ไปวิ่งได้แล้ว นี่เป็นคำสั่ง

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าเสร็จจากตะเวนไหว้พระตามวัดในอยุธยาก็มีอาการเมื่อยข้อเท้าทั้งสองข้างทันทีที่กลับถึงบ้าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะไม่ได้ออกวิ่งแน่นอนไปจนกว่าอาการจะสามารถไว้วางใจได้ นี่ยังไม่นับรวมเอาปัจจัยอื่นๆ เข้าไปประกอบด้วย

และปัจจัยอย่างฝนที่ตกในตอนเช้าและภารกิจของครอบครัวก็เข้ามาอย่างไม่ลังเล ทำเอารู้สึกติดใจกับการไม่ออกวิ่งจนแทบจะกลายเป็นความรู้สึกขี้เกียจออกวิ่งไปแล้ว หากปล่อยเอาไว้นานกว่านี้อาจจะต้องถึงกับแขวนรองเท้าวิ่งก็เป็นได้

ประโยคสุดท้ายนั่นเป็นอารมรณ์สนุกสนานตามเป้าหมายการวิ่งสี่สิบห้านาทีที่จะได้ระยะทางวิ่งห้าจุดห้าห้ากิโลเมตร ระยะสนุกสนานที่พอจะทำได้ช่วงนี้ และก่อนจะหมดสัปดาห์ไปอีกก็สามารถออกคำสั่งให้ตัวเองออกวิ่งได้อีกครั้ง …ครั้งเดียวของสัปดาห์

ส่วนอาหารการกินก็ยังสนุกปากเหมือนเคย จนต้องกำหนดโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งที่สิบเจ็ดขึ้นอย่างรีบด่วนในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากควบคุมได้สองวัน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้ก็มาอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลได้อีกครั้ง

ความหวังที่จะได้ดัดนิสัยการกิน เรียกคืนสุขภาพปกติกลับมาด้วยโปรแกรมล้างพิษครั้งนี้มีอยู่สูงมากทีเดียว ส่วนโปรแกรมการวิ่งที่ขาดๆ หายๆ ไปนั้นก็ต้องสั่งตัวเองให้ออกวิ่งอย่างสม่ำเสมอให้เป็นปกติโดยเร็วเช่นกัน หากไม่มีภารกิจหรือปัจจัยอื่นใดเข้ามาแทรกอีก

หด

หลังจากเขียนบันทึกสรุปสัปดาห์ที่แล้วเสร็จก็เดินทางลงใต้ตามภารกิจครั้งสำคัญของครอบครัว เป็นการเดินทางที่น่าประทับใจเพราะไม่ได้ออกจากบ้านอย่างนี้มานานมากแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ส่งผลตามมาก็คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปด้วย

เพราะการใช้ชีวิตนอกบ้านทำให้หลายๆ อย่างขาดไปเมื่อเทียบกับชีวิตที่อยู่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังค่อนข้างมากก็คือต้องไม่ให้เกิดเจ็บข้อขาเข่าเท้าขึ้นมาอย่างเด็ดขาด เรื่องนี้เป็นความสำคัญระดับสูงสุด การกินยาก็ไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมดนี่ก็เป็นบทเรียนครั้งสำคัญเช่นกันว่าร่างกายยังไม่อยู่ในสภาพที่สามารถปล่อยมือให้เมื่อในอดีต

เดินทางกลับถึงกรุงเทพแล้วก็ยังต้องระวังอาการอยู่ดี และอาการเมื่อยที่ข้อเท้าทั้งสองข้างก็แสดงตัวกันชัดๆ ไม่มีปิดบัง นอกจากนี้ยังมีสภาพฝนที่ตกตอนเช้าตรู่และภารกิจอื่นๆ ของครอบครัวในตอนเช้าจนไม่ได้ออกวิ่งอีกหลายวันกระทั่งหมดสัปดาห์เมื่อวาน ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่จึงเก็บระยะทางไปได้อีกหนึ่งวัน

เช้าวิ่งเสร็จก็ออกไปตะเวนไหว้พระที่วัดในจังหวัดอยุธยา มีวัดที่ไม่เคยไปเลยจึงเดินถ่ายรูปแบบลืมเหนื่อยกันทีเดียว กลับถึงบ้านอาการเมื่อยข้อเท้าก็ปรากฏดังๆ อีกครั้ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง ไม่น่าแปลกใจเพราะพฤติกรรมเปลี่ยนไปตลอดสัปดาห์ และด้วยอาการเสียดที่ใต้ราวนมข้างขวาที่แวะกลับมาทักทายอยู่หลายวันจึงตัดสินใจกำหนดวันล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งใหม่ให้เริ่มต้นอีกในสุดสัปดาห์หน้าเพื่อให้เสร็จในวันแรมสิบห้าค่ำที่กำลังจะมาถึง

