เก็บเกี่ยวผลลัพธ์

เดินหน้าสะสมระยะทางเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ คาดว่าอีกเพียงไม่กี่วันก็จะทำสำเร็จอีกครั้ง

แต่สัปดาห์นี้ไม่มีงานนอกบ้าน มีแต่กิจของครอบครัวสามวันทำให้ต้องพักการวิ่งไว้ก่อน วันที่เหลือก็พยายามออกวิ่งอย่างสม่ำเสมอแม้จะเริ่มคุ้นเคยกับความสบายที่ไม่ต้องออกวิ่งบ้างเสียแล้ว

ทั้งสัปดาห์จึงออกวิ่งได้สี่วัน สะสมระยะทางไปได้ไม่มากไม่น้อยเท่านี้

และพอดีกับวานนี้วิ่งปิดสัปดาห์ก็เป็นวันที่สามารถสะสมระยะทางได้ครบหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรเรียบร้อยแล้ว สำเร็จก่อนวันสิ้นสุดช่วงเวลาห้าสัปดาห์ถึงหนึ่งสัปดาห์เลยทีเดียว ดีที่ช่วงแรกๆ รีบสะสมไว้ก่อน ช่วงท้ายแม้มีกิจใดแทรกก็ไม่มีผลกระทบเท่าไหร่

หลังจากเสร็จโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีก็กดน้ำหนักลงไปได้หนึ่งกิโล จากนั้นก็ค่อยๆ ปรับการกินเข้าสู่ปกติแต่ก็ยังระมัดระวังอาหารต่างๆ อยู่บ้าง อาการเจ็บที่ใต้ราวนมขวายังไม่หมดไปเสียทีเดียว ยังต้องสังเกตและปรับพฤติกรรมของตัวเองอยู่ตลอดเวลา

แต่พอกินปกติ น้ำหนักตัวก็ขึ้นเป็นปกติเช่นกัน เช้านี้ลืมชั่งน้ำหนักก่อนออกวิ่ง วิ่งเสร็จแล้วมาชั่งได้ผลอยู่ที่แปดสิบห้ากิโล สงสัยว่าก่อนวิ่งจะมากกว่านี้กี่ขีด

ตลอดสัปดาห์พยายามจัดสลัดคู่เข้าไปกับข้าวจานหลักพร้อมความหวังว่าจะกินอะไรได้น้อยลง แต่เมื่อคืนที่กลับจากงานฟรีแม็คมีตติ้ง พอมื้อเย็นไม่ได้กินอะไรให้หนักนัก ก่อนนอนก็ใช้บริการขมิ้นชันแค็ปซูลเสียสี่เม็ด กลับช่วยให้คุณภาพการนอนดีกว่าเดิมเสียอีก แม้จะนอนน้อยกว่าที่เคย พิสูจน์ผลได้จากการวิ่งของเช้านี้

น่าสนใจว่าถ้าสามารถปรับมื้อเย็นให้เบาลงได้โดยไม่รู้สึกหิวโหยตอนค่ำจนถึงเวลานอน ก็น่าจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพไม่น้อย

จนหยดสุดท้าย

ออกวิ่งตามปกติเพื่อสะสมระยะทางก่อนที่จะต้องพักการวิ่งในช่วงกลางสัปดาห์ แน่นอนว่าสัปดาห์นี้จะต้องพักไปถึงสามวันตั้งแต่วันอังคารทีต้องออกไปทำงานนอกบ้านแล้วพักวันพุธหนึ่งวัน และวันนี้นี่เองที่จะสิ้นสุดโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งที่สิบสี่ หมายความว่าเช้าวันพฤหัสก็ต้องพักอีกหนึ่งวัน

หลังจากล้างพิษแล้วก็ยังไม่ต้องการกินยาเคมีประจำตัวต่อในทันที แต่อาการเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายกลับมาทันทีในค่ำวันพฤหัส ดีที่ในระหว่างล้างพิษไม่มีอาการแทรกอะไรหลังจากพยายามใช้ธรรมชาติหลากหลายรูปแบบประคองสถานการณ์ ตั้งแต่แช่เท้าน้ำเย็น ดื่มชาหญ้าหนวดแมว ดื่มน้ำขิง และในเมื่อยังไม่ต้องการกินยาเคมีทันที เช้าวันศุกร์จึงต้องหยุดวิ่งเสียอีกหนึ่งวันและแช่เท้าในน้ำเย็นเสียก่อนออกไปทำภารกิจนอกบ้าน ก็ช่วยได้ไม่น้อย

เช้าวันเสาร์ หลังจากที่เป็นห่วงว่าตัวเซนเซอร์ไนกี้พลัสที่รองเท้าจะหมดไฟหลังจากที่หยุดวิ่งอยู่หลายวัน จึงลองกระตุ้นดูกว่าว่าจะยังพอมีไฟเหลืออยู่ไหม พอเห็นว่ายังพอปลุกให้ตื่นได้บ้างจึงตัดสินใจออกวิ่ง

