว่างวิ่งเพื่อปรับไปสู่การวิ่งเต็มรูปแบบ ไม่ใช่การวิ่งเหยาะๆ อย่างที่ทำได้อยู่ทุกวันนี้ ผลก็คือยังทำได้ไม่ต่างไปจากเดิม

ขณะที่ตั้งโปรแกรมการวิ่งไว้ที่สี่สิบห้านาที แต่ก็พยายามวิ่งให้เกินไปอีกห้านาทีโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ระยะทางหกกิโลเมตรครึ่งขึ้นไป

ยิ่งวิ่งก็ยิ่งเข้าใจว่าอาจจะต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อทั่วร่างกายไปด้วยแล้วกระมัง ทั้งเพื่อรองรับความหนักของการวิ่งที่จะเพิ่มขึ้นและก็น่าจะช่วยเผาผลาญระหว่างวันได้มากขึ้นอีกด้วย

สัปดาห์นี้ขาดไปเพียงวันศุกร์วันเดียวที่ตื่นเช้ามาก็มีสายฝนกระหน่ำมาต้อนรับ หาแดดแทบไม่ได้เลยตลอดทั้งวัน สถิติของสัปดาห์นี้คงค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติ

น้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้าเด้งขึ้นอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลครึ่งเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะงานเลี้ยงอาหารจีนแคะของครอบครัวเมื่อเที่ยงวันวานหรือเป็นเพราะมื้อเย็นตลอดสัปดาห์ที่หนักขึ้น แต่ก็หักดิบตัวเองไว้ที่หกโมงเย็นและไม่กินอะไรอีก หวังว่าจะจัดการมื้อดึกได้เสียที

แต่ตัวชี้วัดสำคัญอีกตัวหนึ่งคือเข็มขัดยังสามารถรัดได้เป็นปกติ จึงไม่แน่ใจว่าอะไรเพี้ยนไปบ้างหรือไม่

สองสามวันที่ผ่านมามีอาการปวดหัวแทรกเนืองๆ อยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ รบกวนอะไรหลายๆ อย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วเพื่อให้สามารถออกกำลังกาย ทำงาน อ่านหนังสือ ดำรงชีวิตได้เป็นปกติตามเดิม

สัปดาห์ที่หลากหลาย

เป็นสัปดาห์ที่มีอะไรมากมายหลายอย่างผ่านเข้าไปในชีวิต รู้สึกสนุกขึ้นทันตาเห็นเมื่อสามารถอ่านผลการวิ่งออกกำลังกายประจำวันได้มั่นใจขึ้นกว่าก่อน

เพียงวันที่สองของสัปดาห์ อาการย่ำแย่ที่สุดของสถิติการวิ่งก็ปรากฏชัดอย่างไม่ต้องปิดบังกันอีกต่อไป พอดีตรงกับความตั้งใจที่จะเข้าเมืองไปหา กองหนุน อุปกรณ์เสริม อยู่พอดี จึงไม่ลังเลที่จะเดินหน้าเต็มสูบ

เช้าวันอังคารได้ลองใช้งานกันทันที ไม่มีรีรอ ผลออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าดีขึ้น

แต่ก็หาได้มั่นใจตั้งแต่ครั้งแรกไม่ จึงขอติดตามดูผลในเช้าวันพุธอีกครั้ง

ขณะที่วิ่งไปนั้นก็หวนคิดถึงเซนเซอร์ตัวเก่าที่ตัดสินใจปลดระวางได้ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเพราะคิดว่าคงหมดอายุไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผลการทดลองเซนเซอร์ตัวใหม่ที่มาแทนในขณะนั้นก็มิได้เป็นที่มั่นใจเสียอย่างใด จึงวางแผนว่าในเช้าวันศุกร์จะกลับมาวิ่งด้วยเซนเซอร์ตัวแรกพร้อมกับอัพเดทเฟิร์มแวร์ของไอพ็อดให้เป็นรุ่นปัจจุบันเสียด้วย เพราะเห็นชัดอยู่แล้วว่าไม่ใช่ตัวแปรของปัญหา

เช้าวันพฤหัสมีนัดไปตรวจสุขภาพชุดใหญ่แต่เช้าตรู่ เป็นการตรวจสุขภาพอย่างที่ไม่เคยตรวจมาก่อนโดยเฉพาะการเดินสายพาน อยากตรวจมากเพราะจะได้ทดสอบสมรรถภาพของตัวเองอย่างแท้จริง

