กิจกรรมหน้าร้อน

สัปดาห์ใหม่กับเดือนใหม่ของปีนี้ กังวลไม่น้อยว่าความร้อนของอากาศจะส่งผลกระทบกับแผนการวิ่งมากน้อยขนาดไหน กลายเป็นว่าหน้าร้อนของปีนี้มีฝนเข้ามาแทรกเป็นระยะ

หลังจากวิ่งในวันแรกของเดือนเสร็จก็เป็นเวลาของการตั้งเป้าหมายใหม่โดยเพิ่มระยะทางสำหรับเดือนนี้ขึ้นเป็นหนึ่งร้อยยี่สิบห้ากิโลเมตรแล้ว ถ้าสามารถรักษาแผนการวิ่งได้อย่างสม่ำเสมอก็มีความเป็นไปได้สูง

เช้าต่อมามีภารกิจของครอบครัวบวกกับตื่นสายจึงเลือกปรับลดแผนการวิ่งลงครึ่งหนึ่ง ดีกว่าไม่ได้ออกกำลังเลย พักไปอีกสองเช้าเนื่องจากนอนไม่หลับวันหนึ่งและฝนหน้าร้อนแวะมาทักทายอีกวัน ที่เหลือจึงพยายามออกกำลังให้เป็นปกติตามสมควร

ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมระยะทางได้อย่างดีตามนี้

ตลอดสัปดาห์ยังไม่สามารถจัดการมื้อดึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องแบ่งความพยายามอีกส่วนไปควบคุมเวลาการนอนให้เหมาะสม ดูเหมือนจะหลุดออกจากเส้นทางสายสุขภาพไปนานเหมือนกัน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลกรัมเหมือนเดิม ปัญหาคือความรู้สึกในการสวมกางเกงขายาวยังคงคับแน่น ไม่รู้สึกดีขึ้น นี่คือความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจัดการลดน้ำหนักให้สำเร็จจริง

แผนการวิ่งยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นไปได้ว่ามีบางวันต้องไปทำภารกิจถึงต่างจังหวัด อาจต้องพักการออกกำลังไปบ้าง อย่างน้อยวันที่เหลือก็คงจะได้ออกวิ่งตามปกติ

อีกส่วนที่ต้องจัดการคือตัวเอง คงต้องใช้กำลังจิตมากพอสมควรเพื่อเดินหน้า ว่าแต่จะหามาจากไหน

ซื้อหนังสือ สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 40

  • Beansprout & Firehead I : In The Infinite Madness โดย ทรงศีล ทิวสมบูรณ์ | สำนักพิมพ์ Fullstop
  • Beansprout & Firehead II : In The Black Season โดย ทรงศีล ทิวสมบูรณ์ | สำนักพิมพ์ Fullstop
  • Beansprout & Firehead III : The Winter Tales โดย ทรงศีล ทิวสมบูรณ์ | สำนักพิมพ์ Fullstop
  • Nine Lives โดย ทรงศีล ทิวสมบูรณ์ | สำนักพิมพ์ Fullstop
  • หลังอานบุรี โดย วินทร์ เลียววาริณ | สำนักพิมพ์ 113
  • ฝนตกขึ้นฟ้า โดย วินทร์ เลียววาริณ | สำนักพิมพ์ 113
  • สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน โดย วินทร์ เลียววาริณ | สำนักพิมพ์ 113
  • สารคดี ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๓๑๙ กันยายน ๒๕๕๔ ฉบับมะพร้าว ประโยชน์เกินร้อย
  • สารคดี ปีที่ ๒๘ ฉบับที่ ๓๒๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ฉบับปลูกผักกันดีกว่า
  • How STARBUCKS Saved My Life โดย Michael Gill | สำนักพิมพ์ HarperCollins
  • Strength Training : The Complete Step-by-Step Guide to a Stronger, Sculpted Body | สำนักพิมพ์ Dorling Kindersley DK
  • ประเทศใต้ระบอบชินวัตร : บันทึกประเทศไทยช่วงวิกฤตความขัดแย้งสูงสุด โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ | สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์
  • คนรักแผ่นดิน : นักสู้ผู้ทรนงที่ถูกใบสั่งจับตาย และการหวนคืนบนเส้นทางสร้างชาติ โดย เทิดภูมิ ใจดี (อัตชีวประวัติ)
  • เมื่ออากาศเป็นฆาตกร โดย ดร.ไสว บุญมา | สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์
  • มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว : อาหารเป็นยา กิน ดื่ม บ้วน ทา รักษาโรค โดย ดร.ณรงค์​ โฉมเฉลา | สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์
  • รู้ไว้…ไม่โง่ : ข้อเท็จจริงที่คนไทยต้องรู้ ก่อนตกเป็นเหยื่อฝรั่ง โดย ดร.ณรงค์​ โฉมเฉลา | สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์