เตรียมร่างกายพร้อมแล้ว สวมรองเท้าวิ่งแล้วก็ต้องออกเดินอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเริ่มออกวิ่งได้ตามโปรแกรม แต่เมื่อวิ่งไปได้ไม่ถึงร้อยเมตรดีก็ปรากฏว่าแบตเตอรี่ในเซนเซอร์นั้นหมดลงอย่างสมบูรณ์ โปรแกรมการวิ่งก็จะหยุดตัวลงตาม แม้จะลองฝืนไปสักพักก็จะหยุดอีก แต่ร่างกายนั้นพร้อมที่จะวิ่งต่อไปจึงเปิดเพลงฟังไปวิ่งไปเปล่าๆ โดยไม่สนว่าจะเสียสถิติไปหนึ่งวัน

สัปดาห์นี้จึงสะสมไปได้เพียงเท่านี้

สายๆ จึงออกไปหาซื้อชุดเซนเซอร์ที่ห้างใกล้บ้าน ได้แล้วก็กลับมาเตรียมไอพ็อดนาโนให้เรียบร้อยเหมือนใหม่สำหรับการเริ่มต้นครั้งใหม่

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งก็ได้เห็นตัวเลขแปดสิบสี่กิโลอีกครั้ง โปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งนี้ช่วยได้ เสร็จจากนี้ก็สำนึกแล้วว่าการปล่อยให้นิสัยการกินแย่ๆ เข้าครอบงำนอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวขึ้นไปแบบลดไม่ลงแล้ว สุขภาพต่างๆ ก็จะแย่ลงไปด้วย เห็นได้จากนิ่วในถุงน้ำดีมากมายที่ขับถ่ายออกมาอีกครั้งในเช้าวันพฤหัส

บอกกับตัวเองว่าจะต้องมีความพอใจในอาหารการกินที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่าหลงไปกับรสชาดเอร็ดอร่อยอย่างที่เคยอีก โดยเฉพาะขนมหวาน ขนมอบและเบเกอรี่ ไปจนถึงอาหารทอด ชุบแป้งทอดต่างต่างนานา

แม้จะขับเอานิ่วออกมาได้อีกมากมาย อาการที่ใต้ราวนมขวาก็ยังเหมือนจะไม่หายไปสนิท นี่เป็นสัญญาณเตือนให้ต้องใส่ใจในอาหารการกินให้มาก

สลัดคู่กับอาหารจานมื้อเช้าและกลางวันจึงกลับมาอีก หลังจากหมดน้ำสลัดซีซาร์นี้แล้วจะลองหาสูตรน้ำสลัดดีๆ ไว้ทำเอง เพราะที่ซื้อเขาส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันถั่วเหลือ ถ้าทำเองจะเปลี่ยนเป็นน้ำมันงา น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นแทน

แผนการล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งสุดท้ายได้กำหนดไว้แล้วในเดือนหน้า ปีต่อไปคงจะลดเหลืออย่างมากก็ปีละสองครั้งพอ นั่นยิ่งทำให้ต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตตามแนวทางสุขภาพ อย่างน้อยก็จะได้ไม่ทำให้นิ่วในถุงน้ำดีกลับมาอีกมากมายเหมือนเคย

ต่อเนื่องต่อไป

อากาศหน้านี้เหมาะกับการออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง เริ่มสัปดาห์จึงลองฝืนวิ่งต่อไปอีกนิด ได้ผลเป็นตัวเองระยะทางถึงเก้ากิโลอีกครั้ง

สัปดาห์นี้ไม่มีภารกิจนอกบ้าน น่าจะได้วิ่งทุกวันอีกครั้ง แต่มาเสียท่าตรงคืนวันจันทร์ที่เกิดนอนไม่หลับ เช้ารุ่งขึ้นเลยไม่อยากตื่น ส่วนวันที่เหลือก็พยายามออกวิ่งอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีความรู้สึกล้าแวะมาทักอยู่เหมือนกัน อย่างเช่นเช้าวานนี้

รู้สึกว่ายังไม่ตื่นนอนดีนัก ทั้งที่ได้ตื่นแต่มืดและออกไปปฏิบัติกิจของครอบครัวประจำสัปดาห์เรียบร้อยแล้ว ผลที่ตามมาก็คือความเร็วตกลงอย่างเห็นได้ชัด จึงตัดสินใจจบการวิ่งพอดีที่แปดกิโล

สถิติสะสมทำได้ไปเท่านี้

วิ่งเสร็จก็ได้เห็นตัวเลขสถิติสนุกๆ อีกตัวคือ สามารถวิ่งได้ครบแปดร้อยแปดสิบแปดครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

เช้านี้ไม่ลืมชั่งน้ำหนัก ตัวเลขยังเหมือนเดิมที่แปดสิบห้ากิโลครึ่ง ไม่ยอมลงเลย

คงเป็นเพราะมื้อดึกหนักในคืนที่นอนไม่หลับ ตามด้วยบุฟเฟต์สลัดในวันรุ่งขึ้นหรือเปล่าไม่รู้ แต่มื้ออื่นๆ ของสัปดาห์ก็เสริมสลัดคู่ไปด้วยเหมือนกัน ทำให้กินอะไรน้อยลงกว่าเดิม ไม่รู้จะวิเคราะห์อย่างไรกันแล้ว