และยังมีอาการเสียวที่ฝ่าเท้าขวาแวะมากวนอีกอาการ เข้าใจว่าน่าเป็นเพราะพร่องวิตามินบีไปหน่อยก็เป็นได้ ทั้งที่ไม่ค่อยอยากกินข้าวมากนักก็ยังต้องกินข้าวกล้องให้พอกระมังอาการถึงจะดีขึ้น

ตั้งใจว่าจะพาสลัดผักกลับมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ดูกันต่อว่าจะทำได้อย่างไรกันบ้าง

สม่ำเสมอต่อไป

สัปดาห์นี้เขียนสรุปเร็วขึ้นหนึ่งวันเพราะเมื่อเสร็จจากนี้แล้วก็ได้เวลาเดินทางไปสุราษฏร์ธานีเพื่อภารกิจของครอบครัวครั้งสำคัญ

เปิดสัปดาห์มาพร้อมกับความล้าสะสมจนขอกลับไปที่นอนต่ออีกราวสามชั่วโมง แต่ก็ได้ความตั้งใจตามมาว่าวันที่เหลือของสัปดาห์จะต้องออกวิ่งเหยาะๆ ให้ได้ทุกวัน โดยแผนการวิ่งยังคงอยู่ที่ห้าจุดห้าห้ากิโล เป็นระยะสนุกสนานที่สามารถทำได้โดยไม่เหนื่อยจนเกินไปและไม่ใช้เวลามากเกินไป โดยเลือกแผนการวิ่งสี่สิบห้านาทีในไอพ็อดเท่านั้นเอง

และสัปดาห์นี้ก็สามารถสะสมได้สำเร็จดังตั้งใจอีกครั้งตามนี้

การทดลองครั้งใหม่ตลอดสัปดาห์นี้คือการงดกินขนมปังโฮลวีตรองท้องก่อนออกวิ่งเพื่อสังเกตความเป็นไปได้ บางวันก็เริ่มต้นด้วยความรู้สึกหิวจึงต้องใช้ความอดทนค่อนข้างมากว่าจะผ่านไปได้ หลังจากออกวิ่งไปแล้วสมองก็ใช้ไปในการคิดเรื่องงานและเรื่องต่างๆ จนลืมเรื่องหิวไปได้ และหลังจากว่ิงเสร็จก็ไม่มีความรู้สึกลำบากอะไรในการวิ่งท้องว่างแบบนี้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบหกกิโลครึ่งหวังว่าจะไม่แกว่งแรงไปกว่านี้ อาหารการกินตลอดสัปดาห์ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ความพยายามจะควบคุมมื้อดึกค่อนข้างไปได้ดีกับการเพิ่มสิ่งที่กินในมื้อเย็นและการปรับเวลากินให้ช้าลงอีกนิด ผลก็คือยังมีอาการแกว่งขึ้นให้เห็นได้อยู่

สัปดาห์ใหม่จะไม่ได้ออกวิ่งเสียสองวันเพราะไม่ได้อยู่บ้านและไม่ได้พาอุปกรณ์ออกกำลังกายไปด้วย จึงยังสองจิตสองใจอยู่ว่าจะเลือกเพิ่มระยะทางสำหรับวันวิ่งที่น้อยลงในสัปดาห์หน้าดีหรือไม่ เพราะแม้จะวิ่งแค่วันละห้ากิโลแต่พอออกวิ่งทุกวันก็มีเสียงเตือนจากหัวเข่าให้ได้ยินเหมือนกัน

สงสัยต้องค่อยๆ คิดวางแผนกันไปคงไม่เป็นไร..

แล้วก็ออกวิ่งเหยาะๆ

แผนการหัดเดินวันละสามสิบนาทีเป็นไปอย่างดี มาขาดเอาสองวันกลางสัปดาห์เนื่องจากมีอาการขัดๆ ที่ข้อเท้าข้อเข่าและมีกิจของครอบครัวที่ต้องดูแลในตอนเช้า ถือว่าได้พักก็แล้วกัน

การเริ่มต้นอีกครั้งในวันพฤหัสจึงตัดสินใจออกวิ่งเหยาะๆ เลยเพื่อเสริมสร้างร่างกายขั้นต่อไป สามารถยกระดับระยะทางจากสามกิโลกว่าๆ เป็นสี่กิโลได้ตามต้องการ ข้างหน้าคือระยะห้ากิโลแน่นอน

ทั้งสัปดาห์สามารถทำความก้าวหน้าให้ปรากฏแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ตามนี้

อาหารการกินไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก เช้ากลางวันเป็นจานปกติ ส่วนเย็นพยายามให้เป็นสลัด แต่ก็มีบางวันที่อยากเปลี่ยนบ้างก็จะเหลือซีเรียลบ้างหรือขนมปังทาเนยเม็ดทานตะวันบด

ผลจากการกลับมาออกกำลังกายได้ขนาดนี้ทำให้น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าลงมาพักอยู่ที่แปดสิบหกกิโลให้เห็นอีกครั้ง นี่แค่ไม่มากมายอะไรยังเห็นการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ ไม่แน่ใจว่าเพราะได้ไปยืนเข้าแถวรอซื้อไอแผ่นสองยาวนานกว่าสามชั่วโมงจะช่วยเผาพลังงานไปกี่มากน้อย

แผนการวิ่งเหยาะๆ ของสัปดาห์ใหม่คงจะเพิ่มจากสามสิบนาทีเป็นสี่สิบห้านาทีได้เพื่อให้ถึงระยะทางห้ากิโล และที่สำคัญคือสามารปรับลงตัวเลขน้ำหนักในไอพ็อดลงมาอยู่ที่แปดสิบหกกิโลได้อีกด้วย

ถึงกับต้องหัดเดิน

ยังคงเจ็บจนออกกำลังไม่ได้อยู่ต่อไปในสัปดาห์นี้ ขนาดว่าอาการน้อยลงจนเกือบหายแล้วก็ยังออกวิ่งไม่ได้อยู่ดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบร่างกายก่อนเพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง

พอจะเดินลงน้ำหนักที่ข้อเท้าซ้ายตรงๆ ได้แล้วก็ใช้กิจกรรมต่างๆ เป็นการหัดเดินไปในตัวไม่ว่าจะเป็นการจ่ายตลาด จ่ายของเข้าบ้านหรือจะไปซื้อหนังสือ ล้วนได้เดินในพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ได้ทดลองว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมาอย่างง่ายที่สุด

จนมีความรู้สึกไม่อยากให้เดือนเมษายนสิ้นสุดไปอย่างเงียบๆ ตัดสินใจว่าต้องสวมรองเท้าวิ่งให้ได้อีกครั้งเพราะคิดถึงมาก แผนการใหม่จึงเป็นการหัดเดินอย่างจริงจังและเริ่มต้นทันทีเพื่อปิดสัปดาห์นี้

ด้วยแผนการเดินเร็วครึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะเพิ่มเวลาหรือความเร็วดี แต่คงต้องใช้แผนนี้ไปสักระยะหนึ่งก่อน

ปิดเดือนนี้อย่างน่าประทับใจในช่วงแรกและได้เรียนรู้อะไรมากมายในช่วงหลัง

เมื่อไม่ได้วิ่งแล้วก็ยังคงคาดหวังอยู่ต่อไปว่าน้ำหนักอาจจะพุ่งอย่างต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตามช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ได้โอกาสทดลองการกินในแต่ละมื้อรวมถึงมื้อดึกอีกด้วย น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบแปดกิโล เป็นระดับเดิมที่เคยเห็นอยู่นาน จึงริตั้งเป้าหมายในใจว่าสิ้นปีนี้ต้องลดให้เหลือแปดสิบสองกิโลให้จงได้

และเช้านี้ก็ตัดสินใจปรับตัวเลขน้ำหนักตัวในไอพ็อดขึ้นตามจริงหลังจากที่ใช้ระดับแปดสิบสองกิโลมากว่าสองปีไม่ว่าน้ำหนักจะขึ้นลงอยู่ที่เท่าไหร่ก็ตาม

อาการแปลกๆ เกิดขึ้นกับตัวไอพ็อดและการส่งข้อมูลขึ้นเว็บไซต์ไนกี้พลัส วานนี้จึงจัดการคืนสภาพโรงงานให้กับไอพ็อดนาโนที่ใช้มาสี่ปีตัวนี้ ขณะที่ปกติจะทำตอนหมดปีหรือเปลี่ยนเซนเซอร์ที่รองเท้าใหม่ แต่การทำงานของเว็บไซต์ก็ยังแปลกๆ อยู่เหมือนเดิม ส่วนการใช้งานไอพ็อดก็ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว ผิดพลาดอย่างเดียวที่ลืมเก็บข้อมูลดิบในตัวเครื่องออกมาเสียก่อน ทำให้ต้องไปค้นหาตัวช่วยและก็ได้เจอเว็บไซต์สโลว์กีคจุดคอม

อย่างที่เล่าไปแล้วว่าช่วงนี้คงต้องใช้แผนการเดินต่อไปสักพัก การปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมคงต้องมีแน่นอนทั้งเรื่องการออกกำลังกายและเรื่องอาหารการกิน