ครั้งนี้ต่างจากการไปเลือกซื้อหนังสือในงานครั้งที่ผ่านๆ มาโดยเลือกแวะเฉพาะบูธของสำนักพิมพ์ที่ต้องการหลักๆ เท่านั้น ไม่ได้เดินทั่วงานเหมือนอย่างที่ผ่านมา จะมีก็เดินทั่วแพลนนารีฮอลล์ แต่ก็ให้เวลาเฉพาะบางบูธจริงๆ

หนังสือ 5 เล่มแรกมีความจำเป็นที่สุดเพราะต้องหาไปคืนเจ้าของเดิมที่ขอยืมมาอ่านแต่ยังไม่ได้พากลับไปเสียทีก็มาถูกน้ำท่วมบ้านเสียก่อน เสียดายที่มีเล่มหนึ่งหาไม่ได้อีกแล้วจริงๆ ทราบว่าไม่พิมพ์แล้ว

Thirst (2009)

นักบวชผู้กลายมาเป็นผีดูดเลือด ยังพอมีสำนึกเหลืออยู่

ความคาดหวังเดียวเมื่อต้องดูหนังใหม่ของ ปัค ชาน วุค คือคงสนุกแน่ๆ โดยไม่สนใจว่าเนื้อเรื่องที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร ขอปล่อยอารมณ์ให้ผู้กำกับคนนี้พาไปแต่โดยดี

ต่อจาก The Front Line มีอีกโจทย์ที่ชวนค้นหาคือพลแม่นปืน นักแสดงหลักหญิงคนเดียวของเรื่องเป็นใครมีผลงานอะไรมาก่อน ความสนใจพาไปสู่การค้นคว้าและทำให้รู้จักเธอมากขึ้น ยิ่งได้รู้ว่าเคยแสดงหนังของ ปัค ชาน วุค มาแล้ว ไม่มีทางพลาดหนังเรื่องนั้นเป็นแน่

เมื่อเคยดูหนังไตรภาคแห่งความแค้น Park Chan-wook’s The Vengeance Trilogy มาแล้ว ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดู Thirst (2009) ทันทีที่มีโอกาส

เนื้อเรื่องเล่นกันศาสนา จิตสำนึก ศีลธรรม ความรู้สึกความต้องการลึกๆ ของคน ผ่านตัวนักบวชที่ต้องกลายมาเป็นผีดูดเลือด แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องในศาสนาคริสต์ และเรื่องของแวมไพร์ก็คงมีรายละเอียดเบื้องลึกที่เป็นตำนานเล่าขานกันมาภายในแวดวงของตัวเอง เมื่อผู้กำกับพัฒนาบทของเรื่องให้เป็นตามแนวทางแบบเอเซีย หลายสิ่งหลายอย่างต้องรักษาไว้อย่างเคร่งครัด และบางอย่างต้องถูกลดทอนลงไปบ้าง

เมื่อยังพอมีสำนึกเหลืออยู่บ้าง จึงต้องจัดการให้เรื่องราวจบลงอย่างรับผิดชอบและแน่นอนว่าต้องจบลงในแบบที่ผีดูดเลือดเป็นมานานและคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป

สนุกที่บทพาเอานักบวชผู้มีหน้าที่ยกระดับจิตใจของผู้เดินตาม มีความจำเป็นที่ต้องตอบคำถามตัวเองเพื่อหล่อเลี้ยงศีลธรรมภายใน แต่คนก็คือคน เมื่อยังยกระดับจิตใจได้ไม่ถึงขั้น กิเลสก็แทรกเข้ามาแสดงบทบาทได้ ยิ่งพอไปเจอ ‘ตัณหา ราคะ’ เข้าด้วย มันตัวใหญ่ชัดจนพาให้เรื่องราวเลยเถิดไป

ฝีมือของ ปัค ชาน วุค พัฒนายิ่งขึ้นไปอีกกับหนังเรื่องนี้ มีมุมมองแฝงเร้นมากมายที่ถ่ายทอดผ่านเทคนิคการถ่ายภาพ รวมไปถึงจินตนาการในอารมณ์ที่แปลงออกมาเป็นฉากแปลกๆ อีกหลายฉาก ทำให้นึกถึงผลงานเรื่องต่างๆ ของ Terry Gilliam กับความวิจิตรบรรเจิดในมาดเซอร์ๆ แบบฉบับของเทอรี่เอง คิดว่า ปัค ชาน วุค ก็คงพยายามสร้างลายเซ็นต์ของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นจากหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่าเหมือนกัน