ผลที่ได้ก็ชัดเจนเลยว่ากรดยูริคสาเหตุของโรคเกาต์เกินพิกัดไปมาก ไขมันตัวดีมีมากกว่าเกณฑ์แล้ว เป็นตัวชี้วัดอย่างดีว่าการออกกำลังกายให้ผลทางบวกกับสุขภาพ เพราะเมื่อเทียบกับสมัยวัยรุ่นที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย ไขมันตัวนี้ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างน่าเป็นห่วง พร้อมกับคำแนะนำเพียงว่าหากต้องการให้สูงขึ้นต้องออกำลังกายเท่านั้น แต่คุณหมอผู้อ่านผลในวันนี้ก็ยังแนะนำต่อว่าหากจะให้ดี ต้องสูงกว่าที่วัดได้อีก

ต่อไปคือไขมันตัวไม่ดีก็ไม่ผิดไปจากความเป็นจริง เพราะน้ำหนักตัวที่เกินกว่ามาตรฐานมานาน ไม่น่าแปลกใจว่าไขมันตัวร้ายจะเกินเกณฑ์ไปอย่างแน่นอน คุณหมอแนะนำว่าการลดน้ำหนักจะช่วยได้และจะช่วยให้ไขมันตัวดีสูงขึ้นอีกด้วย

ส่วนผลการเดินสายพานก็ดีมาก ไม่มีวี่แววของอันตรายเงียบ

ที่น่าสังเกตก็คือตาชั่งดิจิตอลที่ใช้ชั่งน้ำหนักตัวเป็นลำดับแรก แสดงผลสูงว่าตาชั่งแบบเข็มที่บ้านถึงสามกิโลกรัม -_-”

เช้าวันศุกร์จึงกลับมาดำเนินตามแผนการที่วางไว้ ด้วยอุปกรณ์เสริม เซนเซอร์ตัวแรกและเฟิร์มแวร์ล่าสุด ผลการวิ่งก็ยังคงแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่พบไม่ได้มีต้นเหตุมาจากตัวเซนเซอร์ ขอดูผลอีกหนึ่งวัน

เช้าวันเสาร์ยังคงเปียกเพราะฝนที่ตกต่อเนื่องมาจากเมื่อคืน จำเป็นต้องมาเก็บผลในเช้าวันอาทิตย์นี้อีกวันหนึ่งแทน

น่าจะสรุปได้แล้วว่าปัญหาผลการวิ่งเพี้ยนน่าจะมาจากรองเท้าเพราะอุปกรณ์เสริมที่ช่วยยึดเซนเซอร์ไว้กับเชือกผูกรองเท้านี้สามารถวัดการวิ่งได้เป็นปกติทันทีที่เริ่มใช้ ไม่รู้ว่าปัญหามาจากเท้าเราเองหรือสภาพรองเท้าที่ใช้งานมานาน ที่จริงแล้วเคยเห็นข้อมูลผู้ที่เริ่มวิ่งใหม่ๆ ก็พบปัญหาเซนเซอร์เพี้ยนแล้วเหมือนกัน

สบายใจแล้วที่สามารถอ่านผลการวิ่งได้ปกติอีกครั้ง

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจึงเหมือนเป็นเดือนแห่งการพักผ่อน สถิติออกมาอย่างไรก็ยอมรับอย่างนั้น มาเริ่มสร้างสุขภาพกันต่อไปดีกว่า ส่วนสถิติของสัปดาห์ก็ต้องรับผลจากวันที่หยุดวิ่งไปถึงสองวันเช่นกัน

ส่วนน้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้ายังอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโล เพื่อสร้างสุขภาพจำเป็นต้องลดน้ำหนักลงไปอีกยี่สิบกิโลและคงตัวเลขให้อยู่ในมาตรฐาน โดยหวังผลที่จะตามมาว่าทั้งระดับกรดยูริคและไขมันในเลือดจะอยู่ในมาตรฐานชายไทยได้ตามธรรมชาติ

เช้านี้ตัดสินใจกินยาควบคุมระดับกรดยูริคในเลือดหลังจากปฏิเสธมาหลายปี เพราะหากปล่อยไว้ให้สูงเป็นเวลานานจะเกิดผลเสียต่ออวัยวะภายในมากกว่า แผนก็คือจะค่อยลดปริมาณยาลง ลดน้ำหนักลงให้ได้อีกแล้วจึงกลับไปตรวจเลือดอีกครั้ง

