เย็นวันนี้มีกิจที่รพ. ศิริราชอีกครั้ง จึงวางแผนจัดพิมพ์เอกสารเล่มไม่หนาไม่บางด้วยเครื่องพิมพ์ที่เพิ่งพากลับมาเมื่อวานแถมค่าซ่อมหลักหมื่น แล้วพาไปเข้าเล่มที่ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ ประทับใจที่นี่เพราะได้เห็นความชำนาญในการเข้าเล่ม เจียรขอบ แถมราคานักศึกษาจริงๆ ชอบมาก……
แน่นอนว่าจากศิริราชมาธรรมศาสตร์ก็ต้องพึ่งเรือข้ามฟากจากท่าวังหลัง ศิริราช มายังท่าพระจันทร์ ค่าบริการถีบตัวขึ้นมาสูงถึง 3 บาทนานเป็นปีแล้ว แต่ก็ยินดีจ่าย เพราะที่ได้นั้นมากกว่าความสะดวก
ผมชื่นชอบบรรยากาศในการนั่งเรือข้ามฟากเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้สัมผัสกับลมเย็นๆ จากสายน้ำเจ้าพระยาตลอดเส้นทางข้ามฟาก ประทับใจจนกระทั่งเคยจินตนาการว่า อยากจะนั่งเรือข้ามฟากเล่นไปๆ มาๆ เสพบรรยากาศ เก็บข้อมูลต่างๆ สังเกตการณ์ผู้คนมากหน้าหลายตา เผื่อจะได้อะไรมาเขียนบ้าง
เย็นวันนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับท่าเรือข้ามฟาก ที่ว่าใหญ่เพราะตั้งแต่ผมใช้บริการเรือข้ามฝากมากว่าสิบปี ตั้งแต่ค่าบริการเพียงบาทเดียว นี่เป็นเรื่องใหม่เอื่ยม…
อะไรเปลี่ยนไป? มีการเปลี่ยนจุดเก็บค่าโดยสารเรือข้ามฟากจากท่าพระจันทร์มาไว้ที่ท่าวังหลังเสียแล้ว จัดเก็บเมื่อผู้โดยสารข้ามฝากมาถึงท่าวังหลังแล้วค่อยจ่าย ส่วนขาไปยังเหมือนเดิม ผมมองแล้วก็สะดวกดีต่อการจัดการ
และแล้วพุทธิไอเดียก็บังเกิด อย่างนี้ก็หมายความว่า หากผมนั่งเรือข้ามฝากจากท่าพระจันทร์มายังท่าวังหลังแล้วนั่งกลับ เท่ากับว่าผมไม่ต้องเสียค่าโดยสารเลยนั่นสิ
บรรเจิดขนาดที่ว่า นี่กระมังที่จะทำให้ความปรารถนาในการนั่งเรือข้ามฟาก กินลม เสพบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา เคล้าผู้คนมากหน้าหลายตา ฟรีๆ ก็เป็นเรื่องสะดวกง่ายดายมากขึ้น
จะติดอยู่เพียงว่าความหนาของผิวหน้าผมยังไม่มากพอ…..