มุ่งมั่นเดินหน้า

กิจทำบุญประจำปีของครอบครัวรออยู่ในวันแรกของสัปดาห์ ต้องเตรียมตัวเดินทางไปบ้านบึง ชลบุรี ตั้งแต่ยังไม่สว่าง ไม่ห่วงว่าจะไม่ได้ออกวิ่งเสียหนึ่งวัน แต่ห่วงอาหารการกินที่รอให้เลือกกินเมื่อเสร็จการเลี้ยงพระเพล

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสามารถควบคุมให้กินน้อยได้สำเร็จหรือเปล่า เช้ารุ่งขึ้นยังรู้สึกเหนื่อยตกค้างอยู่นิดหน่อย จึงออกวิ่งระยะสั้นก่อนเดินทางออกจากบ้านไปในภารกิจของครอบครัวประจำตลอดทั้งสัปดาห์นี้

วันต่อๆ มาก็สามารถปรับขึ้นไปที่แผนการวิ่งหกร้อยแคลอรี่ได้เหมือนเดิม ทำระยะทางเจ็ดกิโลเมตรได้อย่างต่อเนื่อง และปิดท้ายในเช้าวานนี้อย่างสดชื่นด้วยระยะทางแปดจุดสี่กิโลเมตรเหมือนงานที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆ นี้

ทั้งสัปดาห์สามารถทำระยะถึงสี่สิบกิโลได้อีกครั้ง

หลังงานทำบุญเลี้ยงพระก็จำเป็นต้องเพิ่มยาโรคเกาต์ขึ้นอีกเม็ดในตอนเย็นเพื่อเฝ้าระวังอาการมิให้กำเริบมารบกวนแผนการฝึกซ้อมเพื่องานที่กำลังจะมาถึง ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลครึ่งเหมือนเดิม

สัปดาห์นี้รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังพยายามจุดไฟในเตาเผาพลังงานที่ค่อยๆ หรี่ลงตลอดช่วงสามเดือนจนดับไป น้ำหนักตัวยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่อยากจะเป็นกังวลให้มากนัก ความสนใจยังอยู่เรื่องเดิมคือพยายามออกกำลังกายให้ได้สม่ำเสมอทุกวัน

แผนการฝึกซ้อมเพื่องานเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติที่กำลังจะมาถึงจะคงเดินหน้าต่อไป นอกจากใช้เสริมสร้างความพร้อมให้ร่างกายแล้วยังต้องเฝ้าดูข้อต่อต่างๆ ว่าจะรับภารกิจนี้ได้ดีแค่ไหน

The Lost Bladesman (2011)

ใครจินตนาการถึงด้านโรแมนติกของกวนอูได้บ้าง

พบ ‘ดอนนี่ เยน’ อีกครั้งในภาพยนตร์อิงจากวรรณกรรมอมตะเรื่อง ‘สามก๊ก’ ในบทบาทของ ‘กวนอู’ ผู้เกิดมาพร้อมกับคุณธรรมและทักษะยุทธ ในการรับรู้ผ่านการอ่าน ‘สามก๊กฉบับวณิพก’ โดย ยาขอบ ก็ไม่เคยสังเกตถึงด้านโรแมนติกของตัวละครใดเลย แต่เมื่อมีการนำเนื้อหาบางส่วนมาสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวไม่ว่าจะหยิบตอนไหนมาก็ต้องกลายเป็นหนังฟอร์มยักษ์อยู่ร่ำไป

เรื่องของ กวนอู ก็ไม่มีข้อยกเว้น ส่วนด้านบวกของโจโฉยิ่งคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร บทภาพยนตร์ที่ดีก็คงไม่อัดความดีหรือความเลวลงในตัวแสดงแต่ละตัวแบบไม่บันยะบันยัง มุมใหม่ของโจโฉก็ถูกเผยออกมาในหนังเรื่องนี้เช่นกัน

การแสดงของดอนนี่ เยน ดูแล้วไม่มีข้อสงสัยแต่ก็ไม่มีอะไรใหม่ การดำเนินเรื่องค่อนข้างเป็นไปตามแบบแผน ส่วน โจโฉ โดย ‘เจียง เหวิน’ ก็รับประกันคุณภาพด้วยชื่อของนักแสดงอยู่แล้ว