เหมือนเดิมคือนักแสดงนำอย่าง ซอง คัง โฮ Song Kang-ho ก็ร่วมงานกับผู้กำกับผู้นี้มาแล้ว และยังเพิ่งแสดงนำใน Secret Reunion (2010) ของผู้กำกับเรื่อง The Front Line (2011) ไป ส่วนดารานำจาก The Front Line (2011) อย่าง ชิน ฮา คยุน Shin Ha-kyun ก็มาแสดงบทสำคัญในเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องเคยพบเจอเขามาก่อนจากหนังของ ปัค ชาน วุค เรื่องก่อนๆ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าถือเอานี่เป็นมุมสนุกๆ ของหนังเกาหลีก็แล้วกัน พบเจอนักแสดงหน้าเดิมๆ หมุนเวียนไปรับบทแปลกใหม่ให้เห็นอยู่ตลอเวลา

คำเตือน หนังเรื่องนี้ฉากรักของนักบวชกับภรรยาของคนอื่น ควรเตรียมรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในใจก่อนนั่งดูหนังฉบับ Director’s Cut ความยาวกว่า 135 นาทีเรื่องนี้

ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Thirst ยังมีข้อมูลดีๆ จากผู้กำกับ รอให้อ่านอยู่อีกมากมาย แนะนำว่าอย่าพลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม

รุกรับสลับกัน

เช้าแรกของสัปดาห์ไม่สามารถออกวิ่งได้เนื่องจากมีโจทย์ให้ต้องตื่นขึ้นมาขบคิดกลางดึกจนเกือบเช้า เป็นเงื่อนไขของความพร้อมจริงๆ วันต่อๆ มาจึงต้องพยายามกระตุ้นตัวเองให้ออกกำลังได้เหมือนเดิม ขาดอีกทีในเช้าวันพฤหัสด้วยภารกิจของครอบครัว

เช้าวันศุกร์เกือบจะถอดใจพักการวิ่งไปอีกหนึ่งเช้าเนื่องจากความพยายามปรับเวลาการเข้านอนให้เข้าที่เข้าทางยังทำได้ไม่สำเร็จ จึงยังนอนไม่หลับในหัวค่ำอยู่จนกว่าจะถึงเที่ยงคืน เมื่อต้องตื่นตามเวลาปกติทำให้รู้สึกว่านอนไม่พอและไม่พร้อมจะออกกำลัง หลักจากลุกขึ้นมาปฏิบัติกิจในวันพระแล้วมีความรู้สึกเปลี่ยนไปอีกทางจึงลองออกวิ่งดูจนเสร็จสิ้นอย่างปกติสุข

นั่นเป็นการวิ่งปิดสัปดาห์และปิดเดือนสามของปีนี้ เช้าวันเสาร์ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีอาการเจ็บที่เอ็นด้านหน้าซ้ายของข้อเท้าขวาขึ้นมาตั้งแต่กลางดึก สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือพักและกินยา

สัปดาห์นี้สะสมระยะทางไปได้อย่างน่าพอใจ

เนื่องจากไม่ต้องการบีบคั้นตัวเองมากจนเกินไป แต่ก็พยายามปรับจิตใจให้ออกกำลังอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง ทำให้สามารถผ่านเป้าหมายที่หนึ่งร้อยกิโลเมตรได้แต่เนิ่นๆ จนเกือบมาถึงระยะหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรในเดือนสามนี้

เดือนใหม่ต้องเพิ่มเป้าหมายขึ้นอีกเพื่อความท้าทาย

ปัญหาเรื่องเวลาการนอนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่ แถมยังมีมื้อดึกแทรกเข้ามาด้วยหวังในผลลัพธ์ให้นอนหลับได้เร็วๆ นั่นเป็นวิธีที่ไม่ดีแต่ไม่สามารถแก้ไขได้จริงๆ

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังอยู่ที่เดิมแปดสิบเก้ากิโลกรัม ทั้งได้ออกกำลังและกินมื้อดึก ไม่รู้ว่าฝ่ายสร้างกับฝ่ายทำลายสุขภาพจะผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างในหนังเรื่องเดอะฟร้อนท์ไลน์ที่เพิ่งดูจบไปอีกนานแค่ไหน

สิ่งที่รออยู่คือการเดินหน้าเข้าสู่ปีที่หกของการออกกำลังกับไนกี้พลัส มันต้องมีอะไรที่ดีกว่าเดิมบ้าง หวังไว้อย่างนั้น

The Front Line (2011)

ชัยชนะในสงครามคือการเอาชีวิตรอดมาได้ ศัตรูของเราไม่ใช่คอมมิวนิสต์แต่เป็นสงครามเอง

หนังเกาหลีที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศเข้าชิงรางวัลออสการ์ที่เพิ่งผ่านไป ถึงไม่เข้ารอบสุดท้ายก็ได้รับรางวัลมากมายภายในบ้านของตัวเอง

