เริ่มต้นด้วยวันสิ้นสุดโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดี รู้สึกว่าร่างกายเบาโล่งสบาย บวกกับสภาพอากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนยามเช้าทำให้ออกวิ่งได้อย่างดี และเนื่องจากไม่มีเงื่อนไขของเวลาบังคับทำให้เกิดความคิดอยากลองวิ่งต่อไปจากระยะเดิมอีกหน่อย วาบหนึ่งก็คิดถึงตัวเลขสิบกิโลเมตร
เมื่อผ่านระยะหกกิโล เจ็ดกิโล จนเกือบครบแผนการวิ่งที่เจ็ดร้อยแคลอรี่แล้ว สภาพร่างกายบอกว่าสามารถวิ่งต่อไปได้ จึงกำหนดจิตใจไว้ที่เพลงประกอบการวิ่ง จนเสียงแจ้งการวิ่งเกินเป้าหมายทยอยรายงานอีกทุกๆ ห้าร้อยแคลอรี่ที่ผ่าน ก็สามารถทำระยะทางสิบกิโลเมตรได้เป็นครั้งแรกของปีนี้ในวันที่ต้องดื่มน้ำมันมะกอกหีบเย็นผสมน้ำมะนาวตอนสี่ทุ่มคืนนี้
แน่นอนว่าเช้ารุ่งขึ้นต้องพักการวิ่งไปเนื่องจากโปรแกรมล้างพิษจะมีกิจกรรมต่อจนถึงเที่ยง วันต่อมาจึงออกวิ่งทันทีที่ทำได้ ส่วนที่หายไปอีกครั้งในวันพุธเพราะคืนก่อนนอนไม่หลับนั่นเอง
วันที่เหลือของสัปดาห์จึงมุ่งหน้ารักษาแผนการวิ่งให้ได้ทุกวัน เพื่อรักษาจิตใจให้เป็นปรกติไม่ฟุ้งซ่านอย่างที่ผ่านมา ตลอดห้าวันสามารถสะสมระยะทางได้เพิ่มขึ้นตามนี้
เรื่องนิสัยการกินที่ต้องการแก้ไขก็ค่อยๆ ดีขึ้น ด้วยความมุ่งหวังว่าจะสามารถสร้างสุขภาพตามแนวทางธรรมชาติบำบัดได้ ถึงจะยังแก้ไขได้ไม่เต็มที่นัก ก็ตั้งใจว่าจะพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง หวังว่าเมื่อได้ออกกำลังกายตามสมควรแล้วน้ำหนักจะเริ่มมีแนวโน้มลดลงบ้าง
สัปดาห์ใหม่มาพร้อมกับภารกิจของครอบครัวมากมายแน่นขนัด จะต้องวางแผนการออกกำลังกายให้ได้ตามวันเวลาที่พอจะจัดสรรได้
