ไม่อาจปฏิเสธความจริง

กฏแห่งกรรมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ในฐานะของคนที่ปวารณาเข้าเป็นพุทธศาสนิกชน และการเจ็บป่วยครั้งที่ก็เป็นผลจากเหตุแห่งกรรมที่ได้กระทำผ่านมานั่นเอง

ประเด็นแรก กรรมในปัจจุบัน เป็นเพราะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ตามที่ควรในช่วงเดือนที่ผ่านมา อาหารการกินที่ไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายมากมายได้ผ่านเข้ามาเพื่อใช้เป็นเครื่องบรรเทาและบำบัดตามแต่อารมณ์ในแต่ละเวลา เป็นเหตุให้อวัยวะสำคัญทำงานแย่ลง รวมไปถึงการนอนที่บกพร่องไปเพราะเพลิดเพลินอยู่กับสิ่งบันเทิงที่ผ่านและรอกาลที่เหมาะสมให้เสพ สองสิ่งนี้ทำให้อาการเจ็บป่วยที่เท้าขวาเรื้อรังไม่ยอมหายขาดง่ายๆ

ประเด็นที่สอง กรรมในอดีต แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเคยไปทำให้ใครหรือสิ่งมีชีวิตอื่นใดต้องลำบาก แต่นี่น่าจะเป็นการเรียกคืนหนี้กรรมที่เคยก่อไว้ในอดีตเป็นแน่

เมื่อทบทวนเรื่องราวด้วยสติแล้วก็จะสามารถวางใจให้นิ่งไว้ ไม่ฟูมฟายไปกับอุปสรรคที่กำลังฝ่าอยู่ และพยายามคิดแผนรองรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาในไม่ช้าก็เป็นได้

ระหว่างที่ยังไม่ได้ออกกำลังอยู่นี้ก็มีการแข่งขันที่เข้าร่วมไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนได้เดินทางมาถึงวันสุดท้ายในกลางสัปดาห์ และทีมที่เข้าร่วมอยู่ด้วยก็เป็นฝ่ายชนะ

 

จากที่ตั้งความหวังเอาไว้ว่าสัปดาห์นี้น่าจะสามารถออกกำลังได้อีกครั้งในวันพฤหัส เอาเข้าจริงดูเหมือนห่างไกลความเป็นไปได้ค่อนข้างมากเอาเรื่อง เช้าวันเสาร์จึงทดลองออกเดินเร็วๆ อีกครั้งเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ทั้งหมด สัปดาห์นี้จึงสะสมไปได้เพียงเท่านี้

ผลการทดลองก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจได้ว่าจะสามารถออกกำลังได้เหมือนเดิมในเร็ววัน เป็นห่วงก็งานในสัปดาห์ใหม่ที่จะต่อเนื่องกันในวันจันทร์และวันอังคาร หวังว่าอาการที่ทุเลาลงไปบ้างจะไม่กำเริบจนรบกวนการงานครั้งนี้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าได้แสดงถึงผลที่ได้รับจากการกระทำที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ตัวเลขแปดสิบหกกิโลครึ่งกลับมาทั้งที่หายไปนานนับปีแล้ว ยังไม่นับรวมผลอื่นๆ ได้สังเกตได้อีกมากมายจากภายในร่างกาย ถึงเวลานี้ต้องหยุดพฤติกรรมนอกลู่นอกทาง และบังคับตัวเองกลับเข้าสู่เส้นทางสายสุขภาพอย่างเคร่งครัดให้ได้

แต่ก็ไม่รู้จะทำได้ดีแค่ไหน เพราะขนาดนั่งเขียนบันทึกอยู่นี้ ท้องที่เคยอิ่มเอมกับมื้อดึกก็คร่ำครวญหาความคุ้นเคยเดิมๆ อยู่ไม่ยอมหยุด

หากไม่ยอมสร้างกรรมดีขึ้นใหม่ คงไม่ต้องคิดหวังถึงผลแต่กรรมดีว่าจะมีสุขภาพเป็นปกติสุขได้อย่างแท้จริง

ถึงปากหลุมก็ยังพลัดตกลงมาอีก

ตั้งใจดีแล้วว่าจะเดินหน้าแผนการวิ่งครั้งใหม่สำหรับวันที่เหลือของเดือน อย่างน้อยก็เพื่อให้ระยะทางสะสมของเดือนได้สักร้อยกิโลเมตร

