พอจะได้เห็นผลจากการเปลี่ยนแปลงบ้างเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าจะมั่นใจได้สักเพียงใด คงต้องให้เห็นความต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งถึงจะยอมรับว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
เช้านี้ชั่งน้ำหนักได้เก้าสิบเอ็ดกิโลครึ่ง จึงบอกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่อยากดีใจไปเพราะถ้าสัปดาห์หน้ายังสามารถลดลงได้จึงจะน่ายินดี
สัปดาห์ที่ผ่านมาเปลี่ยนแผนการกินมื้อเย็นให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่สลัดจานใหญ่ๆ ก็ไม่เอา และพยายามนอนให้ได้ตามเวลา ไม่ให้ต้องนอนไม่หลับจนดึกดื่นเที่ยงคืนอีก จะมีก็เพียงอากาศที่ร้อนผิดปกติอีกครั้ง ตลอดวันต้องเป่าพัดลมจนหวัดถามหา คืนวันพุธต้องรีบกินยากัน กลายเป็นว่าเช้าขึ้นมากลับรู้สึกไม่สดชื่นจนไม่ได้เดินออกกำลัง ต่อมาเช้าวันศุกร์ก็ฝนตกพรำจนได้ได้เดินอีก เช้าวานนี้จึงตั้งเป้าเดินให้ได้สิบกิโลอีกเพื่อเป็นการชดเชย สองวันที่ขาดได้ ขณะที่วันธรรมดาเดินได้อยู่ที่วันละเจ็ดกิโลครึ่ง เอาเป็นว่าเป้าหมายของวันเสาร์อาทิตย์ให้อยู่ที่สิบกิโลเลยก็น่าจะดี พอเดินเสร็จก็ไม่มีอาการเหนื่อยล้าแต่อย่างไร
เช้านี้จึงเดินอีกสิบกิโล ถือเป็นการเก็บระยะทางไว้เผื่อว่ามีวันไหนอาจจะไม่ได้เดิน ให้เป้าหมายวันเสาร์อาทิตย์เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
รู้สึกดีที่หลังการเดินก็ไม่มีอาการบาดเจ็บหรือเหนื่อยล้าอะไร ยิ่งทำให้คิดไปว่าถ้าเดินได้แบบนี้ทุกวันก็ยิ่งดี แต่เวลาคงไม่เป็นใจนัก
ประเด็นคือมื้อเย็นและมื้อดึกที่ต้องมุ่งมั่นพิชิตให้ได้ แม้เป้าหมายที่เก้าสิบกิโลกรัมประจำเดือนนี้จะพลาดอีกครั้ง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้สักวันหนึ่ง