ความสำคัญของหนังสือ

ขออัญเชิญพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๓ เมื่อ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓ ณ หอประชุมคุรุสภา ตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า ประเทศไทยมีประชาชนจำนวนมากเห็นคุณค่าของหนังสือ ใฝ่ใจศึกษาหาความรู้และแนวคิด แล้วนำสิ่งที่ดีงามเป็นประโยชน์จากหนังสือซึ่งเป็นที่รวมแหล่งสรรพวิชาการทั้งปวงมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ประเทศนั้นย่อมจะมีแต่ความรุ่งเรืองวัฒนา เพราะทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ คือประชาชน การที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้จะต้องมีองค์ประกอบคือ ประชาชนมีนิสัยรักการอ่าน และใช้สิ่งที่ได้จากการอ่านให้เป็นประโยชน์ ทั้งในด้านการพัฒนาความคิด วางแผนและลงมือกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม และมีหนังสือดีๆ เป็นจำนวนมากพอ…

ข้าพเจ้าหวังให้ประชาชนคนไทยส่วนมาก หรือทั่วประเทศเห็นความสำคัญของหนังสือและสนใจอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้เป็นประจำ แล้วนำไปคิดไปปฏิบัติ อันจะช่วยให้ประเทศของเราพัฒนายิ่งๆ ขึ้นทุกด้าน”

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา ๑๒๓๐๖ พัฒนาการวรรณคดีไทย
หน่วยที่ ๑๔ ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการของวรรณคดีไทย
ตอนที่ ๑๔.๔ การส่งเสริมการแพร่ขยายของวรรณคดีไทยและวรรณกรรมร่วมสมัย (ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองถึงปัจจุบัน)
เรื่องที่ ๑๔.๔.๑ การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมร่วมสมัยในสถาบันการศึกษา
หน้า ๙๓๘
ISBN 974-313-313-6

เอาเป็นว่าคุมอาหารทั้งสามมื้อจะดีกว่า

เป็นไปตามหลักแห่งอิทัปปัจยตา “เพราะเหตุอย่างนี้อย่างนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น” การก้าวลงจากตาชั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช้านี้จึงเต็มไปด้วยความหดหู่

เหตุของความหดหู่นั้นเกิดจากเข็มของตาชั่งที่ดีดขึ้นอย่างแรงไปแล้วหยุดนิ่งอยู่ที่เก้าสิบหกกิโล เหตุของการดีดตัวอย่างนั้นก็เพราะความคะนองในการบริโภคที่ผ่านมาในสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง

อะไรจะขนาดนั้น จากเก้าสิบสี่เป็นเก้าสิบหก สองกิโลภายในหนึ่งสัปดาห์ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ความเพราะความประมาทที่เกิดขึ้นหลังจากชั่งน้ำหนักครั้งที่แล้ว กว่าจะรู้ตัวก็คืนวันพฤหัสแล้ว รู้ตัวระคนมึนงงอย่างแรงว่าทำอะไรลงไป

เหมือนกำลังหลอกตัวเองให้กินเพียงครึ่งอิ่ม แต่ครึ่งอิ่มนั้นดูแทบไม่ต่างไปจากหนึ่งอิ่มที่เคยผ่านมา นั่นเป็นสาเหตุหนึ่ง

จะต้องมีความคึกคะนองอะไรที่ยังนึกไม่ออกอีกแน่นอน จึงทำให้หันกลับไปเสพความสุขด้วยการหม่ำเช่นนั้นอีก

คิดไปก็หดหู่ อย่าเป็นนานนักหล่ะ เดี๋ยวจะพาออกทะเลไปไกล

หลังจากก้าวลงจากตาชั่งเช้านี้ กิเลสชักนำไปถึงตัวช่วยสำหรับลดน้ำหนักมากมายในบัดดล ก็แน่หล่ะ อีกเพียงสองสัปดาห์ก็จะสอบไล่ภาค 1/2549 แล้ว กางเกงขายาวจะยังใส่ได้อยู่หรือเปล่า ก็ยังไม่ได้ลองเลย ในวันสองวันนี้คงต้องรีบลองให้รู้กันไป

เพิ่งนึกได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อวันพฤหัสนั่นแหละ อยู่ๆ ก็เกิดอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลอย่างหนัก ก็อาการแพ้อากาศกำเริบอีก ที่ไหนได้นอกจากจะไม่เป็นอันอ่านหนังสือแล้ว ยังเกิดสนุกปาก กินแก้เครียดไปจนต้องมาเครียดวันนี้แทนเสียอย่างนั้น

สมองเช้านี้ก็พาจะให้งดอาหารเย็นเสียให้ได้ เอาเป็นว่าคุมอาหารทั้งสามมื้อให้เข้าที่เข้าทางจะดีกว่า และที่สำคัญต้องยึดโต๊ะอาหารเป็นที่ตั้ง ไม่กินอะไรจุบจิบนอกมื้อนอกโต๊ะอาหารอีก จงหนักแน่นเพื่อผลของความสำเร็จอย่างแท้จริง

