ขอบคุณกำลังใจจากเพื่อนๆ

หมดไฟทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณไปช่วงหนึ่งจนเกือบจะรู้สึกว่าคุ้นเคยกับชีวิตที่ไม่มีการออกกำลังกายอีก รู้ตัวดีว่านั่นคือสัญญาณแห่งหายนะ แต่ปัจจัยแห่งความเสื่อมเริ่มแข็งแรงขึ้นทุกวัน ถึงกับต้องหยุดเขียนบันทึกอีกครั้งเพื่อปล่อยตัวปล่อยใจเรื่องนี้ ขณะที่เรื่องอื่นๆ กำลังรุมเร้ากันสนุกสนาน

พลันถึงเวลาใกล้จะหมดเดือนสองของปีนี้ เวลาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยวิธีการโผอย่างเร็ว รู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามครั้งใหม่เพื่อสลัดทิ้งบางสิ่งและกู้บางอย่างกลับมา

จะให้เริ่มวิ่งแปดกิโลอีกครั้งทันทีกลายเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมเข้าแล้ว ร่างกายยังจดจำความรู้สึกแย่ที่สุดจากการวิ่งครั้งสุดท้ายก่อนหยุดไปได้เป็นอย่างดี เมื่อตกสะเก็ดแล้วก็ยังคงต้องใช้ความพยายามอีกไม่น้อยเพื่อปลุกตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง เริ่มเดินอีกครั้ง

เริ่มกันอีกครั้งในปลายสัปดาห์ที่แล้วด้วยการเดิน เมื่อพอจะประเมินกำลังตัวเองได้แล้ว สัปดาห์นี้จึงเริ่มขยับขาให้เร็วขึ้นในกำหนดเวลาสามสิบนาทีเพื่อระยะทางสี่กิโลเมตร ตั้งใจว่าจะต้องฝึกตัวเองขึ้นมาให้ได้ สร้างความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาใหม่ เป้าหมายคือต้องรักษาความเร็วให้ได้ตลอดช่วงเวลาโดยไม่มีการพัก

สถิติของเดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างนี้

Summary 201302

เริ่มสัปดาห์มาก็มีภารกิจต่างๆ ส่วนช่วงท้ายสัปดาห์หยุดไปเนื่องจากสภาพร่างกายที่ยังพักผ่อนไม่ดีนัก สัปดาห์นี้จึงสะสมไปได้เพียงเท่านี้

Summary Week 201309

ปัจจัยสำคัญที่สุดคือคุณภาพการนอน หากทำได้ไม่ดีนักไม่เพียงไม่อยากตื่นขึ้นมาออกกำลังแล้ว อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บภายในจิตใจ ยิ่งจะทำให้รู้สึกไม่ดีกับการได้ออกวิ่งครั้งใหม่นี้อีก

ทันทีที่ข้อมูลการวิ่งแสดงขึ้นบนไทม์ไลน์บนหน้าเฟสบุ๊ค เพื่อนๆ จากทุกวงการต่างทยอยเข้ามากดไลค์และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง นี่เองที่ช่วยให้รู้สึกว่าต้องซื่อสัตย์ต่อกำลังใจเหล่านั้น ต้องลุกขึ้นมาซ้อมวิ่งอีกต่อไปเรื่อยๆ

พยายามทั้งปรับคุณภาพการนอนและควบคุมนิสัยการกิน ทำได้ยากทั้งสองอย่าง ผลจากการชั่งน้ำหนักเมื่อเช้านี้อยู่ที่เก้าสิบห้าจุดหกกิโลกรัมเป็นตัวชี้วัดอย่างดีว่าต้องใช้ความพยายามอย่างหนักต่อไปอีกนาน

อย่างน้อยก็ได้กำลังใจมากพอสมควร ภารกิจข้างหน้ายังหน้กหนาสาหัสนัก