Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

รักษาอารมณ์ไว้ได้ดี

หลังจากน้ำหนักลงมาเหลือเก้าสิบกิโลอีกครั้ง สัปดาห์นี้ก็ยังคงเฝ้าติดตามพฤติกรรมการกินของตัวเองต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร จะมีก็วันอังคารที่ชวนแม่ออกไปกินบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น ตั้งใจว่าจะเป็นนัดสั่งลา คงไม่ได้กินที่นี่อีก ผลการชั่งน้ำหนักเช้านี้ยังคงรักษาน้ำหนักไว้ได้เท่าเดิม

ส่วนแผนการออกกำลังก็สามารถดำเนินไปได้วันละแปดกิโลเหมือนเคย จะมีปัญหาก็ที่เจ้าตัวเซนเซอร์ในรองเท้าเริ่มออกอาการเอ๋อๆ อีกแล้ว เท่าที่ตรวจสอบข้อมูล ยังไม่เข้าข่ายแบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาเป็นแน่ เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนานถึงหนึ่งพันชั่วโมง นี่เพิ่งใช้ไปไม่ถึงสามร้อยชั่วโมงดี

อีกใจหนึ่งก็คิดไปว่า อุปกรณ์การวัดแบบนี้เมื่อใช้ไประยะหนึ่งอาจจะต้องการการคาลิเบรต แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปหาที่ไหนที่มีระยะทางสี่ร้อยเมตรมาตรฐานแน่นอนให้ได้ใช้ คิดออกแต่สนามศุภชลาสัยอยู่ที่เดียว เฮ้อ…

วานนี้ส่งข้อมูลเข้าระบบแล้วก็ปรากฏว่าผลรวมของสัปดาห์เพี้ยนอีก เบื่อที่จะบ่น

เอาเป็นว่าผลรวมของเดือนกุมภาพันธ์เป็นอย่างนี้ก็แล้วกัน ทำระยะทางได้น้อยลงเมื่อเทียบกันเดือนมกราคม เพราะว่าต้องรักษาอาการบาดเจ็บของหัวเข่าขวา ดีที่ไม่ถึงกับต้องหยุดออกกำลังไปเลย เพียงแค่ลดระยะทางลง

Summary 200802

สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ออกไปไหนสักเท่าไหร่ นั่งอยู่กับบ้านทำงาน มีงานสำคัญเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ต้องเร่งมือ

มีสิ่งพิเศษเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ต้นสัปดาห์ ขณะที่กำลังทำงานบ้านอยู่นั้น ก็เกิดความรู้สึกนิ่งๆ แล้วคุยกับตัวเองว่า “เรามีความสุข” ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกสุขหรือทุกข์แต่อย่างไร ความรู้สึกต่อมาก็คือ “เราต้องรักษาอารมณ์ไว้ได้ดี เรามีความสุข” หมายความว่าเราต้องไม่ทำให้อารมณ์แปรปรวน อย่าอารมณ์เสียง่ายเหมือนแต่ก่อน

นั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นแน่ คิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกสุขโดยไม่ต้องใช้วัตถุ เป็นความรู้สึกสุขโดยไม่ต้องมีใครมาตอบสนอง การรักษาอารมณ์ไว้ให้ดี น่าจะมีเป้าหมายอยู่ที่ความนิ่ง ไม่รู้สึกสุข ไม่รู้สึกทุกข์ ไม่ฟูหรือแฟบไปตามอารมณ์ รักษาอารมณ์ให้นิ่งอยู่ได้

น่าจะได้ช่วยให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือมากขึ้น มีความอดทนนั่งทำงานได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น เป็นการคาดการณ์ พัฒนาการเรื่องนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนอีก เพราะไม่ทันไรก็มีบททดสอบผ่านเข้ามาอีกแล้ว

ถอยกลับไปสามเดือน

หลังจากที่ลดระยะทางในการวิ่งออกกำลังประจำวันลงเหลือเพียงหกกิโลเมตรในวันจันทร์และวันอังคาร ก็รู้สึกได้ว่าข้อหัวเข่าขวานั้นดีขึ้น เช้าวันพุธจึงวิ่งต่อไปอีกหน่อยจนได้แปดกิโลเมตรอีกครั้ง

ในวันที่วิ่งน้อยลงก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กว่าวันที่วิ่งได้มากหรอก ขอรักษาร่างกายไว้วิ่งนานจะดีกว่ารักษาสถิติระยะสั้นให้ออกมาดูดี