มิฉะนั้นความพยายามที่จะเปลี่ยนชีวิตครั้งนี้ ก็คงทำได้เพิ่มจำนวนครั้งของความล้มเหลวในชีวิตขึ้นอีกครั้ง

อนาคตของศิลปะควรอยู่ในมือของผู้ประกอบศิลปะ

สด กูรมะโลหิต ยังเคยเขียนข้อเขียนสั้นๆ เกี่ยวกับศิลปะด้วยลายมือของเขาเองลงตีพิมพ์มีความว่า

“…เคยมีผู้กล่าวว่าศิลปะขึ้นอยู่กับตลาด ข้อนี้ก็เป็นจริงแต่ยังมีความจริงที่น่าสนใจยิ่งกว่านี้ คววามจริงข้อนี้ก็คือ ถ้าจะต้องปล่อยให้ศิลปะขึ้นอยู่กับตลาดเสียเรื่อยไปโดยไม่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อนำตลาดอย่างผู้ที่มีใจสูงควรจะกระทำเสียเลยแล้ว มาตรฐานของศิลปะก็ยากที่จะเขยิบสูงขึ้นไปได้” และได้เน้นในที่สุดว่า “อนาคตของศิลปะควรอยู่ในมือของผู้ประกอบศิลปะ ไม่ควรปล่อยไว้ในมือของตลาด”

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา ๑๒๓๐๖ พัฒนาการวรรณคดีไทย
หน่วยที่ ๖ วรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๔๗๕ – ๒๕๑๖
ตอนที่ ๖.๒ วรรณคดีระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๑ – ๒๕๐๐
เรื่องที่ ๖.๒.๑ สภาพสังคมและบรรยากาศของวรรณคดี
หน้า ๔๔๙
ISBN 974-313-313-6

หิว ปวดคอ นอนไม่หลับ อ่านหนังสือไม่จบ

เช้านี้มาเขียนช้าไปหน่อย เกือบจะเที่ยงแล้ว ไม่ใช่เพิ่งลุกจากที่นอน แต่เพิ่งตื่น!!! เพิ่งตื่นตัว

น้ำหนักที่ชั่งเมื่อเช้านี้ได้ความว่าเข็มตาชั่งชี้เลยเลขเก้าสิบสี่กิโลไปนิดหน่อยเอง ได้การแล้ว ผลของการหัดกินเพียงครึ่งอิ่มคงไม่มีอะไรให้สงสัยกระมัง

หลังจากบอกลาเพื่อนที่ชื่อ ‘พุงกาง’ ก็ได้เพื่อนใหม่ชื่อ ‘ไส้กิ่ว’ มาแทน เพราะการหัดกินเพียงครึ่งอิ่มยังทำให้รู้สึกหิวอยู่เนืองๆ จะเป็นปัญหามากก็ตอนกลางคืนนี่แหละ เพราะเพื่อนใหม่คนนี้กวนใจไม่น้อย จนไม่รู้ตัวเลยว่าหลับไปเมื่อไหร่ หลังต้องนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นั่น มันไม่เจอท่าหลับที่ต้องการเสียที

เรื่องกินจุบจิบยังประเมินผลไม่ได้ ขอเก็บข้อมูลต่ออีกหน่อย

ว่าเรื่องนอนต่อดีกว่า พอนอนไม่หลับ เช้าขึ้นมาก็ไม่ค่อยอยากตื่น หลายคืนมาแล้วที่นอนดูนาฬิกาตีเที่ยงคืนกว่าแล้วก็ยังไม่หลับ ส่วนเวลาตื่นไม่เจ็ดก็แปดโมงเช้าโ่น่น เวลาจะตื่นนอนจะรู้สึกตัวในท่านอนคว่ำหน้าเสมอ และกล้ามเนื้อแถวๆ ต้นคอด้านหลังเรื่อยจนเกือบถึงไหล่ก็ปวดเมื่อยไปหมด

สันนิฐานว่าอาการปวดต้นคอนี่เองน่าจะมีส่วนทำให้คุณภาพของการนอนแทบไม่มีเหลือเลย ดูได้จากอาการแย่มากๆ เมื่อตื่นนอน ต้องเด้งตัวออกจากที่นอนก็เพราะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่เพราะตื่นตัวเต็มที่แล้ว

ในมื้อเย็นเมื่อวานได้คุยกับพี่สะใภ้ได้ความว่าแกเองก็มีอาการปวดต้นคอเหมือนกัน หมอบอกว่าเป็นเพราะท่านั่งในการทำงานกับคอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมงทำให้ต้นคอต้องโน้มไปข้างหน้าเพื่อเพ่งมองหน้าตาจนกล้ามเนื้อเกร็งตัว นานเข้าก็เมื่อยล้าจนเจ็บปวด หมอสั่งยาคลายกล้ามเนื้อมาให้ทาน

