Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

พิจารณาสังขาร

เพียงวันเดียวที่ได้ออกวิ่ง เย็นวันแรกของสัปดาห์ก็เกิดอาการเจ็บกล้ามเนื้อเท้าขวาขึ้นอีก จากที่ตั้งใจว่าจะไม่ใช้ยาเคมีอีก ก็จำเป็นต้องกินยารักษากล้ามเนื้ออักเสบในตอนหัวค่ำ กลายเป็นว่ายิ่งตกดึก ยิ่งปวดมากขึ้น เกรงว่าจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนกับจึงต้องกินยาแก้ปวดสำหรับคนเป็นเกาต์ไปอีกเม็ด เช้าขึ้นมาไม่เห็นวี่แววการฟื้นตัว

แน่นอนว่าออกวิ่งไม่ได้แล้ว ต้องรีบจัดเตรียมถังใส่น้ำแข็งเพื่อแช่เท้าโดยเร็ว ดีที่หลังจากแช่น้ำเย็นแล้ว อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถออกวิ่งได้อีกในวันต่อมา

ที่จริงก็เกือบจะไม่ได้ออกวิ่งเพราะความขี้เกียจ แต่เพื่อเป็นการฉลองวันครบรอบสามปีของการวิ่งกับไนกี้พลัสก็สามารถวิ่งฉลองเสียแปดกิโลเป็นกรณีพิเศษ วิ่งไปก็วางแผนการวิ่งของวันที่เหลือของเดือนไป เพราะไม่เพียงกิจการครบสามปีแต่ยังมีงานวิ่งครบหกพันกิโลเมตรรออยู่ไม่ไกลอีกด้วย ต้องเขียนสรุปเรื่องราวเช่นเคย แต่ไม่อยากให้มันชิดกันมากนัก

เสียท่าในเช้าวานนี้ที่ฝนหน้าร้อนเทลงมาตั้งแต่ตีห้า ไม่ได้วิ่งเสียอีกวัน แต่ก็ดีที่มีวันเย็นสบายเสียบ้างหลังจากที่ร้อนตับแตกมานานหลายสัปดาห์

สัปดาห์นี้จึงสะสมไปอย่างไม่รีบร้อนเพียงเท่านี้

ยังคงกินน้ำมันมะพร้าวเช้าเย็นอยู่ แต่คงเพราะเมื่อวานไม่ได้ออกวิ่ง บวกกับอาหารมื้อใหญ่ของครอบครัวแบบไม่มีกั๊ก เช้านี้ชั่งน้ำหนักได้ปริ่มแปดสิบสามกิโลอีกครั้ง แม้จะปริ่มในทางขาดแต่ก็ถือว่าน้ำหนักขึ้น

ระหว่างสัปดาห์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการกินมากนัก จะขาดก็น้ำเอนไซม์ที่ขาดแคลนวัตถุดิบไป จึงไม่ได้ปั่นมาดื่ม แต่ก็ได้ซื้อตุนไว้อีกในวันศุกร์ที่ผ่านมา สัปดาห์หน้าคงได้ปั่นจนกว่าจะเข้าโปรแกรมล้างพิษตับอีกครั้งในวันพฤหัส

วันนี้ได้หยุดน้ำมันมะพร้าวไว้ก่อนตามแผนสองสัปดาห์เพื่อเปิดทางให้การล้างพิษตับที่จะเสร็จสิ้นในคืนวันอังคารหน้าต่อเช้าวันพุธ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านไปได้สติในเรื่องสุขภาพไม่น้อย มีความเสื่อมมาเยือนให้เห็นอยู่เนืองๆ ไม่ว่าจะเป็นสายตา กล้ามเนื้อ ผิวหน้า และภายในร่างกาย แม้จะยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ดีที่สุดได้ ก็จะไม่ลดละความพยายามเพื่อไปให้ถึงแนวทางธรรมชาติบำบัดที่ตั้งใจไว้

สู้เพื่อสุขภาพ

ใช่ว่าอะไรมันจะสมใจไปเสียทุกอย่าง สัปดาห์นี้ดูทีท่าว่าน่าจะวิ่งได้เป็นปกติเพราะภาพรวมสุขภาพก็ดีขึ้นแล้ว กลับกลายเป็นว่าคืนวันพุธเกิดสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก กว่าจะหลับได้อีกก็เสียเวลาไปนาน เช้าวันพฤหัสจึงไม่สามารถวิ่งได้ พอดีกับที่ต้องไปธุระที่เมืองชลอีก จึงใช้เวลาไปกับการสะสางงานก่อนที่จะออกเดินทาง

