It’s Showtime and beyond

หลัง Keynote เช้าวันอังคารที่ 12 กันยาที่ผ่านมา เวลาที่แคลิฟอร์เนีย ผมเข้าไปหลังเวทีเพื่อทักทายพี่ Steve Jobs เช่นเคย ประโยคแรกที่ผมอยากจะถามแกก็คือวันนี้ไม่มี One More Thing หรอกหรือ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะต้องพูดถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ผ่านมาก่อน มันเป็นมารยาท

ผมเริ่มทักทายพี่แกว่า “ผมเดาว่าคุณคงได้รับข้อร้องเรียนจากเจ้าของ iPod shuffle มาแน่เลยว่าเจ้า iPod ของเขาหรือเธอนั้นหายประจำ ในที่สุดคุณก็ต้องให้ทีมออกแบบทำที่หนีบมาให้เลย ลูกค้าจะได้ไม่ต้องห่วงอีกใช่ไหม”

แกยิ้มมุมปากแล้วและเอ่ยว่า “เกลียดจริงนักคนรู้ทัน”

ผมคุยต่อ “ก็แน่หล่ะ คนที่เขาโขมยไป เกิดใช้ไม่เป็นเพราะดันคิดว่าเป็นหมากฝรั่ง พอเปิดออกดูดันไม่มีสักชิ้น จะเอาไปคืนก็ไม่ได้”

แกเสริมว่า “เลยเล่นไปหย่อนไว้ในตู้ไปรษณีย์ พอบุรุษไปรษณีย์เห็นคำว่า ‘Designed by Apple in California’ ก็เลยช่วยส่งกลับมายังบริษัท ทุกวันนี้เลยมี iPod shuffle มากมายในแผนก ‘Lost & Found’ ที่ campus”

ผมแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เราคุยกันได้อีกหน่อย ผมก็ยิงคำถามสุดท้ายที่เตรียมไว้ในใจ “ทำไมวันนี้ไม่มี One More Thing… หล่ะ ทุกคนชอบมันมากเลยนะครับ”

แกทิ้งท้ายไว้น่าสนใจว่า “วันนี้ยังไม่มีครับ แต่เวลาเดียวกันนี้ อีกเจ็ดวัน พอคุณกลับไปบ้านที่กรุงเทพแล้ว คุณรอดู One More Thing… ในโทรทัศน์ที่บ้านคุณได้เลย”

ณ ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าจะมีอะไรให้ประหลาดใจ แต่วันนี้ผมเชื่อแล้วว่าวันที่ 19 เดือน 9 ปี พ.ศ. 2549 มี One More Thing… ที่ผมต้องนั่งดูโทรทัศน์ตามเวลาที่ว่าจนเกือบเช้า

“ประกาศจากฉบับที่ 3/2549…………………….โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง!!!”

อยากให้วงการเพลงไทยเป็นอย่างไร

มีคนมาตั้งกระทู้ถามที่บอร์ดเขียวเรื่อง อยากให้วงร็อคในไทยเป็นแบบไหน เลยไปตอบเสียหน่อย ไม่ตรงคำถามนัก แต่ปรารถนาดี

อยากให้ค่ายเพลงของวงดนตรีสมัยนี้เลิกคิดเรื่องเงินมาเป็นอันดับแรกก่อน

จากนั้นก็เลิกเอาคนที่พอจะแสดงว่าเล่นดนตรีได้มารวมเป็นวงแล้วขาย ขอให้ส่งเสริมนักดนตรีจริงๆ ที่เล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณ แต่ต้องมีฝีมือนะ ไม่ใช่เอาแต่พล่ามว่าจะทำให้ดีที่สุดครับ แต่ไม่มีฝีมือเลย อย่าเอาความพยายามแบบนั้นมาร้องขอความเห็นใจ

จากนั้นก็เลิกบังคับให้คนแต่งเพลงเขียนแต่เพลงตามที่นายทุนต้องการ ต้องส่งเสริมให้นักแต่งเพลงใช้ความสามารถและจินตนาการอย่างเต็มที่ ให้เขาแสดงมุมมองต่อโลกในทุกเรื่อง อย่าคิดแต่เพียงว่าต้องเพลงแบบนั้นเท่านั้นถึงจะขายได้ คนฟังเขาไม่ได้โง่ให้ชักจูงได้ง่ายๆ หากเขาเบื่อเขาก็สามารถเลือกฟังเพลงจากต่างประเทศที่มีความหลากหลายกว่าได้ทันที

