Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

กองหนุน อุปกรณ์เสริม

เช้านี้สถิติการวิ่งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยทำได้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่วิ่งได้ตั้งห้าสิบนาทีแล้ว ได้ระยะทางแค่สามกิโลกว่าๆ นี่ขนาดเร่งความเร็วด้วยการซอยเท้าให้ถี่ขึ้นกว่าเดิมแล้วเพื่อให้เข้ากับพ็อดคาสท์ที่ให้จังหวะเร็วถึงร้อยเจ็ดสิบสี่บีทต่อนาทีด้วย

 

เข้ากันกับแผนที่ตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะเข้าเมืองไปเพื่อตามหาอุปกรณ์เสริมสำหรับยึดเจ้าตัวเซนเซอร์ไว้กับเชือกผูกรองเท้าแทนที่จะใส่ใว้ในรองเท้า เพราะยังคงเหลือเพียงรองเท้าอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทดลองเปลี่ยนเพื่อดูว่าผลการวิ่งจะยังคงเพี้ยนอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องควักกระเป๋าอีกหลายพันบาทเพื่อเปลี่ยนรองเท้าในขณะที่ยังใช้งานได้อยู่

พอดีที่สยามพ็อดมีเพื่อนสมาชิกมาแนะนำอุปกรณ์ตัวนี้ไว้ว่ามีขายอยู่ที่สยามสแควร์ วานนี้จึงค้นหาข้อมูลสำรองไว้เพื่อให้ได้อุปกรณ์ตัวนี้กลับมาเป็นกองหนุนให้ได้ในการเดินทางเข้าเมืองเพียงครั้งเดียว

เป็นไปตามคาด ไปถึงร้านก็ไม่มีของ แถมคนขายดูท่าจะไม่รู้จักเอาเสียด้วย จึงให้ตรวจสอบไปที่สำนักงานที่อยู่ในเกษรพลาซาให้หน่อย เพราะคิดว่าที่นั่นควรจะมีก็ปรากฏว่ามีจริงๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะขอให้ข่วยตรวจสอบไปที่ร้านที่อยู่ในห้างใหญ่ตรงข้ามเสียก่อน ในที่สุดก็ต้องไปที่เกษรพลาซา

ระยะทางเพียงเท่านี้ เดินไปได้ ขึ้นบันไดเพื่อใช้บริการสกายวอร์คเสียหน่อย เดินอยู่เหนือถนน แต่อยู่ใต้รถไฟฟ้า เดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงที่หมาย ดำเนินการทั้งหมดจนเสร็จเรียบร้อย จึงเดินกลับมาที่สยามอีกครั้ง ภารกิจตามหากองหนุนก็เป็นอันสิ้นสุดลง


พรุ่งนี้เช้าพอทดลองใช้งานแล้วคงได้เห็นดีกัน

พยายามวิ่งให้สม่ำเสมอ…ต่อไป

สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยการหยุดพักอีกครั้ง ทันทีที่ตื่นเช้ามาในวันอาทิตย์ก็รู้สึกเจ็บที่ข้อหัวแม่เท้าเหมือนเดิม จึงตัดสินใจแช่น้ำเย็นเพื่อบำบัดเสียแต่เนิ่นๆ เป็นการใช้วันหยุดประจำสัปดาห์ตั้งแต่วันแรก

วันที่เหลือจึงบอกตัวเองว่าต้องวิ่งให้ได้ทุกวัน พยายามตื่นให้เช้าหน่อยเพื่อที่จะวิ่งได้ในเวลาที่ควันรถยนต์ไม่มากนัก แต่เอาเข้าจริงก็ตื่นเช้าได้บ้าง ตื่นสายบ้าง ไม่ได้ฝืนมากนัก แต่พยายามตื่นขึ้นมาวิ่งวันละสี่สิบห้านาทีให้ได้ต่อเนื่อง สำหรับเรื่องควันรถที่คอยรบกวนก็ได้แต่ทำใจ