เรื่องราวของการรบระหว่าง เกาหลีเหนือด้วยความสนับสนุนของจีน กับ เกาหลีใต้ด้วยความสนับสนุนของอเมริกา ถูกนำมาเล่าอีกครั้งบนแผ่นฟิล์มหลังจากที่เคยผ่านตากับหนังเรื่อง เท กึก กี Taegukgi มาแล้ว สนใจหนังเรื่องนี้ทันทีแม้จะไม่รู้พล็อตเรื่องมาก่อนและไม่ต้องการรู้ด้วย นั่นเพราะคุณภาพการสร้างฉากสงครามของทีมงานเกาหลีนั้นเข้าขั้นสุดยอด พิสูจน์มาแล้วจากเรื่อง เท กึก กี ที่ฉายไปตั้งแต่ปี 2004 แน่ขนาดที่ทีมงานเดียวกันนี้เป็นผู้สร้างฉากสงครามระดับหายใจรดต้นคอ ฉากยกพลขึ้นบกของ Saving Private Ryan (1998) โดย Steven Spielberg ด้วยฉากรบท่ามกลางการปิดล้อมและพลซุ่มยิงในหนังสงครามสัญชาติจีนโดยผู้กำกับ เฟิง เสี่ยว กัง Feng Xiaogang เรื่อง Assembly (2008) มาแล้ว

ผลงานความคมชัดสูงระดับ 1080p ทำให้เห็นรายละเอียดทุกอย่างชัดเจนในจอโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้ว ชัดระดับรูขุมขนเลยทีเดียว การถ่ายภาพการจัดแสงนับว่าคุณภาพคับแก้ว เสียงประกอบผ่านการบันทึกและตัดต่ออย่างไม่มีที่ติ

เรื่องเกิดขึ้น ณ แนวรบด้านตะวันออกที่ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ต่างก็ผลัดกันเข้ายึดครองและล่าถอยซ้ำแล้วซ้ำอีก หนังไม่ได้ออกอารมณ์แอ็คชั่นให้เห็นถึงความสามารถในการสู้รบแต่ถ่ายทอดอารมณ์ของมนุษย์ที่หากเลือกได้ก็อยากใช้ชีวิตปกติสุขมากกว่ามาอยู่ในสงคราม แต่คนที่ผ่านสงครามมาแล้วก็ใช่ว่าจะเป็นปกติธรรมดา บทได้พยายามเล่าถึงสาเหตุที่สร้างให้ตัวละครแต่ละคนมีสภาพจิตใจแบบที่เป็นในปัจจุบัน แม้จะไม่ถึงกับประทับใจคนดูมากนักแต่ก็นับว่าส่วนนี้ก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน

กลยุทธ์ในการเข้าตี การจู่โจม การต่อสู้ การร่นถอยมีให้เห็นแบบกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับหนังอย่างน่าประทับใจ ถือว่าทีมงานทำการบ้านมาอย่างละเอียด การเล่าเรื่องด้วยมุมกล้องในฉากรบก็ทำได้หลากหลายดีมาก ทำให้หนังที่ยาวกว่า 134 นาทีไม่มีจังหวะไหนที่น่าเบื่อเลยแม้วินาทีเดียว

เนื้อเรื่องเดินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ Climax ตามประวัติศาสตร์จริงที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1953 ก็ยังมีเหตุการณ์แอนตี้ไคลแม็กซ์ Anti Climax เกิดขึ้นอีก จนจบเรื่องด้วยอารมณ์ขันที่ขื่นขมเป็นที่สุด

เครดิตท้ายหนังยังพยายามเล่นกันอารมณ์คนดูด้วยการคัดเฉพาะยิ้มของทุกคนออกมาเพื่อแนะนำตัวละครแต่ละตัว ดูแล้วยิ่งขมเข้าไปใหญ่

ความรู้สึกหนึ่งที่มีตลอดการดูหนังเรื่องนี้คือเกาหลีมีประเด็นสงครามของตัวนำไปสู่การรวมจิตใจทุกคนเพื่อร่วมกันมุ่งหน้าสร้างชาติ แล้วประเทศไทยหละมีไหม ไม่เอาที่ชอบแอบอ้างเบื้องสูงมาจัดอีเวนท์ผลาญเงินภาษีประชาชนกินนะ

ที่น่าสังเกตอีกเรื่องคือนักแสดงเกาหลีหลายคนคุ้นหน้าคุ้าตากันเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่านักแสดงคุณภาพมีเพียงเท่านี้หรือเป็นนักแสดงที่รู้ทางกันดีกับผู้กำกับ Jang Hun เพราะเพิ่งเล่น Secret Reunion ไปเมื่อปี 2010 ก็มาแสดงต่อในเรื่องนี้เลย เป็นมุมสนุกๆ ของหนังเกาหลีก็แล้วกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

a silent scream from inside.