ก้าวที่หนึ่งร้อย

จริงแล้วเช้านี้เริ่มต้นด้วยความรู้สึกตกใจไม่น้อยเหมือนกันกับน้ำหนักที่เด้งหลับขึ้นไปอยู่ที่เก้าสิบสองกิโล ไม่ได้คิดถึงเลยว่าเช้านี้จะเป็นการเดินออกกำลังครั้งที่หนึ่งร้อยพอดี

ไม่มีความรู้สึกหดหู่อะไร ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพราะเข้าใจว่าคงเป็นเพราะสละทรงเครื่องที่กินต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนคงออกฤทธิ์แล้วเป็นแน่ ไม่เป็นไรเพราะคำสุดท้ายจะหมดลงวันนี้ ต่อไปคงขอเป็นผลไม้สดๆ ก็น่าจะดีที่สุด

ไม่ได้ฉุนเฉียวจนถึงกลับต้องรีบแก้ตัวแต่อย่างใด แต่เช้านี้สดชื่นมากหลังจากที่ได้นอนตั้งแต่สองทุ่มเมื่อคืน ตั้งใจหนักแน่นว่าต้องเดินออกกำลังให้มากๆ มากแค่ไหน อย่างน้อยก็ให้ได้เท่าวันพุธที่ผ่านมา

เหตุการณ์ในเช้าวันพุธคือหลังจากมีอาการแพ้อากาศอย่างรุนแรงหลังการเดินออกกำลังในเช้าวันจันทร์ ทำให้เช้าวันอังคารไม่สดชื่นมากพอที่จะเดิน จึงถือโอกาสพักเสียวันหนึ่ง จนเช้าวันพุธตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกว่าต้องออกเดินแล้ว ประจวบกับได้เพลงจากพ็อดรันเนอร์พ็อดคาสต์ที่ความเร็วถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าบีทต่อนาที ความยาวถึงเจ็ดสิบแปดนาที มาช่วย อารมณ์และความรู้สึกในการเดินสามารถรักษาให้ต่อเนื่องยาวนานได้จนเป็นสถิติใหม่ที่แม้เสร็จสิ้นการเดินแล้วก็ไม่มีความรู้สึกอ่อนล้าแต่อย่างใด

เป็นประสบการณ์ใหม่ในการเดินที่สามารถเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้น คงความเร็วที่สูงไว้และรักษาอารมณ์ในการเดินให้ไม่ตกลงไปได้ ทำให้การเดินเพียงหกวันได้ระยะทางเท่ากับเจ็ดวันของสัปดาห์ก่อนๆ นี้

070822 - 7.7km. Summary Week 200734

จนเช้านี้ เช้าวันหยุดที่จะมีควันรถที่แล่นผ่านถนนหน้าบ้านเข้ามารบกวนน้อยกว่าวันธรรมดาพอสมควร บวกกับความสดชื่น จึงสามารถรักษาอารมณ์ในการเดินได้ยาวนานเป็นพิเศษจนระยะทางเกินกว่าแปดกิโลเมตรได้สำเร็จ

070826 - 8.88km

ด้วยความที่สามารถเริ่มเดินได้เช้ากว่าวันอื่น เพราะตื่นแต่เช้าออกไปใส่บาตร ทำให้สบายใจที่จะเดินไปจนกว่าจะแปดโมงเช้า ชั่วโมงที่กลายเป็นหลักเวลาในการเริ่มต้นวันใหม่ไปแล้ว และมีความรู้สึกอีกเรื่องหนึ่งคือต้องการเดินสะสมเอาไว้เผื่อว่าพรุ่งนี้เช้าอาจจะไม่ได้เดินเพราะจะมีการจัดพิธีไหว้ตามประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนในวันสารทจีนอยู่ด้วย

อย่างที่ว่าหากสามารถเริ่มต้นเดินได้เช้าขึ้น ก็จะมีเวลาเดินจนกว่าจะแปดโมงได้นานขึ้น ยิ่งถ้าได้เพลงที่ช่วยเสริมอารมณ์ในการเดินก็ยิ่งวิเศษ

จนกระทั่งเดินเสร็จ ส่งข้อมูลเข้าระบบไนกี้พลัส จึงได้เห็นตัวว่าเช้านี้เป็นการเดินออกกำลังกายครั้งที่หนึ่งร้อย รู้สึกเหมือนกับว่านี่คือของขวัญที่ได้ให้กับตัวเองในวันพิเศษนี้ ต่อไปจะได้พยายามรักษาความรู้สึกดีๆ ในการเดินเอาไว้ เพื่อให้ก้าวเดินได้ยาวนานยิ่งๆ ขึ้นไป

แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็ควรจะเป็นน้ำหนักที่ลดลงนั่นเอง

เห็นมรรคเห็นผล

ไม่ใช่เพิ่งจะเห็นผลในเช้านี้ที่ชั่งน้ำหนักแล้วได้ความว่าลดลงไปครึ่งกิโลคือเหลือเก้าสิบกิโลแล้ว การหยุดมื้อดึกเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ก่อนมาแต่แรกแล้ว

ฉะนั้นความรู้สึกที่เริ่มจะหดหู่ว่าน้ำหนักไม่ลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นั่นเพราะยังไม่เห็นมรรคเห็นผลอย่างรอบด้านจริงๆ

ผลงานที่ว่านั้นปรากฏตั้งแต่วันจันทร์หลังจากชั่งน้ำหนักแล้วไม่ลงแม้แต่ขีดเดียว แต่สามารถรัดเข็มขัดได้เต็มที่แล้ว วันอังคารจึงลองใส่กางเกงขายาวออกไปธุระดู ก็ได้ความรู้สึกดีๆ กลับมาบ้าง มั่นใจอีกครั้งเมื่อได้ออกไปธุระอีกครั้งในช่วงเช้าของวันศุกร์ จนกระทั่งเช้านี้ได้ผลเป็นน้ำหนักที่เริ่มก้าวหน้าบ้างแล้ว

หมายความว่าหนทางหรือมรรคสายนี้ถูกต้องเหมาะสมแล้ว แต่ความไม่แน่นอนคือนิรันดร์ หากวันหนึ่งเกิดมีอารมณ์หดหู่ใจเข้าครอบงำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลกลใด มื้อดึกอาจกลับมาอีกก็ได้

การหยุดมื้อดึกในช่วงสัปดาห์แรกนั้น มีอาการทางร่างกายอยู่ไม่น้อย พอถึงสัปดาห์ที่สอง สถานการณ์ก็ดีขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นเข้าแทรก ร่างกายควรจะปรับตัวได้ดีขึ้นไปอีก

ใจหนึ่งคิดถึงขนาดว่า ถ้าสามารถหยุดมื้อเย็นได้ด้วยเลยก็จะวิเศษ เป็นการบำเพ็ญศีลข้อ “วิกาลโภชนา” นั่นเอง เอาหละ…ตั้งใจไว้ก่อนเป็นเรื่องดี

ตลอดสัปดาห์นั่นเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสนุกกับการเดินออกกำลัง ไม่ถึงกับเบื่อหน่าย แต่ต้องการอะไรมาช่วยสร้างความสนุกสนานบ้างเหมือนกัน จึงไม่เคร่งเครียดนักหากว่าจะต้องหยุดเดินบ้างสักวันหรือสองวันในสัปดาห์ เช้าวันอังคาร มีกิจธุระจึงหยุดไป ตามด้วยเช้าวานนี้เกิดมีฝนพรำลมาเล็กน้อยก่อนจะหยุดก็ตัดสินใจไม่เดินอีกหนึ่งวัน เพื่อสะสางกิจบางอย่างแล้วเปิดเวลาที่เหลือสำหรับดำเนินงานที่เข้ามาให้ได้มากที่สุด รวมความว่าผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์

Summary Week 200733

เช้านี้จึงคิดจะเดินเก็บระยะทางเอาไว้ทำประดับสถิติรวมของสัปดาห์ใหม่ จึงเดินทบต้นจากสถิติเจ็ดกิโลเดิมเข้าไปอีกหน่อย

20070819 - 7.16km

ตั้งใจต่อไป ขณะที่ข้างหนึ่งเห็นความคืบหน้า อีกข้างหนึ่งดูเหมือนจะก้าวไม่ออก ด้วยความมุ่งมั่นเท่านั้น ที่จะทำให้เดินต่อไปได้ อย่างหยุดยั้ง

นิยายวิทยาศาสตร์คือไฉน?

ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักเขียนวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อธิบายให้ฟังถึงงานแนวนี้ไว้ว่า นิยายวิทยาศาสตร์แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ นิยายวิทยาศาสตร์แท้ (Pure Sci-Fi) กับนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี (Sci-Fantasy) โดยในประเภทแรกนั้นสามารถแยกย่อยได้อีกสองแบบคือ ฮาร์ดไซ-ไฟ (Hard Sci-Fi) กับซอฟต์ไซ-ไฟ (Soft Sci-Fi)

“งานเขียนของนักเขียนในบ้านเรา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นซอฟต์ไซ-ไฟ คือเป็นวิทยาศาสตร์เชิงสังคม เน้นในเรื่องผลกระทบ

“แต่คนเขียนก็ต้องเข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จะแตกต่างจากฮาร์ดไซ-ไฟ ตรงที่ฮาร์ดไซ-ไฟค่อนข้างจะเน้นในตัวเนื้อหาของวิทยาศาสตร์ หลักการทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนความคิดที่ค่อนข้างจะถูกต้องแน่นอนสามารถใช้จินตนาการได้ แต่ต้องยึดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์” ดร.ชัยวัฒน์อธิบาย

ฮาร์ดไซ-ไฟจึงเขียนยาก นักเขียนระดับโลกที่เขียนได้น่าติดตามก็มีอยู่ไม่กี่คน มี ไอแซค อาซิมอฟ กับ อาเธอร์ ซี คลาก เป็นอาทิ

ในส่วนของนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี บางครั้งอาจสงสัยว่าแล้วมันแตกต่างจากนิยายแฟนตาซีอย่างไร

ดร.ชัยวัฒน์ได้ยกตัวอย่างหนังสือขึ้นมาสองเล่ม แล้วว่า “เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ (The Lord of The Rings) เป็นนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี แต่แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) เป็นนิยายแฟนตาซี

“เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ เป็นนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี ซึ่งคนที่ช่วยยืนยันเรื่องนี้ให้กับผมคือ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ระดับโลก แต่ต้องอ่านหนังสือนะ ไม่ใช่ดูเฉพาะหนัง เนื่องจากผู้เขียนนั้นเป็นศาสตราจารย์ เป็นนักวิจัยด้านภาษาของยุโรปเหนือ ในเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ เราจึงเห็นวิวัฒนาการของภาษา โดยมีเรื่องราวต่างๆ มาประกอบวิวัฒนาการตรงนี้ อีกอย่างในการเขียนผู้เขียนเอาประสบการณ์ตัวเองมาช่วย เช่น ฉากรบนั้นสมจริงมาก เพราะผู้เขียนเคยเป็นทหาร เคยผ่านสงครามมาก่อน

“ถ้าอยากรู้ว่านิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี กับนิยายแฟนตาซี ต่างกันอย่างไร ก็ลองไปอ่านทั้งสองเล่มนี้เปรียบเทียบกัน” นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของไทยให้คำแนะนำ

แต่หากยังไม่ค่อยเข้าใจ ยังไม่กระจ่างแจ่มแจ้ง ลองอ่านเรื่องเล่าต่อไปนี้

ยังมีชายคนหนึ่งเป็นคนขี้แพ้ ในแต่ละวันเขาจะถูกกลั่นแกล้งรังแกโดยผู้คนมากมาย แต่แล้ววันหนึ่งในขณะที่กำลังถูกผู้ร้ายไล่กระทืบ เขาก็หนีมาจนมุมที่หน้าผา ศัตรูเขยิบใกล้เข้ามา เขาขยับถอยห่าง ในที่สุดก็พลัดตกหน้าผา แต่บังเอิญมีกิ่งไม้ ใกล้กิ่งไม้มีสุดยอดคัมภีร์โบราณ

เขาเปิดคัมภีร์ออกอ่าน…

จบเรื่องราวลงตรงนี้ ที่ว่าแล้วอย่างใดเป็นนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี อย่างใดเป็นนิยายแฟนตาซีขนานแท้ คำตอบไม่ได้อยู่ในสุดยอดคัมภีร์โบราณ แต่จะเปรียบให้ฟังว่า…

ถ้าเกิดเขาเปิดคัมภีร์ออกมา แล้วในคัมภีร์นั้นบอกว่า เมื่อท่องประโยคนี้จบ จะเป็นจอมยุทธ์ที่ไม่มีใครเทียบเทียม แบบนี้คือ นิยายแฟนตาซี

แต่อีกทางหนึ่ง ถ้าเปิดออกอ่านแล้วในนั้นบอกว่า การที่จะเป็นจอมยุทธ์ที่ไม่อาจมีใครเทียบเทียมได้ ต้องใช้เวลา คือต้องฝึกสมาธิ ฝึกกำลังภายใน ฝึกกระบี่ ฯลฯ แบบนี้คือ นิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซี

ที่มา
บทความเรื่อง นิยายวิทยาศาสตร์ไทย ก้าวที่ยังไม่เริ่มย่าง โดย เชตวัน เตือประโคน
นสพ. มติชน ฉบับวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10665

100 Best American Movies

เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1998 ถึงวันนี้มีการฉลอง 10 ปีของการจัดอันดับ และมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อหนังหลายอันดับเช่นกัน

ข้อมูลจาก Wikipedia

หักดิบมื้อดึก

เช้านี้หงุดหงิดนิดหน่อยเมื่อขึ้นชั่งน้ำหนักแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังอยู่ที่เก้าสิบเอ็ดกิโลครึ่งเหมือนเดิม ที่หงุดหงิดเพราะคาดหวังไว้เหมืือนกันว่า หลังจากสามารถหักดิบมื้อดึกได้ตลอดสัปดาห์น่าจะได้เห็นมรรคผลจากความพยายามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร จะพยายามต่อไป

หลังจากทำความเข้าใจกับการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่แล้วอย่างที่เขียนไว้ ก็คิดเริ่มหยุดมื้อดึกทันทีในคืนนั้น เพราะเห็นแล้วว่าน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเสีย จึงเริ่มควบคุมมื้อเย็น จากนั้นบ้วนปากแปรงฟันตั้งแต่หัวค่ำและตั้งใจว่าจะไม่กินอะไรจนกว่าจะเช้า

เช้าวันจันทร์ก็เห็นผลทันที ตื่นขึ้นมาแบบไม่ค่อยสดชื่น ไม่ค่อยอยากลุกขึ้นจากที่นอน มันปวดหัววิงเวียนนิดหน่อย คล้ายๆ ตอนอดอาหารล้างพิษ คงเป็นกลไกของร่างกายที่พยายามขับพิษที่ยังคั่งค้างอยู่ออกมา จึงต้องหยุดเดินออกกำลังกายไว้ก่อนหนึ่งวัน แต่ตลอดสัปดาห์ที่อดมื้อดึก ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่นัก คงต้องสังเกตอาการไปเรื่อยๆ

จะมีก็เช้าวันพุธที่ฝนตกพรำๆ จึงต้องหยุดเดินออกกำลังเสียอีกหนึ่งวัน ระหว่างสัปดาห์มีบางวันที่เดินได้ถึงเจ็ดกิโลเหมือนกัน แต่หลังเดินเสร็จก็เหมือนจะมีอาการบาดเจ็บตามมาอยู่ มาแย่ที่สุดเอาเช้าวานนี้ นอนดึกไปหน่อย การเดินเช้าวานนี้ ทรมานอย่างมาก จนเดินเสร็จ ทำกิจทั่วไปเรียบร้อยแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนเพิ่มเติมอีกสักหน่อย จะได้มีแรงทำงานต่อ แถมบ่ายวานนี้หลานเลิฟวัยกำลังซนมาที่บ้านก็ได้เล่นกันสนุนสนาน

Summary Week 200732

เช่นวันนี้ดีขึ้นหน่อยเพราะเมื่อคืนนอนเอาแรงเสียแต่หัวค่ำ ตื่นเช้าขึ้นมาก็เดินไปเรื่อยๆ จนได้สถิติใหม่ที่เจ็ดจุดหนึ่งสามกิโล ไม่ได้รีบไปไหนจึงเดินไปได้เรื่อยๆ จนกว่าเพลงที่กำลังฟังจบลง เผาไปไดอีก้หลายแคลอรี่เลย

fresh sunday with 7.13km.

สังเกตได้อย่างหนึ่งว่าเมื่อปรับน้ำหนักตัวในไอพ็อดลง ความเร็วในการเผาผลาญจะลดลงด้วย น่าจะเป็นกลไกของร่างกายที่ใส่ไว้ในระบบแล้ว วันไหนที่ไม่ค่อยตื่นตัว ก็พาลจะทำให้การเดินไม่สนุกสนานตามไปด้วย แถมมีอาการปวดเกร็งที่สะบักทั้งสองข้างด้วย อืม…นี่มันเป็นการบำเพ็ญทุกรกิริยาหรืออย่างไร

เดินต่อไป เพราะมีการแข่งขันหลายรายการกำลังขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ส่วนความเจ็บปวดเมื่อยล้าต้องค่อยๆ บรรเทากันไป

เป้าหมายคือลดให้เหลือเก้าสิบกิโลให้ได้ภายในเดือนนี้