Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

แผนการสำหรับการวิ่งครั้งใหม่

สัปดาห์นี้จะเริ่มต้นด้วยฝน เหลืออีกวันเดียวก็จะหมดเดือนแปด ก้าวเข้าสู่เดือนเก้า อะไรจะไวขนาดนั้น วันเวลาไม่เคยชะลอความเร็ว จ้ำอ้าวก้าวไปข้างหน้าลูกเดียว

ดีที่สามารถวิ่งปิดเดือนแปดได้อีกครั้ง วิ่งเสร็จก็มารำลึกถึงวันนี้เมื่อปีที่แล้วที่ได้ร่วมวิ่งเพื่อมนุษยชาติอย่างต่อเนื่องยาวนานเกินสิบกิโล แต่ปีนี้ยังไม่เห็นวี่แวว

หมดเดือนแปดด้วยสถิติที่ยังไม่ก้าวหน้าสักเท่าไหร่

Summary 200908

มาได้วิ่งอีกทีก็วันศุกร์แล้ว เปิดเดือนใหม่อย่างเบาๆ ก่อน ที่สำคัญเพิ่งได้เห็นข่าวการวิ่งเพื่อมนุษชาติครั้งใหม่สำหรับปีนี้แล้ว เสาร์ที่สี่ของเดือนสิบได้เจอกัน

จากนี้ไปจึงเป็นการวางแผนเพื่อเตรียมร่างกายให้สามารถวิ่งสิบกิโลอีกครั้ง จะมาอู้เหมือนเคยอีกไม่ได้แล้ว จึงค่อยๆ ปรับเพิ่มแผนการวิ่งของวันทีละน้อย หมดสัปดาห์ได้ความดังนี้

Summary Week 200936

หนึ่งสัปดาห์หลังการล้างพิษตับและถุงน้ำดี สิ่งที่เปลี่ยนทันทีก็คือหยุดกินขมิ้นชันแคปซูลเพื่อติดตามสังเกตอาการ ว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อกินอะไรเข้าไป แผนการสำหรับครั้งต่อไปก็วางไว้แล้ว

เมื่อวันพฤหัสมีการไหว้สารทจีน อาหารการกินสมบูรณ์อีกครั้ง กินจนแน่นท้องไปหมด ก็พยายามควบคุมตัวเองอยู่เหมือนกัน สิ่งที่ยังคุมอยู่คือพยายามไม่กินน้ำเย็นและของเย็นของแช่เย็น แม้จะพอมีบ้างแต่ก็พยายามสังเกตอาการไปด้วย

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งด้วยใจหวั่นๆ แต่ผลก็ออกมาเหมือนเดิมที่แปดสิบแปดกิโลกรัม ดีที่ยังไม่เด้งขึ้น คิดว่าระบบย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารดีขึ้นเล็กน้อยด้วยเหมือนกัน

แผนการต่อไปคือเตรียมร่างกายสำหรับการแข่งขันในเดือนหน้า อาหารการกินก็พยายามกินไม่ให้ล้นเกิน สังเกตอาการต่างๆ ไปด้วยพร้อมกัน

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ

สัปดาห์นี้มีแผนการครั้งสำคัญสำหรับสุขภาพ บวกกับสภาพอากาศที่แสดงความเป็นหน้าฝนออกมาได้อย่างชัดเจนแล้ว ทำให้สามารถออกวิ่งเก็บระยะทางได้เพียงครั้งเดียวในวันเริ่มสัปดาห์เท่านั้นเอง

Summary Week 200935

ไม่รู้ว่าเมื่อครบเดือนจะสามารถเก็บระยะทางได้ถึงเก้าสิบกิโลหรือเปล่า อีกวันเดียว รู้กัน

แม้จะไม่ได้ออกวิ่ง แต่มีแผนการครั้งสำคัญสำหรับเรื่องสุขภาพ นั่นคือการล้างพิษตับและถุงน้ำดีที่เริ่มมาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว

การกินน้ำแอ็ปเปิ้ลยังคงต่อเนื่องมาถึงวันพุธ วันที่หกและจะเป็นวันที่เข้าสู่ขั้นตอนจริง

