เนคเทคเทียบเวลาอัตโนมัติทั่วประเทศ

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติพัฒนาเครื่องปรับตั้งเวลาอัตโนมัติ ส่งสัญญาณปรับเวลาให้นาฬิกาทุกเรือนในประเทศไทยเดินตรงกันทุกเรือน

นายสมชาย น่วมเศรษฐี ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายมาตรวิทยาไฟฟ้า สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับเนคเทคพัฒนาเครื่องส่งและเครื่องรับสัญญาณเวลา มีเป้าหมายปรับเวลานาฬิกาในประเทศไทยให้เดินเป็นมาตรฐานทั้งประเทศ ซึ่งประเทศอื่นได้พัฒนาเทคโนโลยีลักษณะเดียวกันนี้ไปใช้บ้างแล้ว

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 100 ปีไอน์สไตน์ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 คาดว่าเริ่มทดลองประสิทธิภาพด้านการส่งสัญญาณที่บริเวณอาคารทำงานของเนคเทค ซึ่งตั้งอยู่ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยสถาบันมาตรวิทยารับหน้าที่ในเรื่องของการคุมเวลามาตรฐานให้คงที่

อย่างไรก็ตาม เครื่องต้นแบบยังคงมีรัศมีการส่งสัญญาณเพียง 100 เมตรเท่านั้น และยังต้องพัฒนาอีกมาก รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ที่จะสร้างระบบส่งสัญญาณเวลาด้วยคลื่นวิทยุความถี่ต่ำใช้ในระดับประเทศ และตัวชิพรับสัญญาณที่จะนำไปติดตั้งในนาฬิกาให้สามารถนำไปใช้งานจริง

หากมีการพัฒนาแผ่นชิพรับสัญญาณ และเครื่องส่งสัญญาณสำเร็จ อนาคตจะนำไปติดตั้งประมาณ 2 จุด จึงจะสามารถให้บริการปรับเวลาให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งประเทศได้ ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งส่งสัญญาณลงไปยังภาคใต้ และ จ.นครราชสีมา ที่จะส่งสัญญาณไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“ไม่ว่านาฬิกาจะตายสักกี่ครั้ง ถ่านหมดสักกี่หน เวลาก็ยังสามารถปรับให้เดินตรงตลอด เนื่องจากเครื่องจะส่งสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง หากนาฬิกาเครื่องนั้นๆ อยู่ในรัศมีของเครื่องส่งสัญญาณและมีชิพรับสัญญาณที่คอยทำหน้าที่อัพเดท เวลาติดตั้งอยู่ ซึ่งทีมนักวิจัยยังต้องพัฒนาตัวชิพให้สามารถนำมาใช้ได้ในนาฬิกาทุกรูปแบบ และเจรจากับบริษัทผู้จำหน่ายนาฬิกาให้ติดตั้งชิพดังกล่าวต่อไป” นายสมชาย กล่าว

ปัจจุบันระบบส่งสัญญาณและรับสัญญาณเวลานี้ได้มีการนำไปใช้บ้างแล้ว อาทิเช่น ประเทศเยอรมนีที่สามารถปล่อยสัญญาณได้ครอบคลุมถึงประชากรทุกคนที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรปเลยทีเดียว และยังมีประเทศญี่ปุ่นที่ติดตั้งไว้ 2 จุดเพื่อให้ครอบคลุมส่วนเหนือและใต้ของประเทศได้

พล.อ.ต.ดร.เพียร โตท่าโรง ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เสริมว่า ปัจจุบันประชาชนยังสามารถตั้งเวลาได้อีก 4 วิธี ได้แก่ การสอบเทียบเวลาที่ห้องปฏิบัติการโดยตรง การสอบเทียบผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การสอบเทียบทางโทรศัพท์ด้วยการต่อสายไปที่ 181 เพื่อฟังเสียงโดยตรง การเทียบเวลาจากประกาศเวลามาตรฐานที่มีการประกาศตามวิทยุกระจายเสียง

วิธีการสอบเทียบผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น สามารถใช้ฟังก์ชันเวลาใน Window XP หรือใช้ Freeware ต่างๆ เช่น Dimension 4 หรืออื่นๆ ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://tf.nist.gov/general/softwarelist.htm โดยผู้สนใจต้องการที่จะปรับเทียบเวลามาตรฐานผ่านทางระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ตของ มว. หรือซิงโครไนซ์เวลาได้ที่ NTP Server หมายเลข 203.185.69.60 หรือติดต่อขอข้อมูลการติดตั้งได้ที่ห้องปฏิบัติการด้านเวลาและความถี่ ฝ่ายมาตรวิทยาไฟฟ้า

ที่มา กรุงเทพไอที นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 5 กันยายน 2550