การวิ่งก็ค่อยเพิ่มจากห้ากิโลเมตรมาเป็นห้าร้อยแคลอรี่จนวิ่งไปถึงหกกิโลจนได้ มีวันเสาร์ที่พิเศษหน่อย จึงตั้งใจวิ่งให้ได้แปดกิโลอีกครั้ง เกือบจะไม่สำเร็จ

ทั้งสัปดาห์ขาดไปเพียงวันเดียวอย่างน่าเสียดาย

การปฏิบัติเพื่อสุขภาพตลอดสัปดาห์ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางวันอาจจะไม่ได้แช่เท้าในน้ำเย็นเลย บางวันอาจทำได้เพียงครั้งเดียว แต่ที่เพิ่มมากอย่างน่าสนใจก็คือการกินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพื่อเก็บข้อมูล แม้จะทำไม่ได้ทุกวัน แต่ก็พยายามทำให้ได้สม่ำเสมอ เช้าเสร็จจากวิ่งสองช้อนโต๊ะ เย็นก่อนมื้อเย็นครึ่งชั่วโมงอีกสองช้อนโต๊ะ

หลังที่กินน้ำมันมะพร้าวก็จะมีอาการมวนท้องบ้าง ต้องเข้าห้องน้ำไปเลยบ้าง อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือขมิ้นชันแค็ปซูลหลังอาหารเพื่อช่วยการย่อยอาหารและอาการแปลกๆ ที่ยังตามมาเยี่ยมเยียมอยู่ แผนการกินน้ำมันมะพร้าวคงจะกินประมาณเดือนละสองสัปดาห์ ที่ต้องพักสองสัปดาห์ก็เพื่อเปิดทางให้การล้างพิษตับและถุงน้ำดีนั่นเอง

ส่วนน้ำเอนไซม์ก็ยังปั่นสลับกันไประหว่างแครอทและฝรั่ง มีบางวันก็ไม่ได้ปั่น แต่ที่สำคัญคือต้องกินตอนท้องว่าง รวมถึงผลไม้จากที่เคยกินหลังอาหารก็เปลี่ยนมากินตอนท้องว่างเช่นกัน เพียงว่าอย่างไหนจะกินตอนสายหรือตอนบ่ายเท่านั้นเอง

ลองกลับไปกินกาแฟอีกด้วย เพราะยังเหลืออีกตั้งขวดใหญ่ ผลก็คือกินหรือไม่กินก็ไม่เดือดร้อนอะไรนัก ดีเหมือนกัน

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าลงไปอยู่ที่ปริ่มแปดสิบสองกิโลแล้ว ปริ่มทางเกินมานิดหน่อย ได้อ่านหนังสือเรื่องน้ำมันมะพร้าวอธิบายว่าการกินน้ำมันมะพร้าวร่วมกับการออกกำลังกายจะช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานดีขึ้น อย่างนี้หากวันไหนไม่ได้ออกกำลังคงต้องหยุดกิน

เย็นนี้กลับมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อฝ่าเท้าขวาอีก อาจเป็นเพราะเมื่อวานกินโปรตีนมากไปหรือเปล่าไม่รู้ และสองวันมานี้ไม่ได้แช่เท้าเสียด้วย หลังจากแช่น้ำเย็นไปสองรอบแล้ววันนี้คงต้องดูอาการกันต่อไป

สู้เพื่อสุขภาพต่อไป

ธรรมชาติบำบัดคือคำตอบ

ยังคงรักษาตัวต่ออีกในสัปดาห์นี้ทั้งที่ยังหวังว่าจะออกวิ่งได้เป็นปกติโดยเร็ว และก็ได้วิ่งปิดเดือนมีนาคมในวันอังคาร เพราะหลังวิ่งแล้วก็ยังมีอาการอยู่บ้าง จึงต้องพักไปอีกวัน สรุปภาพรวมของเดือนสามได้เพียงเท่านี้เอง

งวดนี้พักรักษาตัวนานมาก การออกวิ่งอีกครั้งจึงไม่สามารถวิ่งในระดับเดิมได้ทันที เพราะเพียงแค่วิ่งให้จบยังเป็นเรื่องที่คาดหวังไม่ได้เลย