อาการเพี้ยนของเซนเซอร์ยังคงมีอยู่สม่ำเสมอ จึงยังคงยึดเอาเวลาเป็นเป้าหมาย หากวันไหนจะสามารถวิ่งต่อไปได้อีกสักหน่อย ก็วิ่งไปจนถึงห้าสิบนาที สถิติก็เป็นไปตามอัตภาพเหมือนเดิม

ว่าแต่เช้านี้ลืมขึ้นชั่งน้ำหนัก มานึกขึ้นได้ก็ตอนที่เริ่มวิ่งไปสักครู่หนึ่งแล้ว จึงตัดสินใจว่าวิ่งเสร็จแล้วค่อยชั่งก็แล้วกัน ผลที่ได้ก็คือน้ำหนักมาอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลกรัม น้ำหนักจริงคงจะต้องมากกว่านี้เพราะวิ่งไปห้าสิบห้านาที รีดเหงื่อไปได้มาก

การคุมน้ำหนักออกจะถึงทางตันอย่างไรไม่รู้ กางเกงขายาวเริ่มรู้สึกคับ หัวเข่าทั้งสองข้างมีอาการเสียว ไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากโรคเกาต์ด้วยหรือเปล่า ตลอดสัปดาห์จึงยังคงกินชาหญ้าหนวดแมว น้ำขิง และแช่เท้าในน้ำเย็นอยู่ แต่ที่กลัวก็คือมื้อดึกที่ยังคงดำเนินไปเหมือนจะเป็นปกติ กลัวว่าน้ำหนักเริ่มจะวิ่งขึ้น จึงส่งสัญญาณมาบอกผ่านทางหัวเข้า พยายามคุมมื้อเย็นและมื้อดึกให้ได้อยู่สองสามวัน จะพยายามคุมต่อไป

แผนการออกกำลังยังคงไม่มีอะไรใหม่ จะพยายามวิ่งให้เร็วขึ้นและนานขึ้นเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพและความมั่นใจอีกสักระยะ ก่อนที่จะเพิ่มหรือปรับรูปแบบไปบ้าง รอดูด้วยว่าผลการตรวจร่างกายในวันพฤหัสฯ หน้านี้จะเป็นอย่างไร

พยายามจะกลับมา

กำหนดจิตตัวเองไว้ว่าจะขอพักรักษาตัวในครั้งนี้เพียงสิบสองวัน จะได้กลับมาวิ่งออกกำลังกายได้อีกในวันที่สิบสาม

เช้าวันอาทิตย์ ทันทีที่เริ่มสัปดาห์นี้จึงตั้งใจกลับมาวิ่งออกกำลังให้ได้อีกครั้ง

แต่อุปสรรคไม่ได้มีเพียงสภาพร่างกาย เจ้าไอพ็อดก็ยังคงเพี้ยนไม่สร่าง วิ่งได้สองวันวันละสี่สิบห้านาทีได้ระยะทางเพียงหกกิโลและสร้างกราฟแสดงลักษณะการวิ่งก็เพี้ยนอย่างเห็นได้ชัด จึงตัดสินใจรีเซ็ตเครื่องใหม่ทั้งหมด พร้อมกับหวังใจว่าอาจจะเข้าที่เข้าทางได้บ้าง

การณ์กลับไม่เป็นดังหวัง อาการเพี้ยนของไอพ็อดยังคงเหมือนเดิม พยายามวิ่งให้ได้สี่สิบห้านาทีต่อวันตามแผนเพื่อฟิ้นฟูร่างกายให้กลับมาพร้อมวิ่งให้ได้นานขึ้น รูปกราฟแสดงการวิ่งก็ยังคงเพี้ยนอยู่

