หมดเดือนสิบขึ้นเดือนสิบเอ็ด ปีนี้ทำท่าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว แถมอะไรอะไรก็ทำท่าจะแย่ลงไปอีก
สัปดาห์นี้มีภารกิจนอกบ้านอีกครั้งในวันอังคาร เริ่มต้นจึงพยายามสะสมการวิ่งเอาไว้ก่อนเพราะมั่นใจว่าจะต้องเว้นวิ่งในวันพักคือวันพุธอีกหนึ่งวันแน่นอน ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงได้แบกรับมันได้ยากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
เช้าวันพฤหัสจึงยังไม่กล้าออกวิ่งเต็มระยะทาง เกรงว่าขาจะไปไม่รอด จึงปรับลดแผนการวิ่งลง เสร็จแล้วก็มีคำเตือนว่าเจ้าเซนเซอร์ในรองเท้าใกล้ถึงเวลาหมดไฟ นี่มันอะไรกัน ยังใช้งานไม่ถึงสองร้อยชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
มาได้วิ่งอีกทีก็เช้าวันเสาร์ด้วยแผนการวิ่งปกติ ทั้งหมดจึงสะสมระยะทางไปได้ตามอัตภาพ แถมต้องคอยกังวลด้วยว่าแบตเตอรี่จะหมดเมื่อไรก็ไม่รู้
ดูเหมือนว่าจะใช้ความพยายามขนาดไหนก็ยังไม่สามารถทำให้ตัวเองอยู่กับความรับผิดชอบที่มีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเสียที การกินบำบัดก็แทรกตัวเข้ามาในตอนดึกอีก และผลร้ายก็ตามมาในที่สุด
วานนี้อาการเจ็บที่ข้อนิ้วหัวแม่เท้าขวาปรากฏขึ้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ทันทีว่าเป็นเพราะสุขภาพและพฤติกรรมผิดๆ ที่ผ่านมาระหว่างสัปดาห์ จำเป็นต้องพึ่งยาเคมีเข้าระงับอาการโดยหวังว่าจะขายสนิทก่อนที่จะเข้าโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีอีกครั้งในวันศุกร์หน้า
เช้านี้ลืมชั่งน้ำหนักตัว มานึกขึ้นได้ก็ออกวิ่งไปนานแล้วอีกตามเคย น้ำหนักตัวหลังจากวิ่งเช้านี้อยู่ที่ปริ่มแปดสิบห้ากิโลในทางเกิน แปลว่าของจริงต้องมากกว่านี้เป็นแน่
มีความคิดหลายอย่างแล่นไปมาอยู่ในหัว ยังไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหน จะทิ้งทางไหน ขณะที่ยังเลือกไม่ได้นี้ ความเครียดก็ยิ่งสะสมขึ้นเรื่อยๆ อีก วงจรอุบาทย์เดิมๆ ก็อาจจะกลับมาอีก หรือจะไปไหนไม่รอดกันก็คราวนี้
