Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

เต็มสูบ

เริ่มต้นสัปดาห์ก็เป็นวันลงท้ายเดือนแรกของปีพอดิบพอดี เสียดายที่เดือนแรกไม่สามารถสะสมระยะทางได้ถึงสองร้อยกิโล เดือนที่สองนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะสะสมได้สักเท่าไหร่ แต่เดือนหน้าไม่ถึงสองร้อยแน่เพราะงานเข้าแล้ว

แม้เดือนแรกจะไม่ถึงที่อยากได้ก็ไม่เป็นไร ทำได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น

ต่อมาวันแรกของเดือนก็ผ่อนลงนิดหน่อย วิ่งเสร็จก็ยังไปขุดดินเตรียมดินเอาไว้ปลูกผักต่อ ได้ตากแดดยามเช้าบ้างระคนกับความสุขที่ได้อยู่กับดินกับต้นไม้นี่แหละ

มาผ่อนอีกครั้งตอนเช้าวันพฤหัส เพราะต้องออกไปทำธุระอีก ส่วนวันที่เหลือก็สามารถออกวิ่งได้เต็มโปรแกรมครบทุกวัน แถมยังตั้งเป้าหมายในเว็บไนกี้พลัสเอาไว้อีกด้วยว่าเดือนนี้จะต้องวิ่งให้ได้ยี่สิบสี่วัน

สะสมระยะทางไปได้เต็มๆ อย่างนี้

ระหว่างสัปดาห์ยังมีอาการหลุดอยู่เหมือนกัน บ่ายวันพฤหัสไม่สามารถจัดการอารมณ์ตัวเองได้จนต้องเดินหาอะไรใส่ปากเคี้ยวเพื่อบำบัด แย่ตรงที่มันไม่ได้ผลอีกแล้ว แถมพฤติกรรมยังต่อมาถึงมื้อดึก เล่นเอาเสียสมดุลย์ไปเหมือนกัน

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งด้วยความกลัว ดีที่เข็มยังชี้อยู่ที่แปดสิบสามครึ่งอยู่

ปลายสัปดาห์หน้านี้จะเป็นเทศกาลตรุษจีน คงต้องระวังอาหารการกินอย่าให้มากเกินไป เดี๋ยวจะเอาลงยาก

สุขภาพจะดีขึ้นไหม

เริ่มต้นสัปดาห์อย่างสวยสดงดงาม สามารถออกวิ่งได้ระยะทางถึงสิบกว่ากิโล ตัวเบาสบายหลังจากวิ่งไปได้ประมาณเจ็ดกิโลก็สามารถกำหนดวิ่งไปได้เรื่อยๆ ประกอบกับเพลงในไอพ็อดช่วยให้รู้สึกสบายที่ได้วิ่งไปฟังเพลงไป แต่ที่แน่ๆ ก็คือเมื่อคืนได้เข้านอนหลังมื้อเย็นเบาๆ นั้นช่วยให้คุณภาพการนอนเต็มเปี่ยม ร่างกายได้พักเต็มที่

เย็นวันอาทิตย์ต่อเช้าวันจันทร์เป็นขั้นตอนการล้างพิษตับและถุงน้ำดี จึงต้องพักวิ่งไปหนึ่งวัน กลับมาวิ่งได้ต่อในวันถัดมา จนคืนวันพุธหลังจากนั่งดูแบรด พิตต์ เปล่งสำเนียเหน่อๆ ไล่ล่านาซีในหนังไฮเดฟจบก็พยายามนอนจนไม่สำเร็จ จึงลุกขึ้นมาดูการรายงานสดงานเปิดตัวผลงานใหม่ล่าสุดของแอ็ปเปิ้ล เช้าวันพฤหัสจึงหยุดวิ่งไปเสียอีกวัน

มาต่อเช้าวันศุกร์ก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพราะร่างกายยังไม่ได้พักจนเพียงพอแล้วอยู่ดี มาวิ่งได้เป็นปกติในวันเสาร์เหมือนเดิม

น้ำหนักที่ชั่งก่อนออกวิ่งเมื่อเริ่มสัปดาห์กับหลังออกวิ่งไปได้สิบกิโลกว่าต่างกันอยู่ราวครึ่งกิโล ส่วนเช้านี้ยังคงอยู่ที่แปดสิบสามกิโลครึ่งอยู่ พร้อมกับอาการแปลกๆ ที่ใต้ราวนมขวายังคงอยู่ เริ่มมีอาการตั้งแต่ได้กินหมูทอดเป็นมื้อเช้าวานนี้ สงสัยว่าจะสามารถกินอาหารทั่วไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอย่างไรก็ยังไม่สามารถกินมังสวิรัติได้ทั้งหมด