ต่อไปก็ต้องวางแผนการลดน้ำหนักที่ปฏิบัติได้แล้วให้ผลอย่างยั่งยืนจริง…

กองหนุน อุปกรณ์เสริม

เช้านี้สถิติการวิ่งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยทำได้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่วิ่งได้ตั้งห้าสิบนาทีแล้ว ได้ระยะทางแค่สามกิโลกว่าๆ นี่ขนาดเร่งความเร็วด้วยการซอยเท้าให้ถี่ขึ้นกว่าเดิมแล้วเพื่อให้เข้ากับพ็อดคาสท์ที่ให้จังหวะเร็วถึงร้อยเจ็ดสิบสี่บีทต่อนาทีด้วย

 

เข้ากันกับแผนที่ตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะเข้าเมืองไปเพื่อตามหาอุปกรณ์เสริมสำหรับยึดเจ้าตัวเซนเซอร์ไว้กับเชือกผูกรองเท้าแทนที่จะใส่ใว้ในรองเท้า เพราะยังคงเหลือเพียงรองเท้าอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทดลองเปลี่ยนเพื่อดูว่าผลการวิ่งจะยังคงเพี้ยนอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องควักกระเป๋าอีกหลายพันบาทเพื่อเปลี่ยนรองเท้าในขณะที่ยังใช้งานได้อยู่

พอดีที่สยามพ็อดมีเพื่อนสมาชิกมาแนะนำอุปกรณ์ตัวนี้ไว้ว่ามีขายอยู่ที่สยามสแควร์ วานนี้จึงค้นหาข้อมูลสำรองไว้เพื่อให้ได้อุปกรณ์ตัวนี้กลับมาเป็นกองหนุนให้ได้ในการเดินทางเข้าเมืองเพียงครั้งเดียว

เป็นไปตามคาด ไปถึงร้านก็ไม่มีของ แถมคนขายดูท่าจะไม่รู้จักเอาเสียด้วย จึงให้ตรวจสอบไปที่สำนักงานที่อยู่ในเกษรพลาซาให้หน่อย เพราะคิดว่าที่นั่นควรจะมีก็ปรากฏว่ามีจริงๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะขอให้ข่วยตรวจสอบไปที่ร้านที่อยู่ในห้างใหญ่ตรงข้ามเสียก่อน ในที่สุดก็ต้องไปที่เกษรพลาซา

ระยะทางเพียงเท่านี้ เดินไปได้ ขึ้นบันไดเพื่อใช้บริการสกายวอร์คเสียหน่อย เดินอยู่เหนือถนน แต่อยู่ใต้รถไฟฟ้า เดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงที่หมาย ดำเนินการทั้งหมดจนเสร็จเรียบร้อย จึงเดินกลับมาที่สยามอีกครั้ง ภารกิจตามหากองหนุนก็เป็นอันสิ้นสุดลง


พรุ่งนี้เช้าพอทดลองใช้งานแล้วคงได้เห็นดีกัน

พยายามวิ่งให้สม่ำเสมอ…ต่อไป

สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยการหยุดพักอีกครั้ง ทันทีที่ตื่นเช้ามาในวันอาทิตย์ก็รู้สึกเจ็บที่ข้อหัวแม่เท้าเหมือนเดิม จึงตัดสินใจแช่น้ำเย็นเพื่อบำบัดเสียแต่เนิ่นๆ เป็นการใช้วันหยุดประจำสัปดาห์ตั้งแต่วันแรก

วันที่เหลือจึงบอกตัวเองว่าต้องวิ่งให้ได้ทุกวัน พยายามตื่นให้เช้าหน่อยเพื่อที่จะวิ่งได้ในเวลาที่ควันรถยนต์ไม่มากนัก แต่เอาเข้าจริงก็ตื่นเช้าได้บ้าง ตื่นสายบ้าง ไม่ได้ฝืนมากนัก แต่พยายามตื่นขึ้นมาวิ่งวันละสี่สิบห้านาทีให้ได้ต่อเนื่อง สำหรับเรื่องควันรถที่คอยรบกวนก็ได้แต่ทำใจ

อาการเพี้ยนของเซนเซอร์ยังคงมีอยู่สม่ำเสมอ จึงยังคงยึดเอาเวลาเป็นเป้าหมาย หากวันไหนจะสามารถวิ่งต่อไปได้อีกสักหน่อย ก็วิ่งไปจนถึงห้าสิบนาที สถิติก็เป็นไปตามอัตภาพเหมือนเดิม

