Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

หมดแรง(กระตุ้น)

นอกจากสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่ได้อดล้างพิษแล้ว ยังปล่อยตัวตามใจปาก มีมื้อค่ำอีกจนได้ ผลที่ได้คืออะไรคงไม่ต้องสงสัย แม้ว่าจะสามารถสวมใส่กางเกงขายาวได้เหมือนเดิม แต่รู้สึกได้ทันทีว่าคับกว่าที่ควรจะเป็น

ผลที่ได้ปรากฏชัดเจนแล้วเช้านี้ เมื่อชั่งน้ำหนักได้เก้าสิบกิโลครึ่ง ชั่งครั้งเดียวจบ ไม่อยากตอกย้ำความผิดพลาด

ตลอดสัปดาห์จะอธิบายว่ามีความเครียดก็ไม่ถึงกับชัดเจนมากนัก ความหดหู่กลับมาเยือนก็หาได้ไม่ สงสัยจะเป็นความเบื่อมากกว่า

แผนการเดินออกกำลังกายปรับเปลี่ยนไปทุกวัน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ เช้าวันจันทร์ตื่นขึ้นมาก็ขี้เกียจเดินเสียอย่างนั้น ส่วนวันอื่นๆ ก็เดินแบบเบื่อๆ อยากๆ ไม่ค่อยสนุกเหมือนอย่างเคย

เบื่อถึงขั้นเช้านี้ต้องหยุดเดินเสียกลางคัน น่าจะเป็นเพราะตื่นเช้าเกินไป เมื่อคืนก็เกิดดอดไปหาอะไรใส่ปาก ทั้งๆ ที่เข้านอนไปแล้ว เช้าขึ้นมาจึงไม่ค่อยสดชื่น ธรรมชาติต้องการพักผ่อนตอนกลางคืนอย่างเต็มที่ มื้อเย็นควรให้เบาที่สุด หลังจากนั้นไม่ควรมีอะไรตกถึงท้องอีก

ดีที่เช้าวันพฤหัสสามารถทำความเร็วในกิโลเมตรแรกได้เร็วที่สุด เป็นเรื่องน่ายินดี และสถิติการเดินทั้งสัปดาห์ยังไม่ถึงกับแย่ลงไป แต่สัปดาห์หน้านี่สิน่าเป็นห่วง

071115 - 09.39-1km Summary Week 200746

มีเรื่องน่าสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งว่าหากก่อนการเดินไม่มีขนมปังโฮลวีตรองท้องเหมือนอย่างเคยจะเป็นเช่นไร หลังจากที่ทดลองในเช้าวันศุกร์และเช้าวันเสาร์ ก็สังเกตได้ว่ามีอาการคล้ายจะหมดแรงในระหว่างการเดินอยู่เหมือนกัน คงต้องศึกษาเรื่องนี้อีกสักหน่อย เพื่อให้การลดน้ำหนักทำได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ที่สำคัญที่สุด คงต้องสรรหาแรงกระตุ้นให้สามารถเดินออกกำลังได้เต็มที่อีกครั้งโดยเร็ว…

ข้อน่าสังเกตระหว่างสัปดาห์

อากาศเย็นลงจนเหลือเพียงยี่สิบสี่องศาในยามเช้าอยู่สองวันคือวันศุกร์กับวันเสาร์ จะเดินออกกำลังก็จำเป็นต้องกระตุ้นตัวเองให้กระฉับกระเฉงเพราะกว่าจะบังคับตัวเองให้ลุกออกจากที่นอนได้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

ไม่มีวิธีใดจะดีไปกว่าเร่งความเร็วในการเดินไปให้ถึงขีดสุด จากนั้นเตาเผาพลังงานภายในจะทำงานให้ความร้อนโดยเร็ว

มีเรื่องน่าสังเกตอยู่ว่า ในเช้าที่อากาศเย็นกว่าที่เคยจะสามารถเดินได้เร็วกว่าที่เคยอีกด้วยเช่นกัน การเดินในเช้าวันศุกร์สามารถเดินได้เร็วถึงเก้านาทีสี่สิบเอ็ดวินาทีต่อกิโลเมตรได้ในกิโลเมตรแรกที่เดินเลยทีเดียว