เที่ยงวันพฤหัสได้แวะไปร้านอาหารของชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทยแถวๆ สวนจตุจัตร ตรงข้ามตลาดอตก. ก็ได้ประทับใจกันอาหารราคาย่อมเยาและได้เรียนรู้ว่า นอกจากไม่จำเป็นต้องกินของแพงแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องกินให้มากมายจานใหญ่โตนักก็อิ่มอร่อยได้ เสร็จแล้วก็มาเลือกซื้อของแห้งเอาไว้ทำกินเองต่อที่บ้าน พระเอกคือข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ในราคาย่อมเยาว์

อาการปวดหลังแถวๆ ไตก็ยังไม่หมดไป เกรงว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่เท่าที่สังเกตน้ำที่ถ่ายเบาออกมาก็ใสเป็นปกติ ก่อนที่จะเข้าโปรแกรมล้างพิษตับครั้งต่อไป คงต้องบำรุงสุขภาพไตอย่างจริงจังมากขึ้น

เข้าโปรแกรมสุขภาพ

อีกครั้งที่เริ่มต้นสัปดาห์อย่างอ่อนเปลี้ย ออกวิ่งเท่าที่สามารถวิ่งได้คืออย่างน้อยแปดกิโลตามแผน เริ่มต้นก็ตั้งใจจะวิ่งให้ได้อย่างนี้ทุกวัน เว้นขอพักวันจันทร์สักวันเพื่อออกไปทำภารกิจนอกบ้านแต่เช้า

โปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีจะเริ่มอีกครั้งในวันอังคารเพื่อไปจบในคืนวันอาทิตย์หน้า รอบนี้มีอาการแปลกๆ ในคืนวันพุธที่ปวดท้องอย่างมากแม้จะนอนไปครึ่งคืนแล้ว ตื่นเช้าขึ้นมาจึงสังเกตุได้ว่าน่าจะเป็นผลมาจากอะไรสักอย่างที่ตับและถุงน้ำดี

ส่วนที่เช้าวันพุธและพฤหัสต้องปรับลดระยะทางวิ่งลงเหลือเพียงห้ากิโลก็เพราะออกวิ่งสายแล้ว ต้องรีบวิ่งให้เสร็จก่อนออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน วันที่เหลือจึงพยายามว่ิงให้ครบตามตั้งใจ

โปรแกรมล้างพิษคราวนี้ค่อนข้างทุลักทุเลกว่าทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะปรับช่วงเวลาหรือเปล่า ก็พยายามอดทนให้ผ่านไปได้ด้วยดี ระหว่างสัปดาห์มีสองวันที่สามารถนอนได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์ เป็นบรรยากาศที่โหยหามานาน นอนแบบนี้ตื่นเช้าได้สบายกว่าอีกด้วย

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งได้เห็นตัวเลขแปดสิบสามกิโลกว่าๆ ไม่ถึงครึ่ง ก็เป็นผลมาจากการควบคุมอาหารระหว่างโปรแกรมล้างพิษเป็นแน่ สำคัญอยู่ที่มื้อเย็นที่ไม่มากเกินไป บังคับตัวเองไม่ให้มีมื้อดึกให้ได้ และไม่มีอาหารเนื้อสัตว์เลย

พักหลังนี้ความรู้สึกส่วนตัวเวลากินเนื้อสัตว์เข้าไปจะยิ่งกระตุ้นให้กินอาหารมากขึ้นไปด้วย อยากเปลี่ยนไปกินมังสวิรัติเต็มที่ก็อดคิดถึงแซลมอนซาซิมิไม่ได้ รายการพาไปเยี่ยมร้านอาหารของพี่น้องพันธมิตรก็ยั่วยวนยิ่งนัก

หลังเสร็จโปรแกรมล้างพิษแล้วก็จะคงงดเนื้อสัตว์ไปอีกนิด เพื่อให้ระบบค่อยๆ ปรับตัว

จะก้าวไปทางไหน

ไม่รู้ว่าจะก้าวหน้าหรือก้าวถอยหลัง สัปดาห์นี้เริ่มต้นอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แม้จะได้เริ่มวิ่งแต่เช้าตรู่และหวังใจว่าจะสามารถเก็บระยะทางมากกว่าปกติในฐานะเช้าวันอาทิตย์ เอาเข้าจริงวิ่งไปสักระยะก็ต้องเปลี่ยนแผนเอาแค่วิ่งให้ได้ครบก่อนก็ดีแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้นเกิดเรื่องแปลก แม้จะนอนดึกเพราะนอนไม่หลับ แต่เมื่อนอนจนพอ ตื่นสายนิดหน่อย ก็สามารถออกวิ่งได้เป็นปกติ แต่เนื่องด้วยสายมากแล้วจึงต้องลดระยะทางเป้าหมายลง แล้วเหตุการณ์คล้ายๆ กันก็เกิดอีกในเช้าวันพฤหัส แต่เป็นเพราะกินกาแฟเลยเที่ยงไปแล้ว คืนวันพุธจึงนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น

