ก้าวหน้าต่อไป

ไม่ได้เตรียมจะเข้าสู่ปีใหม่แต่อย่างไร เริ่มต้นวิ่งได้เพียงสองวัน จากที่หวังว่าจะได้ปิดปีเก่าอย่างประทับใจบ่ายๆ วันจันทร์นั้นเองก็มีอาการเจ็บข้อนิ้วเท้าจากโรคเกาต์กำเริบอีกจนได้ เพิ่งผ่านการล้างพิษมาหยกๆ กำลังคิดจะหยุดยาคุมระดับกรดยูริก กลายเป็นต้องรีบหาหยูกยามากมายมาแก้อาการเฉียบพลันเสียก่อน

และยังไม่สามารถจบเดือนที่ระยะทางสะสมที่หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรได้ พยายามจะกลับมาวิ่งต่อในเช้าวันสิ้นปี กลายเป็นว่าแบตเตอรี่ที่ตัวเซนเซอร์ที่รองเท้าหมดเกลี้ยงเรียบร้อยแล้ว เลยได้พักติดต่อกันสามวัน พอดีหมดปี

เริ่มปีใหม่ก็รีบลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาเพื่อออกวิ่งในวันแรกของปีทันที แม้อาการเจ็บข้อนิ้วเท้ายังไม่มีวี่แววหายสนิท อย่างไรก็ต้องออกวิ่งให้ได้ สะสมระยะทางเอาไว้ก่อน สัปดาห์นี้กลายเป็นฟันหน้าหลออีกจนได้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าขึ้นไปอยู่ที่เก้าสิบสี่กิโลกรัม หลังจากอาหารการกินกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ดีที่ยังไม่ขึ้นเลยไปกว่านี้ แต่ความพยายามออกแบบการกินในแต่ละมื้อยังมีอยู่ เพื่อรักษาน้ำหนัก และหาแนวทางลดมันลงไปให้จงได้

เดือนนี้ไม่มีแผนที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เกรงอยู่เหมือนกันว่าน้ำหนักอาจจะขึ้นไปอีกก็ได้ ใจก็มุ่งจะไม่กลับไปอ้วนอีก แต่การปฏิบัติก็ต้องสอดคล้องกันด้วยจึงจะเห็นผล

แผนการอื่นๆ สำหรับปีใหม่ยังไม่มี ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาว มีแต่ความคิดว่าจะวิ่งให้ได้สม่ำเสมอ ดูแลอาหารการกินและการปฏิบัติตัวให้อยู่ในแนวทางสุขภาพดีได้ต่อไปนานๆ ก็แล้วกัน