071109 - 09.41@1km

ตลอดทั้งสัปดาห์มีวันพุธวันเดียวที่ไม่ได้เดิน เพราะนอกจากต้องรีบออกไปทำธุระแต่เช้าตรู่แล้ว ยังต้องหยุดอดล้างพิษ ซึ่งร่างกายไม่เหมาะสำหรับการออกกำลังเสียเท่าไหร่ ทั้งนอนไม่เพียงพอและมีขั้นตอนสุดท้ายในการหยุดการอดรออยู่ ถึงอย่างไรสถิติการเดินก็ยังน่าดูอยู่

Summary Week 200745

จนถึงเช้าวันนี้เดินขึ้นตาชั่งถึงสามรอบอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหนักที่ชั่งได้แปดสิบเก้ากิโลนั้นไม่ใช่หรอกกันเล่นให้ดีใจ

น่าสังเกตอีกเช่นกันว่า หากสัปดาห์ใดได้อดล้างพิษจะสามารถลดน้ำหนักได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงการออกกำลังกายตามปกติคงเป็นเพียงการทำให้พลังงานที่รับเข้าไปจากอาหารและที่ใช้ออกไปในชีวิตประจำวันนั้นสมดุลย์อยู่ได้เพียงเท่านั้นเอง

แม้จะพยายามควบคุมการกินระหว่างวัน แต่กิจกรรมที่ทำทั้งวันนั้นคงไม่ค่อยได้ออกแรงกระมัง นี่ถ้าสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น คงจะมีผู้ช่วยเผาผลาญพลังงานอีกมาก

ว่าแต่ข้อสังเกตทั้งสองข้อนั้น ยังต้องการการพิสูจน์อีกสักหน่อย

เพ่งพินิจความหดหู่

นี่คงเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้วกระมัง อากาศยามเช้าที่ลดลงมาอยู่ที่ยี่สิบหกองศา และพระอาทิตย์โคจรอ้อมทิศใต้มากขึ้น เคยได้ยินมาว่าอากาศเปลี่ยนแปลง คนก็เปลี่ยนไป น่าจะเป็นเพราะสภาพอากาศมีผลต่อระดับสารเคมีในร่างกายบางตัว

ทั้งความหดหู่และความเครียดเป็นสาเหตุของความอ้วนและน้ำหนักขึ้น เพราะว่านิสัยเดิมๆ ที่ใช้การกินช่วยบรรเทาความรู้สึกเหล่านั้นยังคงแข็งแรงอยู่มาก

แม้สัปดาห์ก่อนจะกำหนดจนเห็นความเครียดได้อย่างชัดเจน ก็ยังไม่สามารถรับมือได้ดีพอ ถ้ายังไม่สามารถสลายความรู้สึกนั้นไปได้คงลำบากต่อการลดน้ำหนักไม่น้อย

ไม่ทันไรความหดหู่ก็เข้ามาแทน หดหู่เพราะคิดไปเอง เพราะขุดคุ้ยเอาความคิดแง่ลบมาคิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่ความจริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดเลยก็เป็นได้ แต่เพราะรากฐานความคิดที่มีความคิดแง่ลบอยู่มาก เมื่อจะหยิบอะไรออกมาคิด จึงหยิบฉวยได้ความคิดแง่ลบออกมาอยู่บ่อยครั้ง

หดหู่เพราะเศร้า หดหู่เพราะน้อยใจ หดหู่เพราะไม่ได้อย่างที่ต้องการ สาเหตุเหล่านี้คล้ายๆ กับการเกิดความเครียด แต่ความเครียดสามารถดัดแปลงไปใช้ในทางสร้างสรรได้ แต่ความหดหู่ไม่สามารถทำได้

วิธีแก้ความหดหู่น่าจะมีอยู่วิธีเดียวคือหยุดคิดในแง่ลบซ้ำซากอย่างนั้นให้ได้ ความเศร้า เสียใจ น้อยใจในเรื่องที่คิดเอาเองนั้นอาจจะไม่เป็นจริงก็ได้ น่าจะมีส่วนจริงอยู่ไม่มากเสียด้วยซ้ำไป การหยุดคิด นอกจากจะช่วยให้ไม่หดหู่แล้ว ยังน่าจะช่วยให้สามารถเอาพลังสมองไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากกว่าได้

ในอดีตมักจะใช้การตอบแทนเป็นการยุติความหดหู่ เมื่อไรที่มีการตอบแทน ความเศร้า เสียใจ น้อยใจ ก็จะสลายหายไปได้ในบัดดล

แต่เมื่อพิจารณาให้เห็นความจริงแล้ว หากไม่มีการตอบแทน ก็จะไม่สามารถแก้ไขความหดหู่ได้หรืออย่างไร หากเวลาเนิ่นนานออกไป ยิ่งเสียโอกาสในการพัฒนาตนเองมากขึ้นเท่านั้น