ความตั้งใจของเดือนใหม่ก็ยังต้องการวิ่งได้ให้ทุกวันอยู่ เพียงแต่ร่างกายระยะนี้คงต้องสะสมกำลังความพร้อมอีกสักหน่อย ขอให้ได้วิ่งก็พอใจแล้วในขั้นนี้

และก็สามารถออกวิ่งอีกครั้งในทันทีที่เริ่มเดือน วิ่งได้สองวันก็มาถึงสถิติสำคัญอีกครั้ง คือ สะสมเวลาในการวิ่งได้ครบแปดร้อยชั่วโมง สุดจะจินตนาการจริงๆ

แม้จะยังมีอาการอยู่บ้าง ทั้งที่เท้าซ้ายและความยากลำบากในการลุกจากที่นอน ก็ยังสามารถออกวิ่งวันละเล็กวันละน้อยได้จบครบ ทั้งสัปดาห์สะสมไปได้อย่างน่าประทับใจอย่างนี้

อย่างที่ตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มกระบวนการธรรมชาติบำบัด ต้องวงเล็บไว้หน่อยว่าตามอัตภาพ สัปดาห์นี้จึงต้องพา ‘วารีบำบัด’ กลับมาหลังจากที่ห่างหายไปนาน น้ำแข็งในถุงก็ยังแช่เก็บไว้ในตู้เย็นอยู่นั่น ได้ใช้งานอีกครั้งคราวนี้ นำมาแช่ในถังบรรจุน้ำสามขัน แล้วแช่เท้าขวาลงไปนานราวครึ่งชั่วโมง เช้าเย็นพอประมาณ บางวันอาจเหลือครั้งเดียวตามแต่จะความสะดวก

อาการเจ็บกล้ามเนื้อฝ่าเท้าก็บรรเทาลง อาการเจ็บข้อหัวแม่เท้าขวาที่ยังเป็นๆ หายๆ ก็ดีขึ้น ยาประจำวันละหนึ่งเม็ดกำลังจะหมด จะหยุดกินไปเลยดีไหม???

ส่วนเครื่องปั่นแยกกากที่เก็บเอาไว้นานก็ได้เวลาพามาประจำการอีกครั้ง เลือกเวลาที่ท้องว่างหน่อย ปั่นแครอท ฝรั่ง และเซเลอรี่สลับกันไปวันละหนึ่งอย่าง ดื่มตอนท้องว่างเพื่อให้เอนไซม์จากการคั้นจะได้ดูดซึมไปใช้งานได้มากที่สุด

ส่วนอาหารการกินอื่นๆ ก็ไม่ต่างไปจากปกติมากนัก สายวันศุกร์ได้เวลาไปซื้อของใช้ที่บ้านเจ้าพระยาอีกครั้ง คราวนี้ติดน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นกลับมาด้วย จะลองดื่มอีกครั้ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้อยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบสามกิโล ปริ่มในทางขาด น้ำหนักขึ้นลงตามวิถีชีวิตอย่างนี้ ยิ่งต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิต

สัปดาห์ใหม่อาจจะได้ทดลองอะไรอีกหลายอย่าง การวางแผนการวิ่งก็เป็นกิจกรรมลับสมองที่สนุนสนานมาก อยากจะปรับเพิ่มก็ต้องดูสภาพแวดล้อมอื่นๆ อย่างน้อยขอให้ได้วิ่งทุกวันก่อนนั่นแหละความสุขสมใจ

ถึงเวลาปฏิวัติสุขภาพ

จั่วหัวแรงๆ เอาไว้จะได้บอกตัวเองว่าต้องทำตาม สัปดาห์นี้เป็นการทดสอบสุขภาพครั้งสำคัญด้วยอาหารต้องห้าม หลังจากการไหว้บรรพบุรุษถึงสองงานติดต่อกัน อาหารที่ใช้ตามประเพณีช่างยั่วยวนใจเสียเหลือเกิน

ผลที่ได้ตามมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยนก็คืออาการเกาต์กำเริบ หลังจากที่สามารออกวิ่งได้อีกครั้งในวันอังคารและวันพุธ อาการกำเริบรอบสองก็ตามมาในทันที ต้องหยุดวิ่งต่อไปจนถึงวันนี้

แถมสัญญาณบอกเหตุว่าสุขภาพกำลังมีปัญหาก็ส่งออกมาในหลายรูปแบบ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ทำได้เพียงพยายามศึกษาเรื่องของธรรมชาติบำบัดอย่างมากมาย ข้อมูลใหม่ก็คือปริมาณโปรตีนและน้ำตาลที่ล้นเกินเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ได้เหมือนกัน