จากที่ต้องกินน้ำแอ็ปเปิ้ลหนึ่งลิตรตลอดทั้งวัน ก็ต้องกินให้หมดหนึ่งลิตรตั้งแต่เช้าตรู่ ช่วงสายหากมีอาการหิวก็ประทังด้วยกล้วย มาถึงมื้อเที่ยงก็กินโจ๊กข้าวกล้อง เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารทั้งหมดต้องทำงานหนักเกินไป

เริ่มขึ้นตอนแรกหกโมงเย็น กินน้ำผสมเกลือยิบซัมส่วนที่หนึ่ง ส่วนที่สองในตอนสองทุ่ม ไม่นานก็เริ่มอยากถ่าย

สามทุ่มครึ่งกว่าก็เริ่มเตรียมน้ำส้มและน้ำมะนาวเพื่อใส่ในน้ำมันมะกอกแบบหีบเย็น สี่ทุ่มตรง ดื่มให้หมดโดยเร็วแล้วนอนลงทันทีให้หัวสูงกว่าเท่านานยี่สิบนาที จากนั้นทยอยเก็บของแล้วเข้านอน

เช้ารุ่งขึ้นตื่นหกโมงขึ้นมาดื่มน้ำเกลือยิบซัมส่วนที่สามแล้วเข้าห้องน้ำ ไม่นานก็ได้เห็นก้อนโคเลสเตอรอลที่อยู่ในตับและถุงน้ำดีออกมาเพียบ มีก้อนใหญ่ขนาดนิ้วก้อยออกมาด้วยเป็นสิบ ลองหยิบขึ้นมาดูก็เป็นไปตามตำรา แต่ที่ไม่รู้มาก่อนคือมันค่อนข้างนิ่มอย่างนั้น แต่นั้นยังไม่หมด

แปดโมงดื่มน้ำเกลือยิบซัมส่วนสุดท้าย แล้วถ่ายเรื่อยๆ จนหมด ก็ได้เห็นก้อนเหล่านี้ยังออกมาอยู่เรื่อยๆ มื้อเที่ยงยังเป็นโจ๊กข้าวกล้อง ตกบ่ายก็เริ่มหิว เย็นยังพยายามไม่กินอะไรมาก

จากนั้นคงพยายามไม่กินน้ำเย็น ของเย็น ของแช่ให้มาก หากยังเย็นอยู่ก็ทิ้งไว้ก่อน อย่างนี้คงช่วยให้ตับไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป ต้องเตรียมตัวเพื่อแผนการสำหรับเดือนหน้าที่วางเอาไว้

อาการที่เจ็บเสียดที่ใต้ราวนมขวาลดลงไปมาก ยังเหลือก็เป็นอาการร้อนๆ หน่วงๆ แทน

หวังว่าสุขภาพโดยรวมจะดีขึ้น

เมื่อวานไปกินบุฟเฟต์กันทั้งบ้านก็กินไม่ค่อยได้มากสักเท่าไหร่ อิ่มเร็วเป็นพิเศษ และยังรู้สึกว่าต้องระมัดระวังไม่ให้กินอะไรมากจนเกินไปอย่างที่เคย เช้านี้ขึ้นชั่งน้ำหนักตัวได้ผลอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลอีกครั้ง หากระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น สารอาหารคงหล่อเลี้ยงไปทั่วและความอยากอาหาร อาการหิวซ้ำซากคงลงลด ผลก็คือน้ำหนักตัวคงจะเข้าสู่สภาวะสมดุลย์ได้

นี่จึงเป็นก้าวสำคัญของสุขภาพเลยทีเดียว

ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

กลับมาวิ่งได้อีกครั้งก็ยังพยายามวิ่งให้ได้เท่าที่เคย แต่ผลตามมาอาจจะไม่เป็นเหมือนเคยก็ได้ เริ่มต้นก็ค่อยๆ เริ่มจากห้ากิโลก่อนดีกว่า

เช้ารุ่งขึ้นฝนตกพรำ หยุดวิ่งจนได้และไม่ได้วิ่งอีกในสองวันต่อมาเพราะภารกิจประจำสัปดาห์ กลับมาว่ิงได้อีกครั้งก็เป็นเช้าวันพฤหัส