และแล้วแผนสำรองที่ตั้งใจไว้ก็นำออกมาในวันพฤหัส หลังจากไปตลาดดอนหวายในตอนสายของวันพุธเพื่อจับจ่ายผลไม้มาไหว้พระในวันมาฆบูชา ได้มะละกอแขกดำหนักถึงสองกิโลติดมาด้วย ลูกนี้ราคาหนึ่งร้อยบาทเลยดีเทียว นี่คือส่วนประกอบของการอดล้างพิษแบบหนึ่งวัน หนึ่งวันในวันมาฆบูชา หนึ่งวันแรกของปีนี้ และเป็นวันพฤหัส

เช้าวันก็ยังตั้งใจจะวิ่งออกกำลังอยู่ ระยะทางแปดกิโลเมตรเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ระหว่างวันก็ได้ชาหญ้าหนวดแมวและมะละกอสุกรสดีเป็นผู้ช่วย คงเป็นเพราะกุศลช่วยหนุน วันพฤหัสนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างดีมาก เห็นว่าแผนการอดคงจะกลับมาในอีกสองสัปดาห์เป็นไปได้สูงมาก

เช้าวันศุกร์ลุกขึ้นมาอย่างสดชื่น หยุดออกกำลังหนึ่งวัน เริ่มต้นมื้อแรกด้วยข้าวกล้องต้มเปล่าๆ จากนั้นก็เข้าสู่สภาวะปกติ รู้สึกได้ว่ากระเพาะหดตัวลง สบายตัวขึ้น

เช้าวันเสาร์ตั้งใจจะวิ่งแปดกิโลเหมือนเดิม วิ่งไปเรื่อยๆ ก็พบว่าระยะทางมันเพี้ยนๆ อีกแล้ว หรือเป็นเพราะว่าหยุดวิ่งไปหนึ่งวันก็เป็นได้ วิ่งไปเรื่อยๆ เพื่อสังเกตอาการ และเห็นว่าเวลายังพอมีจึงทำระยะทางไปที่สิบกิโลเสียเลย

ไม่รู้ว่าจะดีใจที่ทำระยะทางได้หรือเสียใจที่หัวเข่าขวาทำท่าจะออกอาการอีกแล้วดี ในที่สุดก็ทำระยะทางได้ตามนี้

Summary Week 200808

เช้านี้ทำธุระเสร็จก็เดินขึ้นตาชั่ง เข็มกลับมาชี้อยู่ที่เก้าสิบกิโลถ้วนอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ความก้าวหน้าอะไร แต่เป็นการกลับไป ณ จุดเมื่อสามเดือนก่อนที่สามารถทำน้ำหนักได้เท่านี้ จากนั้นก็ขึ้นไปวิ่งเล่นข้างบนเสียนาน วันนี้กลับมายังจุดนี้ได้อีกครั้ง

นี่กระมังที่ทำให้แผนการอดล้างพิษแบบหนึ่งวันน่าจะกลับมาทุกสองสัปดาห์ อย่างไรเสียสัปดาห์หน้านี้ก็คงจะยังต้องรักษาอาการของหัวเข่าขวาต่อไปอีก ไม่รู้ว่าระยะทางแปดกิโลเมตรต่อวันจะเป็นไปได้ไหม ถ้าเห็นว่าไม่ดีขึ้นก็คงต้องลดลงให้เหลือเพียงหกกิโลเมตรต่อวันก่อน

รักษาร่างกายสำคัญกว่ารักษาสถิติ

ตลอดสัปดาห์นี้รู้สึกตัวว่าน้ำหนักน่าจะขึ้นไปอีกเพราะเท่าที่สังเกตเอวกางเกงขายาวที่คับขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าจะบอกอะไรได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการชั่งน้ำหนักเช้านี้ได้ความว่าทรงๆ อยู่ที่เก้าสิบเอ็ดกิโลครึ่ง ต้องชั่งซ้ำอยู่หลายครั้งเพื่อความั่นใจ

แผนการวิ่งเหยาะๆ สัปดาห์นี้พอไม่เห็นอุปสรรคอะไรก็ตั้งใจจะวิ่งให้ได้แปดกิโลทุกวัน ก็ทำได้ไม่เข้าเป้าเอาเสียเลย แต่ละเช้าตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก กว่าจะก้าวเท้าออกวิ่งก็ลำบาก บังคับร่างกายให้วิ่งจนจบก็แสนจะลำบาก