ผลการวิ่งของสัปดาห์นี้ทำได้เพียงเท่านี้

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าขึ้นมาอยู่ที่แปดสิบสามกิโลครึ่งแล้ว แม้จะไม่ได้กินอะไรมากนัก แต่เพราะไม่ได้เผาผลาญพลังงานเลยจึงได้ผลอย่างนี้

จึงบอกตัวเองว่าได้เวลาปฏิวัติสุขภาพแล้ว แต่ยังไม่ถึงกับมีมาตรฐานเด็ดขาดออะไรเพราะยังมีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่คุมไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ก่อนเลยคือการหยุดกินอะไรที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างเช่นกาแฟเป็นต้น

ยาที่กินเพื่อแก้ไขอาการเกาต์กำเริบก็น่าจะไม่ต้องกินต่อแล้ว อาการดีขึ้นบ้างแล้ว หวังว่าจะได้ออกกำลังกายเบาๆ บ้าง เพื่อให้สถิติของเดือนนี้เข้าใกล้เป้าหมายหกพันกิโลเมตรอีกสักนิด

ยังมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัดรอให้ศึกษาอยู่อีก จะได้นำมาปรับใช้เพื่อให้การปฏิวัติสุขภาพเป็นจริงขึ้นมาบ้าง

ล้างเท่าไรก็ยังไม่หมดเสียที

วันเริ่มสัปดาห์เป็นวันที่สี่ของโปรแกรมล้างพิษ ระหว่างโปรแกรมสามารถนอนหลับได้สนิทมีคุณภาพมากขึ้น น่าจะเป็นเพราะไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลย จะมีก็หลังมื้อเย็นไปแล้วมีอาการแปลกในระบบทางเดินอาหาร

การออกวิ่งทำได้เหมือนจะเป็นปกติ โดยวางแผนไว้ว่าต้องพักการวิ่งไปเนื่องจากต้องออกไปทำงานนอกบ้านในวันรุ่งขึ้นจากนั้นอีกวันก็พักและเป็นวันจริงของโปรแกรมล้างพิษ และเช้าวันพุธก็จะเป็นกระบวนการขับเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากร่างกาย แต่คืนวันอาทิตย์ก็ได้รับโทรศัพท์ว่าคงต้องเลื่อนงานออกไปก่อน เช้าวันจันทร์จึงออกวิ่งได้ตามอัตภาพ

มาวิ่งได้ต่อตามแผนการปกติในเช้าวันพฤหัสและศุกร์ จะวิ่งสะสมระยะทางมากหน่อยก็ออกจะไม่ไหว จึงวิ่งเท่าที่จะทำได้ ส่วนวันสุดท้ายต้องไปเคารพบรรพษุรุษที่เมืองชล ทั้งสัปดาห์จึงสะสมระยะทางได้เพียงเท่านี้

นี่เป็นโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งที่แปดแล้ว สิ่งที่ขับออกมายังมีอยู่ไม่น้อย แถมความรู้สึกทรมานในวันจริงและวันต่อมานั้นก็ไม่ลดลงแต่อย่างใดแม้ความชำนาญจะมากขึ้นตามจำนวนครั้ง สิ่งที่กลายเป็นของแถมของโปรแกรมคืออาการเจ็บข้อหัวแม่เท้าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าแบบเดียวกับอากรเกาต์กำเริบนั้นตามมาอยู่ไม่ห่างนัก

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งได้ผลน้ำหนักตัวยังอยู่ที่เดิมคือแปดสิบสองกิโลครึ่ง อาจจะได้รับผลกระทบจากอาหารมื้อรวมญาติเมื่อวานอยู่บ้าง แต่ที่สำคัญในที่สุดเย็นวานนี้ก็มีอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อเท้าขวาเป็นที่เรียบร้อย จะพยายามดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ยังหนีไม่พ้นอาการเกาต์กำเริบ

สัปดาห์ใหม่ยังคงต้องเลื่อนแผนงานออกไป แต่ก็กิจสำคัญของครอบครัวยังเหมือนเดิม

แผนการใหม่ยังไม่มี ขอเพียงกินยาแล้วอาการบาดเจ็บหายไป จะได้ออกวิ่งได้อีกครั้งโดยเร็ว