จากนั้นหัดจัดเวทีแสดงสดให้นักดนตรีได้พบกับคนฟังมากๆ หน่อย ปกตินักดนตรีอาชีพที่เมืองนอกเขาตะเวนแสดงสดกันทั้งปี แฟนเพลงเขาต้องการฟังของจริง เมื่อเขาพอใจ ยอดขายอัลบั้มจะตามมา แล้วค่อยคิดทำบันทึกการแสดงสดออกมาขายให้คนดูเก็บไว้ระลึกถึง ไม่ใช่เล่นไปรอบเดียว สัปดาห์ต่อไปออก DVD แล้ว ใครได้เงิน นักดนตรีอดตาย

หากจะแก้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องเลิกเอาเปรียบคนฟัง เลิกจับแต่ตลาดวัยรุ่นอย่างเดียว หัดมองผู้ใหญ่คนทำงานบ้าง นั่นคือกำลังซื้อของจริงและยั่งยืน

จะมีใครฟังไหม…

20 ม้วนจำจงดี

เขียนหนังสือมากๆ ก็หลงเหมือนกันว่าไม้มลายและไม้ม้วนใช้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ มีบทอาขยานที่ท่องจำมาแต่เด็กเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขียนถูกต้องได้ หากสงสัยก็เพียงระลึกถึง

ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง
เล่าท่ิองอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี

กาพย์ยานี ๑๑

หากใครคิดว่าการท่องจำเป็นเรื่องล้าสมัย แปลว่าเขามองอะไรเพียงด้านเดียว เพราะผมเติบโตมากับการท่องจำให้เข้าใจและนำไปใช้ ไม่ใช่การท่องจำเพื่อสอบ

นับหนึ่งกันใหม่

อยากถอนหายใจให้น้ำหนักมันลดเยอะสักครั้ง เช้านี้ชั่งน้ำหนักตามปกติ ได้ความว่าทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าไขมันเกิดได้ใจ แถมยังหัวเราะเยาะร่วนอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน เข็มตาชั่งยังชี้ที่เดิม แถมทำท่าจะไต่ขึ้นสูงไปอีกด้วย

สัปดาห์์ที่ผ่านมาทำท่าจะดี แต่เริ่มต้นเข้าจริงก็เล่นเอาต้องหยอดน้ำข้าวต้มเสียหลายมื้อ ยาฆ่าเชื้อท้องเสียหมดไปหนึ่งชุด แปดเม็ด ทานเสียสี่มื้อถึงเริ่มฟื้นตัว พอเพื่อนตั้มโทรมาคุยด้วยตอนบ่ายวันอังคาร แรงก็กลับมา

จากอาการท้องไส้วิปโยคครั้งนี้ จึงตัดสินใจเว้นวรรคน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและวิตามิน อาหารเสริมต่างๆ ไว้ก่อน เพราะเกรงว่าจะพาให้สำใส้อยากเต้นรำจังหวะเร้าร้อนขึ้นมาอีก เดี๋ยวต้องนอนร้อนรุ่มให้เสียรูปมวยภายในเวลากระชั้นชิด ไม่ต้องเป็นอันทำอะไรกันพอดี

การณ์ครั้งนี้น่าสนใจตรงที่ ร่างกายพยายามต่อสู้กับผู้บุกรุกด้วยการปรับอุณหภูมิภายในให้สูงขึ้นกว่าปกติมากหน่อย เข้าใจไปเองว่าเพื่อให้ทหารรักษาร่างกายมีกำลังวังชาดีและตัดกำลังคู่ต่อสู้ไปพร้อมๆ กัน ไม่ได้นอนห่มผ้าเพราะไข้อย่างนี้มานานแล้ว

สัปดาห์นี้ เริ่มจากวันนี้คงเข้าสู่สภาวะปกติ นับหนึ่งกันใหม่ เป้าหมายระยะสั้นเพื่อให้สบายตัวเมื่อเข้าสอบไล่ประจำภาค 1/2549 ที่ใกล้เข้ามาทุกที…

1 ปี inner voice

วันนี้ครบรอบ 1 ปีพอดิบพอดีกับ blog ส่วนตัว inner voice แห่งนี้

เขียนมากกว่า web หลัก 9digits.com เสียอีก ก็แน่หล่ะ ฟุ้งซ่านทุกวันอยู่แล้วนี่ เก็บความคิดมาเรียบเรียงแล้วบันทึกไว้ที่นี้ ดีกว่าเก็บกด เขียนไปเถอะ จะไม่มีคนอ่านก็ช่าง เขียน เขียน แล้วก็เขียน

อย่างน้อยก็จะได้คลังข้อมูลเอาไว้ใช้ได้อีกในอนาคต

เขียนต่อไป จนกว่าจะเลี้ยงชีพได้…

a silent scream from inside.