วันอื่นๆ ก็พยายามเก็บระยะทางแปดกิโลเมตรให้ได้จากนั้นก็ต้องรีบออกไปทำภารกิจข้างนอกบ้าน มาจบสัปดาห์ก็ลองวิ่งเกินไปอีกนิดหน่อยดู รวมๆ แล้วสามารถวิ่งได้ทุกวันและสะสมระยะทางไปได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างนี้

สิ่งที่มาพร้อมกับอาการนอนไม่หลับก็คือมื้อดึก มันกลับมาเยือนอีกแล้ว รวมกับเมื่อวานที่มีอาหารการกินพิเศษนิดหน่อย เช้าวันนี้ชั่งน้ำหนักได้แปดสิบห้ากิโลเสียแล้ว

สภาพร่างกายรวมๆ ยังดูไม่คล่องแคล่วเต็มที่นัก ระบบข้างในยังขาดๆ เกินๆ อยู่ สัปดาห์หน้าจะเข้าโปรแกรมล้างพิษอีกครั้ง เลื่อนเข้ามาให้เริ่มตั้งแต่วันอังคารเสียเลย จะได้จบคืนวันอาทิตย์ต่อเช้าวันจันทร์ที่ตั้งใจว่าจะพักวิ่งไว้เช่นเดียวกันพรุ่งนี้

ความพยายามปรับนิสัยการกินโดยเลือกกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลงก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป มาเสียตรงที่มีมื้อดึกกลับมาเสียนี่ ความก้าวหน้าจึงน่าจะกลายเป็นถดถอยไปเสีย เข้าโปรแกรมล้างพิษอีกครั้ง คงจะได้อะไรดีๆ ขึ้นมาบ้าง

ต่อสู้กับตัวเอง

เปิดปีใหม่อย่างดี เปิดสัปดาห์ใหม่ได้ดีแต่วันเดียว ตื่นมาเช้าวันจันทร์ออกอาการขี้เกียจเสียแล้ว ต่อเนื่องมาถึงเช้าวันอังคารอีกด้วย เท่าที่สังเกตดูน่าจะมาจากคุณภาพของการนอนอีกแล้ว พอนานไม่พอก็ออกอาการอย่างนี้อีก เรียกได้ว่าต้องหย่าขาดรายการโทรทัศน์รอบค่ำไปก่อนกระนั้นเลย

มาเสียท่าอีกครั้งในคืนวันพฤหัสเพราะเกิดกินกาแฟเอาตอนมื้อเที้ยงแก่ๆ ทำให้นอนไม่หลับอีกคืน เช้าวันศุกร์ออกลูกอู้ไปอีกวัน

เช้าวันพุธและวันพฤหัสหลังจากที่ได้นอนอย่างเต็มที่ สามารถออกวิ่งได้เต็มแปดกิโลอย่างน่าประทับใจ มาต่อในเช้าวันเสาร์ที่เริ่มมีความหนาวเย็นกลับมาเยี่ยมยามเช้าอีกครั้ง ช่วยให้การวิ่งทำได้ดีขึ้นอีกด้วย

ไม่อยากคิดว่าเสียฤกษ์เปิดปีใหม่ แต่อยากคิดว่าทำเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ดังนี้

แผนการกินอื่นๆ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ต้องคอยสังเกตอาการเสียดบริเวณใต้ราวนมขวาที่กลับมารบกวนอยู่จนทำลายคุณภาพการนอนไปด้วย มาท้ายๆ สัปดาห์ค่อยดีขึ้นนิดหน่อย

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบสี่กิโลครึ่ง กางเกงขายาวหลวมๆ ช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้นบ้าง น้ำหนักตัวขนาดนี้ชั่งได้ครั้งหลังสุดเมื่อราวสิบสองปีที่แล้ว หลังจากที่กลับมาจากอเมริกา แต่หลังจากนั้นก็มีแต่ขึ้นเอาๆ

ยังต้องย้ำจิตใต้สำนึกของตัวเองว่าต้องไม่กลับไปอ้วนเหมือนเดิมอีก จากนี้เป็นต้องสังเกตสัญญาณต่างๆ ที่จะออกมาจากอวัยวะทุกส่วน และต้องปรับสมดุลย์ให้สุขภาพโดยรวมเป็นปกติที่สุด

อาหาร การนอน การออกกำลังกาย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในทุกวันนี้ที่ต้องใส่ใจ