ต่อสู้กับตัวเอง

เปิดปีใหม่อย่างดี เปิดสัปดาห์ใหม่ได้ดีแต่วันเดียว ตื่นมาเช้าวันจันทร์ออกอาการขี้เกียจเสียแล้ว ต่อเนื่องมาถึงเช้าวันอังคารอีกด้วย เท่าที่สังเกตดูน่าจะมาจากคุณภาพของการนอนอีกแล้ว พอนานไม่พอก็ออกอาการอย่างนี้อีก เรียกได้ว่าต้องหย่าขาดรายการโทรทัศน์รอบค่ำไปก่อนกระนั้นเลย

มาเสียท่าอีกครั้งในคืนวันพฤหัสเพราะเกิดกินกาแฟเอาตอนมื้อเที้ยงแก่ๆ ทำให้นอนไม่หลับอีกคืน เช้าวันศุกร์ออกลูกอู้ไปอีกวัน

เช้าวันพุธและวันพฤหัสหลังจากที่ได้นอนอย่างเต็มที่ สามารถออกวิ่งได้เต็มแปดกิโลอย่างน่าประทับใจ มาต่อในเช้าวันเสาร์ที่เริ่มมีความหนาวเย็นกลับมาเยี่ยมยามเช้าอีกครั้ง ช่วยให้การวิ่งทำได้ดีขึ้นอีกด้วย

ไม่อยากคิดว่าเสียฤกษ์เปิดปีใหม่ แต่อยากคิดว่าทำเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ดังนี้

แผนการกินอื่นๆ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ต้องคอยสังเกตอาการเสียดบริเวณใต้ราวนมขวาที่กลับมารบกวนอยู่จนทำลายคุณภาพการนอนไปด้วย มาท้ายๆ สัปดาห์ค่อยดีขึ้นนิดหน่อย

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบสี่กิโลครึ่ง กางเกงขายาวหลวมๆ ช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้นบ้าง น้ำหนักตัวขนาดนี้ชั่งได้ครั้งหลังสุดเมื่อราวสิบสองปีที่แล้ว หลังจากที่กลับมาจากอเมริกา แต่หลังจากนั้นก็มีแต่ขึ้นเอาๆ

ยังต้องย้ำจิตใต้สำนึกของตัวเองว่าต้องไม่กลับไปอ้วนเหมือนเดิมอีก จากนี้เป็นต้องสังเกตสัญญาณต่างๆ ที่จะออกมาจากอวัยวะทุกส่วน และต้องปรับสมดุลย์ให้สุขภาพโดยรวมเป็นปกติที่สุด

อาหาร การนอน การออกกำลังกาย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในทุกวันนี้ที่ต้องใส่ใจ

ก้าวหน้าต่อไป

ไม่ได้เตรียมจะเข้าสู่ปีใหม่แต่อย่างไร เริ่มต้นวิ่งได้เพียงสองวัน จากที่หวังว่าจะได้ปิดปีเก่าอย่างประทับใจบ่ายๆ วันจันทร์นั้นเองก็มีอาการเจ็บข้อนิ้วเท้าจากโรคเกาต์กำเริบอีกจนได้ เพิ่งผ่านการล้างพิษมาหยกๆ กำลังคิดจะหยุดยาคุมระดับกรดยูริก กลายเป็นต้องรีบหาหยูกยามากมายมาแก้อาการเฉียบพลันเสียก่อน

และยังไม่สามารถจบเดือนที่ระยะทางสะสมที่หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรได้ พยายามจะกลับมาวิ่งต่อในเช้าวันสิ้นปี กลายเป็นว่าแบตเตอรี่ที่ตัวเซนเซอร์ที่รองเท้าหมดเกลี้ยงเรียบร้อยแล้ว เลยได้พักติดต่อกันสามวัน พอดีหมดปี

เริ่มปีใหม่ก็รีบลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาเพื่อออกวิ่งในวันแรกของปีทันที แม้อาการเจ็บข้อนิ้วเท้ายังไม่มีวี่แววหายสนิท อย่างไรก็ต้องออกวิ่งให้ได้ สะสมระยะทางเอาไว้ก่อน สัปดาห์นี้กลายเป็นฟันหน้าหลออีกจนได้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าขึ้นไปอยู่ที่เก้าสิบสี่กิโลกรัม หลังจากอาหารการกินกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ดีที่ยังไม่ขึ้นเลยไปกว่านี้ แต่ความพยายามออกแบบการกินในแต่ละมื้อยังมีอยู่ เพื่อรักษาน้ำหนัก และหาแนวทางลดมันลงไปให้จงได้

เดือนนี้ไม่มีแผนที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เกรงอยู่เหมือนกันว่าน้ำหนักอาจจะขึ้นไปอีกก็ได้ ใจก็มุ่งจะไม่กลับไปอ้วนอีก แต่การปฏิบัติก็ต้องสอดคล้องกันด้วยจึงจะเห็นผล

แผนการอื่นๆ สำหรับปีใหม่ยังไม่มี ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาว มีแต่ความคิดว่าจะวิ่งให้ได้สม่ำเสมอ ดูแลอาหารการกินและการปฏิบัติตัวให้อยู่ในแนวทางสุขภาพดีได้ต่อไปนานๆ ก็แล้วกัน