Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

ค่อยๆ เข้าที่

ยัง ยังไม่ค่อยเข้าที่เสียทีเดียว แต่การได้ใช้เวลาอ่านในแต่ละวันไปกับการอ่านหนังสือให้มากขึ้นนั้น ช่วยได้มาก

สัปดาห์นี้ตั้งใจไว้เลยว่าจะเริ่มต้นด้วยการอดล้างพิษเสียหนึ่งวัน จึงเลือกวันจันทร์กับกล้วยน้ำว้าหวีเล็กๆ บวกกับกล้วยหอมงอมจัดที่เหลืออยู่สามลูกเป็นพระเอกของงาน

จริงแล้วผลพลอยได้หลังการอดล้างพิษอย่างหนึ่งคือสามารถควบคุมมื้อดึกได้มากขึ้น ผลก็คือได้มากขึ้นจริงๆ แต่ยังไม่ถึงกับควบคุมให้หมดได้อย่างสิ้นเชิง เป็นเรื่องของสภาพจิตใจล้วนๆ ไม่ใช่ความต้องการของร่างกาย

สำหรับแผนการออกกำลังยังคงอยู่ที่สี่สิบห้านาทีต่อวัน แม้สถิติรวมของสัปดาห์จะไม่ได้สวยงามอย่างเคย ก็คงต้องเปลี่ยนจากตัวเลขสวยงามเหล่านั้นเป็นจิตใจที่ไม่ต้องไปเคร่งเครียดกับสถิติตัวเลขเหล่านั้นแทน น่าจะมีผลดีต่อสุขภาพกายและใจโดยรวม

น้ำหนักตัวชั่งเมื่อเช้ากลับมาอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่งอีกครั้ง เอาแต่วิ่งขึ้นๆ ลงๆ อยู่อย่างนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเห็นความคืบหน้า

สำหรับแผนการออกกำลังกายแบบเป็นช่วงนั้น ยังไม่รู้ว่าจะปฏิบัติได้จริงมากน้อยเพียงใด ยังกลัวอยู่ว่าจะกลายเป็นถอยกลับไปไกลเกิน

คิดมากก็จะกลายเป็นความกังวลอีก ต้องระวังเรื่องอารมณ์ให้ดี ค่อยๆ ศึกษาหาข้อมูลอีกหน่อย คงจะได้คำตอบสำหรับวางแผนต่อไป

ยังกลับมาไม่หมด

ขอรวบยอดมาเขียนทีเดียวสัปดาห์นี้ เพราะสัปดาห์ที่แล้วไม่เพียงสภาพอากาศที่แม้ร่างกายสมบูรณ์ดีก็ไม่สามารถออกกำลังได้ สภาพร่างกายที่กว่าจะฟื้นข้อเท้าให้เดินตรงๆ ได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือสภาพจิตใจและความคิดที่ถดถอยถึงจุดที่ไม่สามารถคืบหน้าไปได้

ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นเพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุแห่งปัญหานี้ เอาเป็นว่ารักษาใจไว้ไม่ให้ตกต่ำลงไปกว่านี้เป็นความสำคัญลำดับแรก

สัปดาห์นี้จึงต้องพยายามกลับมาวิ่งออกกำลังกายให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะรู้สึกตัวเองว่าเมื่อขาดการออกกำลังไปแล้วจะยิ่งทำให้ร่างกายถดถอยเข้าไปใหญ่

การกลับมาจะเริ่มต้นให้เหมือนหรือเท่าเดิมเลยนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะร่ายกายที่หยุดพักไปก็จำเป็นต้องค่อยเริ่มต้นให้ได้ระดับที่สามารถออกำลังได้สม่ำเสมอก่อนเป็นลำดับแรก เพราะไม่เพียงร่ายกายที่อาจจะไม่ไหวแล้ว อาจจะทำให้จิตใจยิ่งหดหู่เพราะความล้มเหลวอีกก็เป็นได้

สัปดาห์นี้จึงเริ่มต้นที่สี่สิบห้านาทีต่อวันหรือระยะทางหกกิโลเมตรเสียก่อน เพื่อให้ได้ใช้เวลาสังเกตร่างกายและจิตใจขณะวิ่งก่อน จากนั้นค่อยวางแผนสำหรับวันหน้าอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