ผมพยายามบรรเทาอาการปวดเรื้อรังนี้มาหลายวันแล้ว ไม่ว่าจะพยายามนวดเฟ้นด้วยตัวเองจนถึงหายาทาภายนอกแบบที่ช่วยรักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบ จะขาดไปก็แต่การประคบด้วยน้ำแข็ง หลังอาหารเช้านี้จึงตามด้วยยาคลายกล้ามเนื้อสักเม็ด ทั้งๆ ที่พยายามไม่ใช้ยาเคมีใดๆ หากไม่จำเป็น และสงสัยว่าคืนนี้อาจจะต้องพึ่งยาช่วยการไหลเวียนโลหิต ซึ่งช่วยคลายเครียดไปในตัว ทั้งนี้ก็เพื่อให้หลับไปดี

จริงแล้วคืนวันอาทิตย์ที่แล้วก็รีบเข้านอนแต่หัววัน และก็ตื่นมาในเช้าวันจันทร์ได้ดีเพื่อรีบแปลบทความให้เสร็จ วันนั้นทั้งวันจึงต้องนั่งอยู่แต่หน้าเครื่อง เพราะอาการที่ว่ามาข้างบนนั้นด้วยหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้ ทำให้งานแปลที่ออกมามีข้อผิดพลาดมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

แต่ที่วิกฤตกว่านั้นก็คือหนังสือวิชาสุดท้ายที่เหลืออยู่อีกเป็นพันหน้า ยังอ่านไม่จบ เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงยี่สิบวันก็จะสอบแล้ว ต้องรีบอ่านให้จบก่อนเพราะต้องเผื่อเวลาไว้ทบทวนวิชาที่อ่านจบไปก่อนนั้นอีกด้วย ต้องเยียวยาเรื่องคุณภาพของการนอนโดยเร่งด่วน เพราะวิชาที่เหลือนี้เป็นวิชาที่อยากเรียนมากที่สุดจนถึงกับตัดสินใจลงทะเบียนเรียน

เรื่องราวมันเกี่ยวเนื่องกันหมดด้วยประการฉะนี้แล…

คุณสมบัติของวรรณคดี

“วรรณคดี” มักมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

     ๑. มีเนื้อหาและรูปแบบเหมาะสมกัน เช่น ถ้าเนื้อเรื่องกล่าวถึงเทพเจ้า รูปแบบก็ควรเป็นรูปที่มีลักษณะเหมาะสมกัน เช่น แต่งเป็นรูปนิยายที่ใช้คำฉันท์และกาพย์ต่างๆ ซึ่งแต่งยาก แต่มีความโอ่อ่าไพเราะ

     ๒. มีการใช้ภาษาบรรจง พิถีพิถัน แม้จะใช้คำหยาบก็ใช้คำประณีต มีศิลปะ

     ๓. มีการแสดงความนึกคิดที่เฉียบแหลมของผู้แต่ง ไม่ใช่เรื่องที่แสดงถึงความคิดตื้นๆ ขาดประสบการณ์ในชีวิต ขาดความรู้ในเรื่องสามัญที่คนได้รับกาารศึกษาไม่ควรขาด

     ๔. แสดงถึงพัฒนาการทางอารมณ์ของผู้แต่งสูง กล่าวคือ ผู้แต่งเคยผ่านความรู้สึกหลายชนิด และหลายชั้น เช่น เคยผ่านความรัก และความผิดหวังมาก่อน ถ้าไม่มีประสบการณ์ของตนเอง ก็เคยผ่านอารมณ์ที่เกิดจากได้แลเห็นชีวิตและเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น และมีอารมณ์ตอบสนองพฤติการณ์ต่างๆ

     ๕. มีคุณค่าทางประวัติวรรณคดี คือ วรรณกรรมนั้นอาจมีความบกพร่องทางศิลปะการประพันธ์หลายประการ แต่มีความสำคัญแสดงให้เห็นว่าวรรณกรรมในวัฒนธรรมหนึ่งๆ นั้น ได้แปรเปลี่ยนคลี่คลายมาอย่างไร

     ๖. มีคุณค่าในทางประวัติวรรณกรรมของภาษาหนึ่งภาษาใดที่มีความสำคัญแก่วรรณคดีของโลก

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา ๑๒๓๐๖ พัฒนาการวรรณคดีไทย
หน่วยที่ ๑ ลักษณะของวรรณคดีไทย
ตอนที่ ๑.๑ ความหมายและองค์ประกอบของวรรณคดีไทย
เรื่องที่ ๑.๑.๑ ความหมายของวรรณคดีไทย
หน้า ๖
ISBN 974-313-313-6