วิชาสุดท้ายแล้วสอบวันนี้

เรื่องประหลาดใจได้เกิดขึ้นในการสอบไล่ประจำภาคเรียน 2/2549 ครั้งนี้ แม้ความกลัวเรื่องขนาดของเก้าอี้ไม่ได้หมดไป ความจริงที่ประสบหาได้เป็นปัญหาต่อการนั่งสอบครั้งนี้เลยไม่

เช้าวานนี้ เดินตรงไปยังที่นั่งหมายเลข 9 ของห้องสอบที่ 4 ในการสอบวิชา 12307 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย กลับรู้สึกปกติธรรมดาเมื่อนั่งลงเตรียมรับข้อสอบ ไม่มีอาการเก้าอี้หดน่าทรมานที่เป็นกังวลแต่อย่างไร วิเคราะห์โดยเร็วว่านี่เป็นเพราะคุ้นเคยกับโต๊ะเก้าอี้ที่นี่แล้ว ลดน้ำหนักตัวลงได้นิดหน่อย หรือเพราะทางโรงเรียนเปลี่ยนโต๊ะเก้าอี้ให้ใหญ่ขึ้น ถ้าให้เลือกก็คงเพราะเหตุผลที่สองนั่นแหละ เอาใจตัวเองหน่อย

ความกังวลก่อนการสอบยังมีอยู่ไม่น้อย แม้คราวนี้จะสามารถอ่านหนังสือจบก่อนการสอบถึง 3 สัปดาห์ แถมยังวางแผนการทบทวนบทเรียนได้ด้วย แต่ความรู้ทั้งหลายนั้นยังไม่ตกผลึกดีเท่าที่ควร จริงแล้วความกังวลแบบนี้ก็มีก่อนสอบเสมอ แต่หลังจากสอบวิชาแรกเสร็จ ความกังวลก็ลดลงเพราะทำข้อสอบได้ด้วยดี

วันแรกสอบวิชาเดียว รีบกลับมาเตรียมตัวสอบอีกสองวิชาวันรุ่งขึ้น

สองวิชาวันนี้ไม่ง่ายอย่างเมื่อวาน เช้าในวิชา 12406 ไทยกับการปรับประเทศให้ทันสมัย แนวข้อสอบดีมาก คือมีการถามให้วิเคราะห์อยู่ไม่น้อย แต่เพราะเมื่อคืนดันนอนไม่ค่อยพอ หลังสอบจึงรีบบึ่งกลับบ้านมานอนเสียชั่วโมงหนึ่ง ตุนแรงไว้ แล้วค่อยกลับไปสอบวิชา 12409 ประสบการณ์ไทยคดีศึกษา ต่อในภาคบ่าย

วิชาสุดท้ายแล้ว วิชานี้ถามให้วิเคราะห์มากที่สุดเท่าที่ผ่านมาทุกวิชา ประทับใจดี แต่ยังรู้สึกว่าหัวยังไม่ค่อยแล่นอย่างที่ต้องการ กาแฟเย็นหลังอาหารกลางวันไม่ช่วยเท่าไหร่ แถมยังทำให้รู้สึกมวนในท้องอยู่บ้างเล็กน้อย ทำข้อสอบไปได้เกือบครึ่ง ก็เกิดฝนตกอย่างหนัก ส่งท้ายกันหรืออย่างไร สอบมาตั้งหลายวิชาสภาพอากาศไม่เคยเป็นอย่างนี้ วิชาสุดท้ายเลยเลี้ยงส่งเสียเลย ขอบพระคุณ …อากาศขมุขมัวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ก่อนออกรถกลับบ้านก็ประนมมือขึ้นนมัสการรูปปั้นพระสงฆ์ประจำโรงเรียนที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้า อธิษฐานจิตบอกท่านว่านี่เป็นการสอบวิชาสุดท้ายแล้ว ขอกราบลา

อีกสองวันต้องเข้าอบรมเข้มวิชาประสบการณ์วิชาชีพไทยดีศึกษา นานถึง 5 วัน 4 คืน ที่ มสธ. หลังจากนั้นจะได้เดินหน้าประสบการณ์ชีวิตของตัวเองต่อไปตามที่วาดหวังไว้

ผลงานเข้าตากรรมการ

วันเสาร์และวันอาทิตย์วันนี้ไม่ได้เดินออกกำลังเพราะมีการสอบไล่ประจำภาค เป็นการสอบเทอมสุดท้ายแล้ว จำเป็นต้องพักไว้สองวัน ถือว่าเป็นการพักกล้ามเนื้อไปในตัวก็แล้วกัน

เช้าวานนี้ แต่งตัวเพื่อไปสอบ ได้ตั้งใจเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะเอากางเกงขายาวตัวที่เอวคับที่สุดในสามตัวที่มีอยู่มาใส่ไปสอบ ผลออกมาก็คือสวมไส่ได้สบายกว่าที่กลัวไว้ ผลการชั่งน้ำหนักเมื่อเช้านี้ช่วยยืนยันว่าจริง นั่นคือเช้านี้ชั่งได้อยู่ที่เก้าสิบสามกิโล โอ้ว…จริงหรือนี่ การออกกำลังกายด้วยการเดินเริ่มเห็นผลแล้ว

ต้นสัปดาห์ อากาศแย่เอามากๆ ไม่เคยเลยในชีวิตที่จะตื่นนอนออกมาดูอุณหภูมิร้อนถึงสามสิบเอ็ด สามสิบสององศา มาเย็นลงหน่อยก็เช้าวันพฤหัสเพราะเย็นวันพุธเริ่มจะมีฝนลงมาแล้ว จะหลังจากนั้นก็มีฝนช่วงเย็นอยู่เรื่อยๆ

อากาศที่ร้อนหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจที่ทำให้การเดินด้วยความเร็วเท่าเดิมที่เคยทำได้ยากเย็นขึ้น แต่ละแคลอรี่ที่เผาออกไปช่างเนิบช้าเสียจริง เทียบกับเช้าที่อากาศเย็นกว่าได้ชัด แต่ก็ยังเดินได้ไม่เร็วนัก สงสัยจะมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง ต้องศึกษาจากหนังสือที่ได้มาจากงาน อีกไม่นานได้เจอกัน

เห็นความก้าวหน้าแล้วนอกจากจะดีใจก็ยังมีความกังวลอยู่เหมือนกัน นั่นคือการรักษาน้ำหนักตัวไว้นั่นน่าจะไม่ง่ายนัก แต่ก็ยังสนุกนึกเอาเล่นๆ ว่าถ้าลดได้เดือนละสามกิโลต่อเนื่องไป คงลดให้เหลือแปดสิบกิโลได้จริงสักวัน

ก็นึกเล่นๆ ไปก่อน ไม่อยากเครียดมากนัก