การหยุดคิดจึงเป็นกระบวนการที่เหมาะสมที่สุดเพราะเกิดขึ้นได้จากภายใน ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยปัจจัยภายนอก

คิดๆ ไป ทั้งที่สามารถลดน้ำหนักตัวลงมาอยู่ที่เก้าสิบกิโลตามเป้าหมายแล้ว แถมยังสามารถลดได้ก่อนปลายปีตามที่ตั้งใจไว้เสียด้วย หากต้องปล่อยให้ความหดหู่มาทำลายไปก็คงไม่น่าให้อภัย

หรือเป็นเพราะว่าความหดหู่นั้นเป็นเหมือนมารผจญ มันเริ่มก่อนตัวมาหลายสัปดาห์แล้ว มันแทรกตัวเข้าไปในความฝันเลยทีเดียว ส่งผลให้การตื่นนอนไม่ดีเท่าที่ควรเสียด้วย หากยังคงผูกจิตความคิดอยู่กับความหดหู่ เห็นที่จะต้องสูญเสียความพยายามในการลดน้ำหนักเป็นแน่แท้

จะปล่อยให้ความหดหู่ทำลายความพยายามตลอดหกเดือนที่ผ่านมากับระยะทางนับพันกิโลให้เสียไปหรืออย่างไร

มารจะผจญก็ต้องสู้ด้วยความเข้มแข็ง…

ฉันเห็นความหดหู่

สำเร็จไปอีกหนึ่งงาน งานที่สัปดาห์ที่แล้วเครียดกับการปรับเปลี่ยนข้อมูลการสั่งซื้อสินค้าอยู่หลายครั้งแต่ก็ส่งมาถึงมือทันในวันเสาร์ จึงสามารถลงมือทำให้วันอาทิตย์และเสร็จเรียบร้อยในวันจันทร์ เป็นการทิ้งทวนการประกอบเครื่องพีซีเครื่องสุดท้าย ต่อไปนี้จะไม่รับงานประกอบและงานซัพพอร์ตเครื่องพีซีอีกต่อไปแล้ว เพราะต้องการมุ่งมั่นกับการพัฒนาบนเครื่องแม็คให้เต็มที่

งานติดพันในวันอาทิตย์ทำให้เช้าวันจันทร์ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำต่อให้สำเร็จ จึงไม่ได้เดินออกกำลังกายไปหนึ่งวัน วันที่เหลือจึงตั้งใจเดินอย่างเต็มที่

ดีที่อากาศตอนเช้าเริ่มเย็นลงแล้ว เย็นขนาดที่เข้านอนตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์ได้เลยทีเดียว นอนหลับสบาย อากาศดี ทำให้สามารถเดินในช่วงต้นได้ความเร็วดีขึ้นอีกด้วย

แต่เสาร์อาทิตย์นี้กลับเร่งไม่ได้ คงต้องดูกันยาวๆ

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งครั้งเดียวพอ เห็นเข็มปริ่มล้นเก้าสิบกิโลอยู่เล็กน้อยจึงไม่อยากชั่งซ้ำ ความเครียดยังคงอยู่หรืออย่างไร

จริงแล้วความเครียดจากสัปดาห์ก่อนสลายไปแล้วหลังจากได้กำหนดรู้ จนได้เห็นความเครียดอย่างชัดเจน แต่สัปดาห์นี้กลับมีความหดหู่เข้ามาทักทายแทน ไม่ใช่หดหู่เรื่องน้ำหนักตัว แต่เป็นอารมณ์หดหู่แบบที่ไม่ได้เกิดขึ้นนานแล้วเหมือนกัน ที่ผ่านมาต้องใช้ความคิดด้านลบที่มากกว่ากดทับความหดหู่นั้นไว้ จากนั้นเปลี่ยนความคิดไปเกาะอยู่ที่เรื่องอื่นแทนจนลืมความหดหู่นั้นไป

แต่เช้านี้ตั้งใจจะเดินสิบกิโลออกกำลังเพื่อขจัดความหดหู่แทน

071104 - 10.1km

เอาเข้าจริงก็ไม่สามารถสู้กับความหดหู่ได้ เพราะวิธีดั้งเดิมนั้นค่อนข้างฝังลึกอยู่ในกระบวนการคิดอย่างแข็งแรง จึงไม่สามารถเปลี่ยนกระบวนการคิดได้ ความหดหู่นั้นยังคงอยู่ แต่ไม่ได้ส่งผลร้ายมากนั้น นั่นเพราะเปลี่ยนเอาความคิดไปเกาะอยู่ที่เรื่องอยู่แทน