มาถึงเช้าวันศุกร์ อาการเจ็บที่ข้อหัวแม่เท้าซ้ายยังคงตามมาหลอกหลอนอยู่ ไม่ต้องคิดนาน ตัดสินใจหยุดวิ่งเพื่อแช่เท้าในน้ำเย็นแต่เช้า

สรุปความพยายามกลับมาครั้งนี้ก็เป็นไปตามอัตภาพ ไม่อยากคาดหวังตัวเลขสถิติให้มากมายนัก ตั้งใจไว้ครึ่งหนึ่งว่าขอให้วิ่งได้ตามแผนในระยะนี้ก็ดีแล้ว สถิติการวิ่งจึงออกมาอย่างนี้

ยังคงแผนการรักษาข้อหัวแม่เท้าประจำวันไว้ในทุกวันเพื่อพิสูจน์ว่าธรรมชาติบำบัดต้องทำได้ แม้บางวันจำเป็นต้องกินยาสมัยใหม่บ้างเพื่อตัดอาการเจ็บปวดเสียก่อน

อีกเรื่องที่ต้องปรับก็คือไอพ็อดเจ้ากรรม เท่าที่วิเคราะห์หาสาเหตุของอาการเพี้ยน คิดว่าความเพี้ยนทั้งหลายเกิดขึ้นหลังจากได้อัพเดทเฟิร์มแวร์ของเครื่องในช่วงปลายปีที่แล้ว จึงอยากลองหาเฟิร์มแวร์รุ่นแรกที่เคยใช้มาทดลองดูว่าจะพบปัญหาอีกไหม สัปดาห์ใหม่คงได้เห็นกัน

ส่วนแผนการออกกำลัง ก็คิดๆ อยู่ว่าน่าจะมีแผนการออกกำลังทางเลือกเอาไว้สำหรับวันที่ไม่สามารถวิ่งได้ อาจจะเป็นการยกน้ำหนักเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้ิอเพราะจนแล้วจนรอด น้ำหนักเจ้ากรรมก็ยังไม่เห็นความก้าวหน้า ชั่งเมื่อเช้านี้เพียงครั้งเดียวได้ผลที่แปดสิบเก้ากิโลก็หยุดชั่งเลย คิดว่าอาจจะถึงเวลาสร้างกล้ามเนื้อมาช่วยเผาผลาญพลังงานแล้วหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

ส่วนแผนการวิ่งแบบเป็นคาบ (อินเตอร์วัล เทรนนิ่ง) ก็ยังคงคิดไม่ออกว่าจะใช้ความเร็วขนาดไหนดี เพียงแค่วิ่งให้ได้เต็มเวลาทุกวันนี้ก็ลำบากกายอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างไร นั่นก็เป็นเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงให้ได้

พักยาวอีกสัปดาห์

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์จำต้องหยุดเพื่อฟื้นฟูข้อนิ้วหัวแม่เท้าซ้ายอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อเนื่อง สารพัดจะทำตั้งแต่ใช้ยาเพื่อรักษาอาการข้ออักเสบ แช่น้ำเย็นเพื่อทำกายภาพบำบัด ดื่มชาหญ้าหนวดแมวเพื่อขับปัสสาวะ ดื่มน้ำขิงเพื่อบำรุงข้อต่อ

แต่ความกังวลเรื่องน้ำหนักตัวยังเป็นประเด็นหลัก เพราะเมื่อไม่ได้วิ่งออกกำลัง แถมอิริยาบทปกติก็มีแต่นั่ง เดี๋ยวไขมันก็พอกพูนขึ้นมาอีก จึงตัดสินใจดอล้างพิษเสียอีกหนึ่งวัน

พอดีวันพฤหัสเป็นวันพระ และใจก็ยากเพิ่มความก้าวหน้าในการอดล้างพิษ จึงตัดสินใจเปลี่ยนจากการอดด้วยผลไม้เป็นการอดด้วยน้ำชาในวันพระของสัปดาห์เสียเลย …เริ่มต้นได้อย่างทรมาน แต่ก็รู้สึกสบายตัวในเวลาต่อมา