ความรู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาวิ่งกลับมากกว่าอยากลุกขึ้นมาวิ่ง แม้การนอนและการตื่นนอนจะกลับมาเป็นปกติแล้ว เช้าวันพฤหัสจึงเลือกที่จะออกวิ่งเพียงห้ากิโลเมตรเพื่อเฝ้าดูสภาพร่างกายอีกครั้ง

และก็วิ่งห้ากิโลอีกในวันรุ่งขึ้น เช้าวันเสาร์ลองเปลี่ยนเป็นวิิ่งเต็มชั่วโมงดูอีกครั้ง ก็สามารถสะสมระยะทางได้เกินเจ็ดกิโลให้เห็นได้ แต่อาการบวดกล้ามเนื้อสะบักขวายังคอยรบกวนอยู่ตลอดการวิ่ง

ผลการวิ่งของสัปดาห์จึงได้มากขึ้นอีกนิดหน่อย

Summary Week 200934

หากต้องลดแผนการวิ่งประจำวันลงเหลือเพียงห้ากิโล ความคืบหน้าคงมองไม่เห็นสักเท่าไหร่เป็นแน่ แต่ความสบายใจหลังการวิ่งเพียงห้ากิโลกลับมากกว่าที่เคยวิ่งถึงวันละแปดกิโล นี่สิต้องคิดแล้วคิดอีกเหมือนกัน

เช้านี้ไม่ลืมที่จะขั่งน้ำหนักตัวก่อนที่จะออกวิ่ง ผลที่ได้ยังคงปริ่มเกินแปดสิบแปดกิโลอยู่แต่ยังไม่ถึงแปดสิบแปดครึ่ง

ที่สำคัญคือแผนการล้างพิษตับและถุงน้ำดีได้เริ่มขึ้นแล้ว เช้าวันพฤหัสสามารถหาซื้อเกลือยิบซัมหรือดีเกลือฝรั่งได้จากร้านขายยาแผนโบราณแถวโรงพยาบาลศิริราช เดินไปทางวัดระฆัง ร้านนี้อยู่ก่อนถึงซอยวังหลัง ราคาอยู่ที่ขีดละสิบบาท น่าจะได้ราวสี่ช้อนโต๊ะเท่าที่ต้องการ

เช้าวันศุกร์จึงเริ่มกินน้ำแอ็ปเปิ้ลวันละลิตร แต่ต้องกินระหว่างมื้อ หรือหลังอาหารประมาณสองชั่วโมง ไม่กินเนื้อสัตว์ นมเนย ไม่กินของเย็นของแช่เย็น งดยาและอาหารเสริม เพื่อไม่ให้ตับต้องทำงานหนัก ต้องกินอย่างนี้อยู่หกวัน เย็นวันที่หกจึงจะถึงขั้นตอนการล้างจริง

เย็นวันพุธหน้าก็จะได้ลงมือทำกันเต็มรูปแบบ

ทรุดลงไปอีก

ยังมีความพยายามจะรักษาแผนการวิ่งให้ต่อเนื่องต่อไปได้อยู่ในสัปดาห์นี้ เริ่มต้นจึงยังออกวิ่งได้ตามกำหนด แต่สถานการณ์เริ่มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยหนึ่งก็มาจากสภาพจิตใจที่ยังยึดติดอยู่ จึงต้องบำบัดด้วยการหาอะไรกินตอนดึก ทั้งๆ ที่รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ช่วยอะไรได้

หลังจากออกไปทำงานข้างนอกในวันอังคารพร้อมกับสภาพที่หัวหนักอึ้ง ต้องพึ่งกาแฟให้ช่วยเปิดประตูในหัว แต่ก็ใช่ว่าจะได้ผลร้อยเปอร์เซนต์ อาการยังไม่ดีขึ้นจนไม่ได้วิ่งอีกเลยกระทั่งเช้าวันเสาร์จึงได้เริ่มต้นอีกครั้ง

แต่วิ่งไปได้ไม่นานฝนก็เริ่มเทลงมา จากปรอยๆ กลางเป็นหนาเม็ดขึ้น หลบเข้าไปวิ่งใต้หลังคาโรงรถได้ครึ่งทางก็ต้องขอหยุด ผลการวิ่งของสัปดาห์นี้จึงเหลือเพียงเท่านี้

