นอกจากวันอาทิตย์เริ่มสัปดาห์ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเพราะต้องรีบเดินทางไปนครปฐมเพื่อฟังบรรยาเรื่องสุขภาพและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์แต่เช้าตรู่แล้ว วันที่เหลือของสัปดาห์ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อที่จะบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายตามแผน
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรการตื่นนอนแต่ละเช้านช่างหนักหนาสาหัสยิ่งนัก จะเช้าจะสายขนาดไหนก็พยายามวิ่งออกกำลังกายให้ได้ห้าสิบนาที แทนที่จะกำหนดเป้าหมายไว้ที่แปดกิโลเมตรเพราะจะได้ไม่ต้องพวงกับเซ็นเซอร์ที่อาจจะเอ๋อบ้างจนทำให้ระยะทางแต่ละกิโลเมตรนั้นเนิ่นช้าจนเสียความรู้สึก ไหนๆ ก็ใช้เวลาเท่าๆ กันอยู่แล้ว ก็เลือกใช้เป้าหมายแบบช่วงเวลาไว้ เพื่อให้มีเสียงเตือนอย่างสม่ำเสมอทุกห้านาทีน่าดีกว่า
อากาศที่ร้อนขึ้นตั้งแต่เช้าก็ทำให้เหงื่อออกมาขึ้น แต่ไม่ถึงกับทำให้หมดแรงเพราะเสียน้ำ สถิติการออกกำลังประจำสัปดาห์จึงยังน่าดูอยู่เหมือนเดิม
แต่เช้านี้รีบปฏิบัติภาระกิจจนลืมชั่งน้ำหนัก มานึกได้อีกทีก็เริ่มวิ่งออกกำลังกายไปแล้ว หลังจากนั้นจึงลองเดินขึ้นตาชั่งดู ได้ผลว่าอยู่ราวๆ แปดสิบเก้ากิโลครึ่ง สงสัยว่าถ้าได้ชั่งตามปกติอาจจะวิ่งอยู่แถวๆ เก้าสิบกิโลเลยก็เป็นได้
สำหรับสัปดาห์หน้าจะขอเลื่อนแผนการอดหนึ่งวันไปก่อน เพราะได้เริ่มกินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์วันละสามช้อนโต๊ะตั้งแต่เมื่อวานนี้ ก่อนอาหารเช้าสองช้อน และก่อนอาหารเย็นหนึ่งช้อน ข้อมูลจากวิกิพีเดียอธิบายว่ากรดลอริกจะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของต่อมธัยรอยด์ ทำให้เผาผลาญพลังงานมากขึ้น ระหว่างวันจึงรู้สึกคอแห้ง ต้องคอยจิบน้ำเปล่าไม่แช่เย็นอยู่เรื่อยๆ
จะขอสังเกตแผนการกินน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์นี้สักสองสัปดาห์ดูว่าจะได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเข้าที่เข้าทางแล้ว แผนการอดล้างพิษหนึ่งวันอาจจะกลับมาในต้นเดือนเมษายนนี้ก็เป็นได้