ทั้งหมดนั้นเข้าใจไปเองว่าน่าจะเป็นเพราะอาหารที่กินเข้าไปตอนเย็น อยากจะอดมื้อเย็นเสียให้รู้ไปเลย แต่ก็ยังไม่อาจต้านทานความหิวยามค่ำได้ มันช่างทรมานเสียนี้กระไร

กลางสัปดาห์มีงานต้องไปทำในเมือง จึงเลือกนั่งรถเมล์ไปกลับ แค่ยืนบนรถเมล์และเดินไปเดินมาแค่นั้นทำให้เจ็บหัวเข่าขวา น้ำหนักตัวกับรองเท้าหนังหุ้มส้นไม่เข้ากันหรืออย่างไรถึงขั้นเกิดบาดเจ็บได้ เช้าวันศุกร์ตื่นขึ้นมาหลังฝนหยุดจึงตัดสินใจพักหัวเข่าเสียหนึ่งวัน

เช้าวันเสาร์มาต่ออีกสิบกิโลเพื่อให้สถิติตลอดสัปดาห์ไม่เลวร้ายเกินไป

Summary Week 200807

ทั้งชาเขียวใบหม่อน ชาหญ้าหนวดแมว น้ำขิง ประคบเย็น ทายาแก้อักเสบและยาแผนปัจจุบันต่างๆ อาการบาดเจ็บของเข่าขวายังดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด สัปดาห์ใหม่นี้คงจำเป็นต้องลดความเข้มข้นของการวิ่งลง อันที่จริงก็คงไม่สามารถวิ่งได้มากนักอยู่แล้ว เอาแค่พอดีๆ ก็แล้วกัน

สถิติหรือการแข่งขันที่ร่วมอยู่ทั้งหมดคงไม่สำคัญเท่าข้อเข่าขวาแน่นอน หากจะทำสถิติวันนี้ให้ดีเลิศแต่วันข้างหน้าจำเป็นต้องหยุดวิ่งเพื่อรักษาตัวคงไม่คุ้มกันแน่

ลดความเข้มข้นลงมาหน่อย แต่ยังสามารถออกกำลังกายได้ทุกวันก็น่าจะเหมาะสมที่สุด อย่างนี้ต้องมีอีกแผนมาช่วยเสริมให้น้ำหนักลดลงได้อีกหน่อย

ลืมเป้าหมายแล้วหรือ?

ผมลืมเป้าหมายระยะสั้นไปแล้วหรือนี่ ไหนว่าจะลดให้เหลือเก้าสิบกิโลภายในเดือนแรกไง ที่ไหนได้เช้านี้ชั่งแล้วน้ำหนักขึ้นไปอีก อยู่ที่เก้าสิบสองกิโลแล้ว หลังจากวันตรุษจีนผ่านไป

ลำพังมื้ออาหารหลังการไหว้บรรพบุรุษทันทีนั้นไม่ใช่เหตุ แต่มื้อหลังจากนั้นต่อมาสิ เพราะยังเหลือทั้งอาหารคาวและหวานอีกมากมายที่เก็บอยู่

แผนการออกกำลังของสัปดาห์นี้ผ่านการไตร่ตรองอย่างหนักเหมือนกันเพราะรู้แล้วว่าต้องขาดวันพุธไปหนึ่งวัน แต่พอเริ่มสัปดาห์เท่านั้น ฝนก็ตกเอาจนไม่สามารถออกกำลังได้ตั้งแต่วันอาทิตย์

ทำให้เหลือวันที่ออกำลังได้เพียงห้าวันเท่านั้นเอง จึงตั้งใจอย่างดีว่าจะวิ่งให้ได้วันละสิบกิโลเลย เพราะหวังว่าจะชดเชยวันที่ขาดสองวันนั้นได้

เช้าวันอังคารก่อนวันไหว้อากาศเย็นเป็นใจอย่างดี ช่วยให้ทำความเร็วได้จนเป็นสถิติใหม่อีกครั้ง และตลอดทั้งสัปดาห์สะสมระยะทางได้เข้าเป้า

080205 - 10K in 56.45 Summary Week 200806

แต่น้ำหนักไม่ลด แถมยังขึ้นเสียอีก

มีสาเหตุหนึ่งเกิดจากความพยายามจะควบคุมมื้อเย็น ลดปริมาณมื้อเย็นลง กลายเป็นว่าพอค่ำหน่อยก็ต้องเดินไปเปิดตู้เย็นตู้กับข้าวจนได้ เป็นอย่างนี้อยู่สองวัน คงจะทำให้พลังงานที่รับเข้าไปยังเกินกว่าที่ใช้ออกไปไม่น้อยเลย