สัปดาห์นี้ก็ยังต้องหยุดพักระหว่างกลางเพื่อปฏิบัติกิจส่วนตัวและหลีกทางให้กับฝนยามเช้าไปบ้าง น่าสังเกตอย่างหนึ่งว่าสามารถเริ่มการออกวิ่งได้อย่างไม่ลำบากนัก

สถิติรวมของสัปดาห์นี้จึงเป็นไปตามอัตภาพดังนี้

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าก็ยังคงเท่ากับสัปดาห์ก่อนที่ไม่ได้ออกกำลังเลยคืออยู่ที่แปดสิบเก้ากิโล ดีที่ไม่ขึ้นไปมากกว่านี้ทั้งที่มื้อดึกยังไม่สามารถหักห้ามใจได้ แถมยังรู้สึกตัวว่ามีท็อกซินในร่างกายจนสมควรจะต้องล้างพิษเสียสักวันหนึ่ง สัปดาห์หน้าจะเริ่มต้นด้วยภาะกิจนี้

ส่วนแผนการออกกำลัง อาจจะยังรักษาความสม่ำเสมอเอาไว้ก่อน อีกใจหนึ่งก็สนใจมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะลองปรับเปลี่ยนแผนการวิ่งแบบคงที่เป็นแบบช่วงเวลา เพราะเคยอ่านบทความว่าการออกกำลังแบบช่วงเวลาจะทำให้เผาผลาญพลังงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญมีพ็อดคาสท์สำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะมาระยะหนึ่งแล้ว

ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะสามารถกู้จิตใจกลับมาได้มากน้อยเร็วช้าขนาดไหน แต่ก็ต้องพยายามทำทุกอย่างให้สามารถครองสติปัญญาให้เป็นปกติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เริ่มเดือนใหม่กันอย่างไร

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่เดือนใหม่ด้วยความรู้สึกยังไม่ดีขึ้นจากเดิมมากนัก แต่ก็พยายามบอกกับตัวเองว่าต้องออกกำลังกายให้ได้ จะขาดไปสองวันคือเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ไม่ค่อยพร้อม และเช้าวันศุกร์ที่ต้องรีบออกไปตลาดเก่าเยาวราชแต่เช้า

ระหว่างสัปดาห์ก็พยายามสะสมระยะทางให้ได้มากที่สุด พยายามวิ่งให้ได้ไม่น้อยไปกว่าเก้ากิโล หากถึงสิบกิโลได้ก็ยิ่งดี จะมีบ้างบางวันที่เซ็นเซอร์เจ้ากรรมจะออกอาการเอ๋อ ก็ต้องถือเสียว่าได้ออกกำลังเต็มที่แล้ว ผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นไป

สถิติรวมของสัปดาห์ที่ได้วิ่งเพียงห้าวันก็ไม่ถึงกับแย่ไปเสียเลย

ที่น่าแปลกใจก็คือน้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้ ทั้งที่ได้ทำใจไว้ก่อนแล้วว่าคงยังไม่สามารถลดลงไปได้ ดีไม่ดีอาจจะเพิ่มขึ้นไปอีกไม่รู้ตัวเพราะมื้อดึกยังคงอยู่ แถมเมื่อวานเป็นวันเตรียมบ๊ะจ่างสำหรับไหว้วันนี้ บ๊ะจ่างนี้เป็นตัวทำน้ำหนักขึ้นได้ชงักนัก

บวกกับหลังจากวิ่งออกกำลังกายตั้งแต่เช้าวานนี้ก็มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวา เช้านี้จึงไม่สามารถวิ่งออกกำลังได้ตามเวลา แต่ก็เป็นการดีที่สามารถทอดเวลาการถ่ายท้องให้สุกงอมพอที่จะสามารถระบายของเสียออกไปได้เต็มที่

น้ำหนักชั่งเช้านี้จึงอยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบแปดกิโลนิดหน่อย ถือเสียว่ายังคงอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่งก็แล้วกัน

สัปดาห์ใหม่ก็หวังว่าจะสามารถกลับไปวิ่งออกกำลังกายได้ในเร็ววันนี้

แม้จะเริ่มด้วยมงคล

สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยมงคลชีวิตเพราะวันจันทร์เป็นวันวิสาขบูชา จึงเลือกอดล้างพิษในวันนี้เสียเลย ปกติแม้จะเป็นเช้าวันอดล้างพิษก็ยังสามารถออกกำลังกายได้เต็มชั่วโมงแต่คราวนี้ออกอาการหมดเสียตั้งแต่ครึ่งทาง จึงจำเป็นต้องหยุดเสียก่อนเวลา