สิ่งน่าสังเกตที่พบก็คือช่วงสัปดาห์นี้ที่กินสลัดคู่ไปด้วยแทบทุกมื้อ อาการเจ็บที่ใต้ราวนมขวาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ต้องไม่ตัดปัจจัยอีกเรื่องคือน้ำมันมะพร้าวคู่กับกระเทียมโทนดองที่จะช่วยเสริมการทำงานของตับอย่างดี

วันศุกร์เป็นวันเริ่มต้นโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งที่สิบสี่ คาดหวังว่าจะช่วยแก้ไขนิสัยการกินแย่ๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไปได้บ้าง ส่วนผลเรื่องน้ำหนักตัวยังไม่กล้าคาดหวัง แต่ที่แน่ๆ คือเดือนหน้าจะเป็นโปรแกรมครั้งสุดท้าย และอาจจะใช้บริการอีกราวๆ ปีละครั้ง

จากนี้ไปคงต้องวางแผนการกินอยู่เพื่อเป้าหมายสุขภาพตับที่ดีขึ้น เพิ่งอ่านหนังสือฝรั่งจบไปอีกเล่มเรื่องสูตรอาหารล้างพิษตับ แต่หลายอย่างค่อนข้างเป็นฝรั่งมากไป คงประยุกต์ได้ไม่สะดวกนัก แต่ที่แน่ๆ ได้ความรู้เรื่องการทำงานของตับเพิ่มอีกไม่น้อย แถมคำแนะนำมากมายเพื่อรักษาสุขภาพตับให้ดีต่อไป

ระบบเลือด ไขมันในเลือด ระบบทางเดินอาหาร ตับ ถุงน้ำดี ลำไส้ และระบบขับถ่าย ไต ต่างก็ทำงานสัมพันธ์กัน หากต้องการรักษาสุขภาพต้องมองระบบทั้งหมดไปพร้อมกัน หากมองแยกส่วน จะไม่มีวันถึงเป้าหมายของสุขภาพดีได้

แต่อุปสรรคในปัจจุบันคือความอยากอาหารที่ดูเหมือนจะกลับมารบกวนอยู่เนืองๆ

จะรอดหรือเปล่า

หมดเดือนสิบขึ้นเดือนสิบเอ็ด ปีนี้ทำท่าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว แถมอะไรอะไรก็ทำท่าจะแย่ลงไปอีก

สัปดาห์นี้มีภารกิจนอกบ้านอีกครั้งในวันอังคาร เริ่มต้นจึงพยายามสะสมการวิ่งเอาไว้ก่อนเพราะมั่นใจว่าจะต้องเว้นวิ่งในวันพักคือวันพุธอีกหนึ่งวันแน่นอน ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงได้แบกรับมันได้ยากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

เช้าวันพฤหัสจึงยังไม่กล้าออกวิ่งเต็มระยะทาง เกรงว่าขาจะไปไม่รอด จึงปรับลดแผนการวิ่งลง เสร็จแล้วก็มีคำเตือนว่าเจ้าเซนเซอร์ในรองเท้าใกล้ถึงเวลาหมดไฟ นี่มันอะไรกัน ยังใช้งานไม่ถึงสองร้อยชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ

มาได้วิ่งอีกทีก็เช้าวันเสาร์ด้วยแผนการวิ่งปกติ ทั้งหมดจึงสะสมระยะทางไปได้ตามอัตภาพ แถมต้องคอยกังวลด้วยว่าแบตเตอรี่จะหมดเมื่อไรก็ไม่รู้

ดูเหมือนว่าจะใช้ความพยายามขนาดไหนก็ยังไม่สามารถทำให้ตัวเองอยู่กับความรับผิดชอบที่มีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเสียที การกินบำบัดก็แทรกตัวเข้ามาในตอนดึกอีก และผลร้ายก็ตามมาในที่สุด

วานนี้อาการเจ็บที่ข้อนิ้วหัวแม่เท้าขวาปรากฏขึ้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ทันทีว่าเป็นเพราะสุขภาพและพฤติกรรมผิดๆ ที่ผ่านมาระหว่างสัปดาห์ จำเป็นต้องพึ่งยาเคมีเข้าระงับอาการโดยหวังว่าจะขายสนิทก่อนที่จะเข้าโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีอีกครั้งในวันศุกร์หน้า

เช้านี้ลืมชั่งน้ำหนักตัว มานึกขึ้นได้ก็ออกวิ่งไปนานแล้วอีกตามเคย น้ำหนักตัวหลังจากวิ่งเช้านี้อยู่ที่ปริ่มแปดสิบห้ากิโลในทางเกิน แปลว่าของจริงต้องมากกว่านี้เป็นแน่

มีความคิดหลายอย่างแล่นไปมาอยู่ในหัว ยังไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหน จะทิ้งทางไหน ขณะที่ยังเลือกไม่ได้นี้ ความเครียดก็ยิ่งสะสมขึ้นเรื่อยๆ อีก วงจรอุบาทย์เดิมๆ ก็อาจจะกลับมาอีก หรือจะไปไหนไม่รอดกันก็คราวนี้