เอกลักษณ์ของหนังตะวันออกก็คือการเข้าถึงสภาพจิตใจและอธิบายได้ด้วยพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ต่างจากหนังตะวันตกที่พยายามเข้าใจจิตใจด้วยวัตถุต่างๆ ฟังแล้วช่างขัดแย้งในตัวเองนัก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ถึงกับเป็นสุดยอดหนังสามก๊กแต่ก็ไม่เสียดายเวลาที่ได้นั่งดู

ข้อมูลเพิ่มเติม

อ่านจบ ค้นคำเค้นความ (๒)

ค้นคำเค้นความ (๒)
ข้อเขียนว่าด้วยความหมายและที่มาของคำในภาษาไทย
โดย ล้อม เพ็งแก้ว | สำนักพิมพ์ศยาม
ISBN 974-7235-55-2
พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
ราคา ๑๕๐ บาท

ได้เล่มนี้มาพร้อมกับเล่มแรกด้วยราคาลดถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ สิบปีผ่านไปเล่มพิมพ์ครั้งที่หนึ่งยังขายไม่หมด แม้เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เสริมความรู้ให้กับคนรักภาษาไทยได้มากและสมควรอยู่ติดมือคนไทยทั่วไป ระหว่างที่เลือกหนังสืออยู่นั้นพบแค่สองเล่ม หากมีมากกว่านี้คงต้องซื้อมาให้หมดในคราวเดียวไปแล้ว

เล่มนี้รวมบทความจากนิตยสาร ‘ฟ้าเมืองไทย’ โดย อาจินต์ ปัญจพรรค์ ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๒๘ ถึง ๒๕๓๐ คาบปีวาระครบรอบสองร้อยปีสุนทรภู่ จึงมีเรื่องที่ครูล้อม เพ็งแก้ว เขียนถึงท่านไว้มากเป็นพิเศษ ได้เกร็ดความรู้อีกไม่น้อยเลย

ประเด็นสำคัญที่สุดคือได้รับคำแนะนำอีกมากมานเพื่อใช้พัฒนาการเขียนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ทั้งยังมีตัวอย่างและคำเตือนให้การใช้ภาษาไทยเป็นไปตามแบบแผนและความหมายที่ถูกต้อง ไม่เผลอใช้ภาษาวิบัติหรือมักง่ายใช้ตัวสะกดผิดๆ งานเขียนที่ดีจะต้องอ่านได้ทุกยุคทุกสมัยมิใช่หวือหวาชั่วครั้งชั่วคราว …นั่นเป็นทัศนะของผม

เวลาที่ใช้อ่านเล่มนี้จบออกจะห่างจากเล่มแรกค่อนข้างมากเพราะว่าอ่านหนังสือเล่มอื่นด้วยพร้อมกัน จึงสลับไปมาตามความสะดวก จนกระทั่งได้นั่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบในร้านสตาร์บัคส์ สาขาถนนข้าวสาร ตอนสายวันนี้เอง

The Borrower Arrietty (2010)

สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างอยู่ร่วมกันได้ด้วยการแบ่งปัน

อนิเมะเรื่องใหม่ของสตูดิโอจิบลิที่ลงโรงฉายเมื่อ 17 กรกฎาคม 2553 แต่เพิ่งได้ดูจบเมื่อวานนี้เอง มาครบทั้งภาพระดับ 1080p เสียง DTS 6 ช่อง และซับไตเติ้ลภาษาไทยจาก ThaiSubtitle.com โดยเรื่องนี้ไม่ใช่ผลงานของ Hayao Mayazaki แต่ความละเมียดละไมในแบบสตูดิโอจิบลิยังท่วมท้นเหมือนเดิม

พล็อตเรื่องรวมๆ ไม่มีอะไรหวือหวาแบบ Princess Mononoke หรือ Spirited Away กลับค่อนข้างเรียบง่ายและเบาสบายแบบ Only Yesterday มากกว่า

ภาพ มุมกล้อง และรายละเอียดอีกมากมายยังรักษาคุณภาพระดับสูงของสตูดิโอจิบลิไว้ได้ครบครัน

บทภาพยนตร์นำเสนอเรื่องของสิ่งมีชีวิตที่ต่างก็ดำรงชีวิตของตัวเองอยู่ในโลกใบเดียวกัน ทรัพยากรที่ต้องใช้นั้นก็ต้องหยิบยืม (borrow) จากแหล่งใดแหล่งหนึ่งจากกันและกัน บ้างก็หยิบยืมปัจจัยสี่ บ้างก็หยิบยืมความรู้สึกและกำลังใจ ฉากหลังเป็นความแตกต่างของครอบครัวที่สะท้อนความจริงในสังคมของผู้ชม