แถมการวิ่งวันละสิบกิโล แม้จะรู้สึกดีมาก แต่หัวเข่าเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้วเหมือนกัน เริ่มมีอาการเมื่อยล้าทำให้กลัวไปถึงว่าอาจจะบาดเจ็บได้ หากสัปดาห์หน้าสามารถวิ่งได้ปกติทุกวันแล้ว คงต้องลดระยะทางในวันธรรมดาลงสักหน่อย

เป้าหมายของเดือนแรกจะต้องเลื่อนมาเป็นเดือนที่สองนี้โดยปริยาย หากไม่มีความคืบหน้า เป้าหมายปลายปีนี้ที่แปดสิบกิโลคงจะเลือนลางลงไปเรื่อยๆ

อยู่ๆ ก็เพี้ยนไป

สัปดาห์นี้เริ่มต้นไม่ค่อยสวยเสียเท่าไหร่ เพราะคืนวันเสาร์เกิดตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับแล้ว จึงตัดสินใจนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ราวสองชั่วโมง เข้าไปนอนต่อสักพักก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำภารกิจประจำอีก ในที่สุดก็ไม่ได้ออกกำลังเพราะไม่อยากฝืน และต้องนอนเก็บแรงไว้เดินทางไกล กรุงเทพ-หนองใหญ่ ชลบุรี ในตอนเที่ยงอีก ไปกลับในครึ่งวันเพื่องานศพโดยเฉพาะ

การวิ่งจึงเริ่มจริงในวันจันทร์ต่อมา ก็พยายามปรับแผนให้สถิติตลอดสัปดาห์ยังพอจะเทียบกับสัปดาห์ก่อนได้ แต่ก่อนจะจบสัปดาห์ก็จบเดือนมกราคมปีใหม่นี้ไปอย่างรวดเร็วในวันพฤหัสบดี

สถิติของเดือนมกราคมนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว เพราะสามารถออกกำลังได้ต่อเนื่อง หยุดไปเพียงไม่กี่วัน

Summary 200801

พอเริ่มวันศุกร์เป็นเดือนใหม่ ก็คิดอยากจะเริ่มต้นด้วยระยะสิบกิโลเมตรเสียหน่อย วิ่งไปวิ่งมาระยะทางไม่ก้าวหน้าอย่างผิดสังเกต อุตสาห์ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังรับเดือนใหม่นะนี่ กลายเป็นว่าหนึ่งชั่วโมงวิ่งได้แค่แปดกิโล หายไปตั้งสองกิโล งานนี้มีลุย

จึงตัดสินใจกู้ระบบในไอพ็อดกลับไปเหมือนตอนออกจากโรงงาน เป็นการล้างเครื่องนั่นเอง จากนั้นจึงเริ่มกันใหม่ในวันเสาร์

เริ่มต้นด้วยความกังวลว่าเจ้าตัวเซนเซอร์จะมีปัญหา จึงต้องฉวยเอาไอพ็อดมาคอยดูข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ระยะสองกิโลแรกก็ออกจะน่าเป็นห่วง จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อสังเกตการทำงานอีก จนเลยระยะสี่กิโลไปพร้อมกับช่วงเพลงประกอบการวิ่งเปลี่ยนจังหวะ ณ เวลาที่กำหนด เป็นอันว่าเข้าใกล้สถานการณ์ปกติแล้ว จึงรักษาความเร็วเอาไว้ให้สม่ำเสมอ

ดีที่อากาศเช้าวันเสาร์ที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านหน้าบ้านจะไม่ค่อยมีควันรถรบกวน จึงไม่รู้สึกแย่เหมือนวันอื่นๆ ระหว่างสัปดาห์ ในที่สุดก็สามารถทำสถิติใหม่ให้กับระยะทางสิบกิโลด้วยเวลาไม่ถึงห้าสิบเก้าวินาที

080202 - 10K in 58.26

ยังคงต้องสังเกตอาการของเซนเซอร์ต่อไปอีก อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเลย ยังไม่อยากเสียเงิน แถมน้ำหนักก็ยังไม่ยอมลดจากเก้าสิบเอ็ดกิโล ยิ่งต้องการการเผาผลาญไขมันอีกไม่น้อย แต่ระหว่างสัปดาห์ยังอิ่มหนำกับมื้อเย็นอยู่ไม่ยอมเปลี่ยน

อย่าปล่อยให้ความกังวลทั้งหลายมากดดันก็แล้วกัน เดี๋ยวต้องกลับสู่วังวงเดิมๆ อีก