ระหว่างสัปดาห์ เซนเซอร์เจ้ากรรมก็ออกอาการแปลกๆ จนไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ เช้าวันพุธที่ค่อนข้างสดชื่นแต่กลับทำระยะทางได้ไม่ดี ผิดกับวันรุ่งขึ้นที่ตื่นยากกว่าที่ควร พอวิ่งเสร็จกลับได้ระยะทางดีกว่าธรรมดา แม้จะยอมรับได้แล้วว่าความเร็วที่วัดได้จากเซนเซอร์จะไม่สวยล้ำเหมือนก่อน แต่ก็อยากให้ไม่เพี้ยนไปเลยอย่างนี้

สถิติระหว่างสัปดาห์ก็ได้ตามอัตภาพ

ส่วนน้ำหนักตัวก็ยังไม่พุ่งขึ้นไปรุนแรง ยังคงนิ่งอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง ถือได้ว่าเดือนนี้ไม่มีความคืบหน้าเสียเลย นี่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้มีความเครียดสะสมอยู่ในใจจนทำให้ต้องมีมื้อดึกอีก ดีที่มื้อเย็นนั้นค่อนข้างเบาอย่างมูสลี่กับนมถั่วเหลือง พอเครียดบวกหิวเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถควบคุมใจให้สงบได้

ความเครียดนี้จะยังคงอยู่ เพราะยังไม่สามารถละความรู้สึกมีส่วนร่วมกับสังคมในปัจจุบันได้เลยตอนนี้

ผ่านหลักกิโลสำคัญ

สัปดาห์นี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเหมือนเคย รู้สึกว่าชีวิตชักจะเดินซ้ำซากเหมือนเดิมไปหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ชีวิตช่วงนี้ยังไม่มีความท้าทายใหม่เข้ามา อย่าเพิ่งมีเลย เพียงแค่รักษาความสามารถในการครองชีพในประเทศนี้ในยามนี้ไว้ให้ได้ก็แทบกระอักเลือกอยู่แล้ว อารมณ์เซ็งยังคงผุดเข้าผุดออกอยู่เป็นระยะ

เกือบลืมไปว่าสัปดาห์นี้ได้ลองเปลี่ยนอาหารเย็นไปเป็นมูสลี่ใส่น้ำถั่วเหลืองแทน กินอยู่ได้ห้าวันก็หมดแล้ว หากคิดค่าอาหารก็แพงไม่น้อยเลย และก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้มื้อดึกแวะเวียนกลับมาอยู่เนืองๆ

การออกกำลังกายเดินทางมาถึงสถิติสำคัญอีกครั้งในเช้าวันอังคาร เป็นการทำระยะทางผ่านสองพันห้าร้อยกิโลเมตรสำเร็จแล้ว แถมยังเป็นการออกกำลังครั้งที่สามร้อยยี่สิบเอ็ดเสียด้วย

มาถึงเช้าวันพุธ เริ่มต้นสายไปหน่อยจึงขอลดเวลาลงเหลือเพียงสี่สิบห้านาที ส่วนเช้าวานนี้หลังจากกินขนมรองท้องเข้าไปแล้วรู้สึกว่าวิ่งไม่ค่อยออก ระบบการหายใจไม่เป็นธรรมชาติ ฝืนวิ่งไปได้เพียงสามสิบห้านาทีก็ตัดสินใจหยุดดีกว่า ขอรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน

หยุดวิ่งมานั่งพักไปฟังเพลงไป ธรรมชาติเหมือนจะเป็นใจมาช่วยเยียวยา ส่งสายลมพัดเอื่อยแต่ต่อเนื่องมาให้ รู้สึกว่าฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี

สถิติของสัปดาห์นี้จึงไม่เต็มที่นัก แต่ก็ไม่น้อยไปกว่าสัปดาห์ก่อนนั้น

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื้อเช้านี้ก็ขอเข้าข้างตัวเองเสียหน่อยว่ายังไม่ขึ้นไปกว่าแปดสิบแปดกิโลครึ่ง แม้จะรู้สึกได้ว่าต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นเล็กน้อย

สัปดาห์หน้านี้จะขอเริ่มต้นดีๆ ในวันวิสาขบูชาด้วยการอดล้างพิษหนึ่งวัน ตั้งใจว่าจะสวดมนต์และนั่งสมาธิในระหว่างวันเสียหน่อยด้วย