พยายามกำหนดลมหายใจในขณะเดินก็สามารถทำได้พักหนึ่ง ความคิดก็แล่นไปเรื่องอื่นๆ ต่อไปแทน อันที่จริงต้องใช้สติกำหนดรู้ความหดหู่นั้นให้ชัดขึ้น จากนั้นดับอารมณ์ความรู้สึกให้หมดจด จึงจะแก้ไขได้

แต่นั้นคงต้องอาศัยการฝึกฝนอีกไม่น้อยเลยทีเดียว

ฉันเห็นความเครียด

สัปดาห์ที่ผ่านมามีอาการนอนไม่หลับ เหมือนนาฬิกาชีวะจะจำได้ว่าคืนวันอังคารจะหิวจนนอนไม่หลับ เลยไม่ยอมนอน แต่ว่าหรือเป็นเพราะว่าการพักงีบเสียเล็กน้อยระหว่างวันจะส่งผลกระทับใหญ่โตขนาดนี้

แม้จะแก้ไขด้วยการหาอะไรใส่ปากเคี้ยว สองรอบก็แล้ว สามรอบก็แล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมหลับ จนล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้วนั่นแหละจึงได้เวลา

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือความเครียด มีสองงานใหญ่ที่ใกล้จะสำเร็จและกำลังจะเริ่มเป็นปัจจัยแห่งความเครียดนั้น เครียดเพราะสิ่งที่คาดหวังไม่เป็นไปดังหวัง ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลาที่ต้องการ ทั้งที่จริงแล้วปัญหาเหล่านั้นล้วนมีทางแก้อยู่แล้ว แต่ที่เครียดเพราะไม่ต้องการเห็นปัญหาต่างหาก

เป็นไปไม่ได้ที่ชีวิตจะไม่มีปัญหา หากไม่ต้องการเห็นปัญหาก็คงไม่ต้องทำอะไรเลยในชีวิต แต่ที่ผ่านมาเราเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลยเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาแทน เพราะไม่สามารถรับมือกับความเครียดที่จะตามมาเพราะความคาดหวังต่างต่างนานาในใจ ผลก็คือชีวิตไม่มีอะไรคืบหน้า

ด้วยผลบุญที่สั่งสมมากระมังที่ในที่สุดจึงเห็นก้อนความเครียดนี้ได้ เมื่อได้เห็นความเครียดนี้แล้ว ก็ต้องฝึกฝนรับมือกับความเครียดนี้ได้อย่างมีสติจริงๆ รับมือกับความเครียดได้ ก็ไม่ต้องใช้อาหารขบเคี้ยวบรรเทาอาการ

เมื่อชีวิตจะต้องก้าวหน้าไปพร้อมกับความเครียดมากมายอย่างแน่นอน การบริหารความเครียดจึงต้องอาศัยประสบการณ์ฝึกฝนอยู่เหมือนกัน

เครียด นอนไม่หลับ นอนดึก นอนไม่พอ ตื่นสาย เป็นเหตุและปัจจัยที่ทำให้ระหว่างสัปดาห์อาจจะมีเช้าวันใดวันหนึ่งที่ไม่ได้เดินออกกำัลังกาย แต่ก็ไม่เครียดอยู่แล้ว แต่ถ้าสนุกปาก(กิน)มากไปก็อาจจะเครียดเพราะน้ำหนักขึ้นได้อีกเหมือนกัน

Summary Week 200743

ดีที่น้ำหนักไม่ขึ้น ยังคงอยู่ที่เก้าสิบกิโลอยู่ ตอนเดินขึ้นตาชั่งก็ลุ้นเหมือนกัน

กำลังคิดถึงแผนการออกกำลังอยู่เหมือนกัน ถึงเวลาที่ต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือยัง จะต้องเสริมสร้างอย่างไร ยังไม่มีข้อสรุปที่เหมาะสม

ขณะที่เป้าหมายของน้ำหนักตัว ณ สิ้นปีหน้าต้องการให้อยู่ที่แปดสิบกิโล แต่หากสิ้นปีนี้ลดลงได้สักเดือนละกิโล เหลืออีกสองเดือนจะปีใหม่ก็คงดีไม่น้อย