แผนการวิ่งสำหรับสัปดาห์นี้คือว่าให้ได้ทุกวันเพราะไม่มีภารกิจต้องออกไปทำงานนอกบ้านเหมือนเคยอีก เริ่มต้นก็คิดคำนวณว่าหากสามารถวิ่งได้วันละเท่านี้กิโล จะสามารถทำระยะทางรวมได้เท่านี้กิโล คิดไปไกลถึงขนาดเดือนนี้อาจจะทำสถิติใหม่ก็เป็นได้
เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยระยะทางเก้ากิโลเสียก่อนเลย ในเมื่อวิ่งได้ก็วิ่งไปก่อน เผื่อวันที่เหลืออาจจะไม่ได้วิ่งเพราะฝนตกหรือมีภารกิจอื่นให้ต้องทำแต่เช้า
อีกวันก็คือเช้าวันพุธ มีแผนจะได้เอนจอยแซลมอนซาชิมิก็เลยวิ่งเผาผลาญล่วงหน้าไปก่อนเสียเลย ส่วนวันศุกร์มีกิจนอกบ้านจึงลดลงมาเหลือแปดกิโล
รวมแล้วสัปดาห์นี้สามารถสะสมระยะทางได้เป็นประวัติการณ์อีกครั้งถึงหกสิบกิโลเมตร จะภูมิใจดีหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ
น้ำเสียงที่แปร่งออกไปอย่างนั้นก็เพราะที่กล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าทั้งสองข้างออกอาการเมื้อยล้าตามมาเมื่อต้องใช้งานมันมากขึ้น ไม่มีวันหยุด กลัวเหมือนกันว่าผลเสียจะตามมาภายหลัง
แล้วจะปรับแก้อย่างไร ใส่วันหยุดเข้าในระหว่างสัปดาห์เหมือนเคย หรือวิ่งให้น้อยลงกว่าเดิม
น้ำหนักตัวชั่งเมื่อเช้า เดินขึ้นลงตาชั่งอยู่สามรอบยังคงนิ่งอยู่ที่แปดสิบห้ากิโลได้ สามารถเอากางเกงขายาวตัวเก่าที่ไม่ได้ใส่เพราะคับติ้วไปหมดกลับมาใส่ได้อีก ตัวที่เคยใส่ประจำหลวมไปเสียแล้ว
ใจหนึ่งก็คิดว่าหากไม่วิ่งให้ไกลขึ้น น้ำหนักก็จะไม่ยอมลงไปอีก อีกใจหนึ่งก็ต้องการรักษาหัวเข่าเอาไว้ใช้งานนานๆ อีกใจหนึ่งก็สงสัยว่าหากใช้งานขาให้หนักขึ้นไปอีกระดับ มันจะแข็งแรงขึ้นหรือเปล่า
แต่ทั้งหมดนี้ก็มาจบที่แผนการสำหรับสัปดาห์ใหม่ที่อาจจะวิ่งเพียงวันละแปดกิโลพอ อย่างไรก็วิ่งทุกวันอยู่แล้ว อาจจะต้องมีอะไรมาบำรุงกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าสักหน่อย อย่าหักโหมเกินไป จะได้มีใช้อีกนานๆ