แต่พอออกวิ่งได้สองวัน วันอังคารก็มีภารกิจนอกบ้านตามปกติ เช้ารุ่นขึ้นก็ปรากฏอาการที่ข้อเท้าซ้ายตามมาทันที ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะรถติดมาก ต้องเหยียบคลัทช์ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าถึงบ้าน กล้ามเนื้อที่ข้อเท้าคงทำงานมากไป

คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องห่วงว่าต้องลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อออกวิ่ง เอาเวลาช่วงนี้ไปดูหนังเกาหลีที่อยากดูแทนดีกว่า สัปดาห์นี้จึงวิ่งได้เพียงเท่านี้เอง

ไม่ต้องแปลกใจเลยหากพอเดินขึ้นตาชั่งเช้านี้แล้วจะได้เห็นตัวเลขแปดสิบห้ากิโลครึ่ง เพราะนอกจากไม่ได้ออกกำลังกายแล้ว อาหารการกินยังคงเป็นไปตามอารมณ์ต่างต่างนานาที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านไป ทิ้งไว้แต่นิสัยแย่ๆ ต้นเหตุของการกินเพื่อบรรเทาความอยาก

แผนการวิ่งต่อไปคงต้องพักอีกสักสองสามวัน จนอาการบาดเจ็บหายสนิทแล้ว หลังจากที่ย้ายจุดจากข้อเท้าด้านหน้ามาที่ตาตุ่ม ดีที่ไม่มีภารกิจนอกบ้านทั้งวันเพราะย้ายไปเป็นสัปดาห์หน้าสองวันติดต่อกันแทน

…คงได้เผาผลาญไขมันที่สะสมไว้อีกครั้งในเร็ววัน

หลุมดำแห่งหายนะ

หายไปจากการวิ่งเสียหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าถึงสิ้นเดือนสิงหาคมน่าจะทำระยะทางสะสมได้มากจนน่าพอใจ แต่เพราะอาการกำเริบ ความสิ้นหวังจึงเข้ามาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง

สรุปว่าเดือนที่แล้วสะสมระยะทางไปได้เพียงเท่านี้เอง

การพาตัวเองกลับมาวิ่งเหมือนเดิมดูแล้วรู้สึกยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่า การเริ่มต้นอีกครั้งจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เพื่อให้จิตใจกลับมาพอใจกับการวิ่งเหมือนเดิม

แต่สัปดาห์นี้มีภารกิจนอกบ้านอีกครั้งในวันอังคาร ไม่เพียงวันเดียวที่ต้องการพักหลังจากนั้น แรงเฉื่อยภายในยังคงมีอยู่ กว่าจะบอกตัวเองให้กลับมาวิ่งอีกครั้งก็หมดสัปดาห์อีกแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือบังคับตัวเองให้วิ่งในระดับเดิมที่เคยทำได้ทันที

ระยะทางสะสมจึงทำไปได้เพียงเท่านี้ก่อน

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าลดลงมาหนึ่งกิโลหลังจากที่พุ่งไม่หยุดในสัปดาห์ก่อนเพราะไม่ได้วิ่งเลยอยู่ที่แปดสิบสี่กิโล เป็นไปได้ว่าควรจะทำให้ลดลงไปเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับสมดุลย์อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งการอดหนึ่งวัน …หวังว่าอย่างนั้น

หลุมดำนอกจากครอบงำจิตใจแล้วยังชักพาพฤติกรรมต้องห้ามกลับมาอีกด้วย ‘มื้อดึก’ ที่ห่างหายไปนานแล้วกลับมาพักพิงแทบจะเป็นการถาวร เรื่องนี้ต้องตั้งสติพิจารณาให้ดีเพื่อบังคับตัวเองให้หลุดพ้นจากหลุมดำตื้นๆ นี้ให้ได้

ระหว่างที่วิ่งตอนเช้าวันนี้ก็คิดเล่นๆ ว่าหากสามารถกลับมาวิ่งได้เหมือนเดิมสัปดาห์ละห้าวัน วันละแปดกิโล ภายในเดือนนี้ก็น่าจะทำระยะทางได้ถึงระดับหนึ่งร้อยกิโลได้อีกครั้ง หลังจากที่เป้าหมายหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลของเดือนที่แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า

สิ่งที่ต้องทำก็คือตั้งสติแล้วบอกกับจิตใต้สำนึกภายในว่าจำเป็นต้องพาตัวเองให้พ้นจากหลุมดำแห่งหายนะที่กำลังหลงวนเวียนอยู่นี้ ส่วนแรงผลักดันที่จะทำให้สำเร็จนั้น ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะหาจากที่ไหน…