แถมการอดวันนี้ก็หวังใจว่าจะช่วยลดน้ำหนักไว้รองรับการทำบุญใหญ่ของครอบครัวประจำปีที่บ้านบึง ชลบุรี ในวันเสาร์เสียแต่เนิ่นๆ กลัวว่าจะสนุกกับโต๊ะจีนจนฉุ

ผลการชั่งน้ำหนักเช้านี้ปรากฏว่าน้ำหนักกลับมาคงตัวอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่งเป็นที่เรียบร้อย และการหยุดพักยาวนานถึงสิบสองวันก็สิ้นสุดในวันนี้ด้วยเช่นกัน

แล้วก็เดี้ยงอีก

เริ่มต้นออกกำลังกายได้เพียงสองวันก็ต้องหยุดพักยาวอีกครั้ง อาการเริ่มออกตั้งแต่เช้าวันจันทร์ มันรู้สึกติดขัดตามข้อไปหมด โดยเฉพาะข้อหัวแม่เท้าซ้าย แรกทีเดียวก็คิดว่าคงเป็นอาการปกติ ได้วิ่งออกกำลังกายไปแล้วคงค่อยๆ คลายอาการไป ที่ไหนได้อาการค่อยๆ หนักขึ้นแทน

อาการข้ออักเสบแบบโรคเก๊าต์ที่ข้อหัวแม้เท้าซ้ายชัดเจนเต็มที่ในตอนเย็นวันจันทร์นั่นเอง เป็นการปิดฉากเดือนมิถุนายนและปิดฉากรอบการออกกำลังกายที่ครึ่งปีอย่างน่าเศร้าเสียนี่กระไร

ผมไม่ได้สงสารตัวเองจนหดหู่เศร้าหมอง ผมพยายามคิดว่าอาการข้ออักเสบนี้เกิดจากการกินอะไรเข้าไป ไม่มีสาเหตุจากอะไรอย่างอื่นเป็นแน่ ต้องเป็นเพราะอะไรที่กินเข้าไปนั้นอย่างแน่นอน

พลันในความคิด ผมตัดสินใจอดล้างพิษในวันรุ่นขึ้นทันที หากอาหารที่กินเข้าไปมันเป็นพิษต่อร่างกาย ก็ขออดล้างพิษเสียหนึ่งวันเป็นการโต้ตอบ พอดีที่มะละกอที่ซื้อไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนสุกทันกิน

แม้เช้าวันพุธจะยังไม่ถึงกับหายขาด แต่ก็ถือว่าการอดล้างพิษน่าจะส่งผลบ้างก็แล้วกัน …แรกเริ่มเดิมทีคิดจะอดจนกว่าจะหายเลยทีเดียว

เดี้ยงอยู่หลายวัน จนวันนี้ถึงจะพอก้าวเดินไปมาเกือบจะเป็นปกติได้ แต่ยังมีอาการเจ็บและเสียวที่ข้อหัวแม่เท้าซ้ายอยู่ ยังไม่หายสนิท สงสัยต้องพักให้หายสนิทก่อน ขืนออกวิ่งอีกครั้งจะไม่หายดี เดี๋ยวเกิดบาดเจ็บขึ้นมาอีก

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้วิ่งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีกครั้ง ครึ่งปีที่ผ่านไปแต่ความก้าวหน้ายังไปไม่ถึงครึ่งทางเสียที

สถิติของเดือนมิถุนายนและของสัปดาห์นี้ก็ออกมาตามอัตภาพเช่นนี้แล…

สิ่งเดียวที่พยายามประคองไว้สุดกำลังก็คือ “ใจ” นอกจากจะต้องไม่ตกต่ำลงไปแล้วยังต้องพยายามเดินหน้าต่อไปให้ได้อีกด้วย

ก้าวไปสักก้าวได้หรือยัง?