เหลิงแต่ยังพอคุมได้

เช้านี้ต้องเด้งตัวขึ้นอย่างไวเพราะเสียงเรียกของแม่ว่าจะหกโมงเช้าแล้ว ปฏิบัติกิจเรียบร้อยก็รีบขึ้นตาชั่งตัดสินความ เข็มแกว่งอยู่ไม่นานก็หยุดนิ่งที่เก้าสิบสี่กิโลครึ่ง ราวกับว่ามาชี้ให้ดีใจที่ค่าเฉลี่ยของสองสัปดาห์ก่อนกับสัปดาห์ที่แล้ว

จริงแล้วความรู้สึกเหมือนจะเหลิงมากกว่า เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากได้ลองสวมการเกงขายาวเพื่อใส่ไปสอบในสัปดาห์หน้าแล้ว ก็รู้สึกไปว่าไม่เห็นจำเป็นต้องควบคุมเคร่งเครียดกับการลดน้ำหนักให้มากเกินไปเลยเพราะกางเกงก็พอจะใส่ได้ แม้จะคับอยู่เหมือนกัน แต่ก็พอทน

จะว่าไปหากจะกลับไปตามใจปากอีกคงไม่ต้องคิดทำอะไรอีกแล้วชีวิตนี้ พยายามมาตั้งเท่าไหร่แล้ว จะล้มเลิกง่ายๆ กระนั้นหรือ มาคิดได้อีกครั้งก็วันพฤหัสที่ผ่านมา อีกแล้ว! วันพฤหัสอีกแล้ว! น่าจะมี correlation อะไรบ้างนะนี่

ตลอดสัปดาห์แม้จะไม่ถึงกับละการกินจุบจิบระหว่างมื้อได้ แต่ก็พยายามคุมมื้อเย็นมากขึ้น พอดีเข้าเทศการกินเจ ที่บ้านก็เริ่มตั้งแต่วันศุกร์เลย จึงเกิดพุทธิไอเดียว่าน่าจะละมื้อเย็นเสียด้วยเลยน่าจะดี …ตึงไปหรือเปล่า เอาเป็นลูกเดือยต้มที่ยังเหลืออยู่ก็แล้วกันนะ เอาพอประมาณอย่าให้ถึงกับอิ่มจะได้ฝึกข้อวิกาลโภชนาไปด้วยเลย …คุยมากไปแล้ว

เอาเป็นว่าสัปดาห์นี้พิจารณามื้อเย็นให้มาก ส่วนอีกสองมื้อก็คดข้าวด้วยสติมากขึ้น ประมาณปริมาณข้าวให้ดี หากรู้สึกไม่อิ่มมากเกินไป ก็เติมด้วยผลไม้ก็แล้วกัน

ได้การแล้ว…