ส่วนประเด็นพิเศษยังสามารถพบเจอได้เป็นประจำในงานของสตูดิโอจิบลิคือเรื่องของสิ่งมีชีวิตและการดำรงอยู่ของมันก็ถูกนำเสนออย่างแนบเนียบไม่ได้ยัดเยียดเหมือนในประเทศด้อยพัฒนาแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศที่ใช้ภาษาเดียวกับเรา

การเริ่มต้นพบเจอและการลงท้ายแยกจากเป็นไปอย่างเนิบช้า ตามที่เกริ่นไว้แล้วว่าอนิเมะเรื่องนี้ไม่ได้หวือหวา แต่ความเบาสบายเมื่อบรรจบกับรายละเอียดของมุมมองและฉากต่างๆ ก็ให้ความรู้สึกค่อยๆ ไหลลื่นตาม ‘อาริเอ็ทตี (Arrietty)’ และ ‘โช (Shō)’ ไปได้แบบไม่มีสะดุดตลอดการนั่งชม

ประเด็นเปรียบเทียบอีกเรื่องที่ประทับใจมากก็คือคนเล็กจะบริโภคน้อย เป็นภาระต่อโลกน้อย ต่างจากคนอย่างเราท่านทั่วไป

ข้อมูลเพ่ิมเติม

เตรียมร่างกาย

ภารกิจของครอบครัวในสัปดาห์นี้แน่นเอียดทุกวันรวมถึงวันอังคารที่ต้องเดินทางไปถึงอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี แน่นอนว่าจะไม่ได้ออกวิ่งไปหนึ่งวัน ส่วนความตั้งใจจะรักษาความสม่ำเสมอของการออกวิ่งยังมีอยู่เต็มเปี่ยม

กลับจากต่างจังหวัดด้วยร่างกายที่อ่อนล้า เช้ารุ่งขึ้นจึงขอวิ่งสั้นเสียหนึ่งวัน ต่อมาก็มีเพื่อนในกลุ่มเพื่อนนักวิ่งบนเว็บไซต์เฟซบุ๊คพาข้อมูลการวิ่งเฉลิมพระเกียรติช่วงปลายเดือนนี้มาแนะนำ น่าสนใจมากด้วยเป็นการวิ่งเฉลิมพระเกียรติ ระยะทางแค่แปดจุดสี่กิโลเมตร ไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ของที่ระลึกจากการร่วมงานและที่สำคัญคืออยู่ใกล้บ้านมาก ทำให้รู้สึกถึงความเป็นไปได้หากจะเข้าร่วม นอกจากร่างกายที่ต้องเตรียมแล้วยังคงมีเรื่องการลงทะเบียนและการกิจการรอบๆ ตัวให้เข้าที่เข้าทางสำหรับวันนั้น ที่สำคัญหวังว่าจะไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรรบกวนก่อนเวลา

เช้าวานนี้จึงทดลองทำระยะแปดกิโลเมตรอีกครั้งเพื่อสังเกตร่างกาย ผลก็คือคงต้องเตรียมกล้ามเนื้อด้วยการซ้อมอีกมากเลยทีเดียว อย่างไรก็ยังคงพอมีเวลา

สัปดาห์นี้สามารถสะสมจนได้เห็นตัวเลขสี่สิบกิโลเมตรอีกครั้ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลครึ่งเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนกับตัวเองน้ำหนักไม่ต่ำกว่าเก้าสิบกิโลเห็นจะได้ ดูจากเอวกางเกงที่คับจนน่ารำคาญ ทำให้ต้องพิจารณาเรื่องอาหารการกินในชีวิตประจำวันอย่างคร่ำเคร่งอีกครั้ง ถึงตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาอย่างไรดี จะอดหนึ่งวัน จะอดหรือจะลดมื้อเย็น แล้วจะรับมือกับช่วงค่ำอย่างไร หนทางยังค่อนข้างมืดบอดอยู่ แต่รอบเอวดูเหมือนจะพองขึ้นทุกวัน

พยายามบริหารหน้าท้องก่อนนอนก็กลายเป็นยิ่งตื่นตัวจนนอนไม่หลับ จะเพิ่มการออกกำลังช่วงเย็นก็ยังไม่เสร็จงานหรือมีกิจต่อเนื่องอยู่ พยายามไม่กังวลให้มากเกินไปเพราะเดี๋ยวจะพาไปหาอะไรกินแก้เครียด กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ อ้วน-เครียด-กิน ไม่รู้จบได้อีก