ว่าแต่เช้านี้ลืมขึ้นชั่งน้ำหนัก มานึกขึ้นได้ก็ตอนที่เริ่มวิ่งไปสักครู่หนึ่งแล้ว จึงตัดสินใจว่าวิ่งเสร็จแล้วค่อยชั่งก็แล้วกัน ผลที่ได้ก็คือน้ำหนักมาอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลกรัม น้ำหนักจริงคงจะต้องมากกว่านี้เพราะวิ่งไปห้าสิบห้านาที รีดเหงื่อไปได้มาก

การคุมน้ำหนักออกจะถึงทางตันอย่างไรไม่รู้ กางเกงขายาวเริ่มรู้สึกคับ หัวเข่าทั้งสองข้างมีอาการเสียว ไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากโรคเกาต์ด้วยหรือเปล่า ตลอดสัปดาห์จึงยังคงกินชาหญ้าหนวดแมว น้ำขิง และแช่เท้าในน้ำเย็นอยู่ แต่ที่กลัวก็คือมื้อดึกที่ยังคงดำเนินไปเหมือนจะเป็นปกติ กลัวว่าน้ำหนักเริ่มจะวิ่งขึ้น จึงส่งสัญญาณมาบอกผ่านทางหัวเข้า พยายามคุมมื้อเย็นและมื้อดึกให้ได้อยู่สองสามวัน จะพยายามคุมต่อไป

แผนการออกกำลังยังคงไม่มีอะไรใหม่ จะพยายามวิ่งให้เร็วขึ้นและนานขึ้นเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพและความมั่นใจอีกสักระยะ ก่อนที่จะเพิ่มหรือปรับรูปแบบไปบ้าง รอดูด้วยว่าผลการตรวจร่างกายในวันพฤหัสฯ หน้านี้จะเป็นอย่างไร

อ.ยักษ์ ณ ม.ราชดำเนิน บรรยายครั้งที่ 1

อาจารย์ยักษ์ หรือ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำจร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้รู้ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ได้ขึ้นบรรยาย ณ ม.ราชดำเนิน หัวค่ำวันนี้

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสต่อคนไทยหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าหากประเทศไทยจะถึงทางตันหากไม่ปรับตัว พระองค์ท่านได้พระราชทานปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทย และอาจารย์ยักษ์ผู้เคยถวายงานพระองค์ท่านมาเป็นเวลานาน วันนี้ได้ลาออกจากราชการเพื่อมาลงมือปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่านมากว่า 13 ปี ผลที่ได้ก็คือความมั่งคั่งในปัจจัยสี่ ความมั่งคั่งในสิ่งแวดล้อม ความมั่งคั่งในสุขภาวะ หาใช่ความมั่งคั่งในวัตถุไม่

อาจารย์ยักษ์ได้เปิดประเด็นใหม่สำหรับ ม.ราชดำเนิน ท่านเสนอให้คณาจารย์ นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ช่วยกันคิดว่าเราจะนำพาประเทศนี้ไปได้อย่างไร

ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิวัติ “ปฏิวัติ” แปลว่า “หมุนกลับ” เพื่อสร้างสังคมไทยที่ดียิ่งขึ้นใน 3 ด้าน

ด้านที่ 1 การศึกษา – ต้องสร้างคนดีเป็นหลัก ไม่ใช่สร้างคนเก่ง
ด้านที่ 2 เศรษฐกิจ – ต้องสร้างระบบเศรษฐกิจที่ไม่เอาเปรียบกัน
ด้านที่ 3 การเมือง – ต้องสร้างสังคมที่เอาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

และก่อนจบการบรรยาย อาจารย์ได้ขวนทุกคนปฏิญาณตัวว่า เราต้องยึด “เกษตรอินทรีย์” เป็นทางออกของสังคมใหม่

——
ผมคิดว่าวันนี้อาจารย์ยักษ์คือผู้เติมเต็มแนวความคิดเรื่องการเมืองใหม่ เพื่อสร้างสังคมไทยใหม่ที่แข็งแรงในปัจจัยสี่ สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ สร้างสังคมที่มีความเกื้อกูลอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่อดีตกาล

หวังว่าคณาจารย์ นิสิต นักศึกษาของม.ราชดำเนิน จะได้เก็บประเด็นของอาจารย์ยักษ์ไปบ่มเพาะหลักคิด พัฒนาองค์ความรู้เพื่อสักวันหนึ่งจะสามารถระเบิดจากข้างในตัวเอง ใช้ชีวิตพอเพียงอย่างแท้จริงตามอัตภาพ

a silent scream from inside.