Summary Week 200933

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าดีดขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีกครั้งแล้ว จะพยายามกลับมาเดินในเส้นทางสายสุขภาพเหมือนเดิมให้ได้โดยเร็ว อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้ต้องตื่นเช้าขึ้นมาในสภาพครึ่งคนครึ่งศพ

แผนการล้างพิษตับใกล้เข้ามาแล้ว วันนี้อ่านหนังสือจบแล้ว ต่อไปก็เรียบเรียงออกมาเป็นคู่มือแล้วออกเดินทางจัดเตรียมส่วนผสมสำคัญที่ต้องใช้ให้ครบถ้วน

สุขภาพตัวเองก็อยู่ที่ตัวเองนั่นแหละ

หลุมพลางแห่งความตกต่ำ

สัปดาห์นี้เริ่มต้นอย่างมีความหวังว่าเดือนใหม่คงจะก้าวหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม แผนการว่ิงก็คงแต่ละสัปดาห์ก็ต้องหักไปสองวันคือวันที่ออกไปทำงานข้างนอกบ้านกับวันรุ่งขึ้นที่ลุกแทบไม่ขึ้น แต่สัปดาห์นี้มีวันศุกร์อีกหนึ่งวันเพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อย จนขอนอนตื่นสายเสียหนึ่งวันแถมต่อเนื่องมาถึงเช้าวันเสาร์เสียอีกด้วย

สัปดาห์นี้จึงสะสมได้แค่เบาะๆ เพียงเท่านี้

Summary Week 200932

อุบัติเหตุที่ว่าก็คือหลังจากทำระยะทางได้ถึงสิบกิโลอีกครั้งในทันทีที่ได้นอนอย่างเต็มที่เมื่อคืนวันพุธ แผนการกินบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นในมื้อเที่ยงวันพฤหัสก็ต่อเนื่องในทันที

ทุกครั้งที่แวะไปกินบุฟเฟต์มักจะปิดท้ายด้วยกาแฟเอสเปรสโซหนึ่งแก้ว แต่เอสเปรสโซร้อนแก้วนี้ทำงานได้อย่างดีจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทั้งคืน ลุกขึ้นลุกลงที่นอนอยู่หลายรอบ จนตีสองแล้วก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง มารู้สึกตัวอีกทีก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว ต้องรีบออกไปทำธุระอื่นๆ ต่อจึงตื่นนอนอย่างเป็นทางการ

ดูเหมือนปัญหาการนอนยังคงต่อเนื่องมาถึงคืนถัดมาทำเอาเช้าวันเสาร์หลังจากออกไปปฏิบัติภารกิจประจำสัปดาห์แล้วก็เลยอู้ไม่วิ่งเสียอีกวัน

เช้านี้ก็ลืมชั่งน้ำหนักเสียอีก มานึกขึ้นหลังจากออกวิ่งไปได้สักพัก (เหมือนเดิม) แถมวิ่งไปได้ครึ่งทางฝนก็ปรอยลงมาเหมือนจะทดสอบจิตใจว่าจะหยุดวิ่งเสียตรงนั้นหรือเปล่า

แต่หลังจากที่อู้ไปหลายวัน เช้านี้จึงวิ่งต่อจนครบแปดกิโลตามแผน แล้วเดินขึ้นตาชั่งได้ผลอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง

ความรู้สึกติดค้างกับบุฟเฟต์มื้อเที่ยงวันพฤหัสยังรบกวนจิตใจอยู่ ดูเหมือนจะรบกวนพฤติกรรมให้ต้องออกหาอะไรกินเป็นมื้อดึกอีกครั้ง แถมสัปดาห์หน้ามีวันสำคัญกลางสัปดาห์เลย ไม่รู้ว่าจะได้ชำระแค้นด้วยมื้อเที่ยงหรือไม่อย่างไร

กลายเป็นจิตใจกำลังลุ่มหลงอยู่กับการกินอีกครั้งแล้วหรือนี่ ???