Starbucks ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ชาเขียวสตาร์บัคส์และถั่วแดง

Starbucks

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ชาเขียวสตาร์บัคส์และถั่วแดง
Starbucks Green Tea With Red Bean Mooncake

ส่วนประกอบที่สำคัญ : Ingredients
เมล็ดบัว (Lotus Seed) 30%
ถั่วแดง (Red Bean) 17%
ชาเขียว (Green Tea) 15%
น้ำมันพืช (Vegetable Oil) 14%
น้ำตาลทราย (Sugar) 12%
แป้งสาลี (Wheat Flour) 9%
ไข่ไก่ (Egg) 1%
เนยสด (Butter) 0.3%
แต่งกลิ่นธรรมชาติ Natural Flovour

อย 11-2-09747-2-0200

ผลิต 210711 194212
หมดอายุ 021111 A 224

PF-MOONCAKE GT W RB
A224
115.00 Baht

ซื้อจาก Starbucks สาขาถนนข้าวสาร

Starbucks ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โหงวยิ้ง

Starbucks

ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โหงวยิ้ง
Fruits & Nuts Mooncake

ส่วนประกอบที่สำคัญ : Ingredients
น้ำตาลทราย (Sugar) 21%
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Nut) 15%
หมูหวาน (Sweet Pork) 13%
แป้งสาลี (Wheat Flour) 12%
ฟักเชื่อม (Squash) 9%
เมล็ดแตงโม (Water Melon Seed) 7%
เมล็ดงาขาว (White Sesame Seed) 7%
เม็ดเฮ่งยิ้ง (Sweet Apricot Kernel) 6%
ถั่วแมคคาเดเมีย (Maccadamia Nut) 4%
น้ำมันพืช (Vegetable Oil) 3%

อย 10-1-27033-1-0449

ผลิต 230711 173503
หมดอายุ 041111 A 225

PF-MOONCAKE FRUIT&NUT
A225
110.00 Baht

ซื้อจาก Starbucks สาขาถนนข้าวสาร

เป็นไปตามความอยาก

สามารถออกตัวได้ตามปกติอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ต่อเนื่องในแผนการวิ่งเดิมที่หกร้อยแคลอรี่จากสัปดาห์ที่แล้ว และจะพยายารักษาเอาไว้ให้นานๆ

มีวันอังคารที่เริ่มออกวิ่งสายไปหน่อยและวันพฤหัสที่มีภารกิจแต่เช้าจึงต้องเลือกลดแผนการวิ่งลงเหลือเพียงสามสิบนาที ถึงอย่างไรก็ยังดีที่ได้ออกวิ่ง

ส่วนเช้าวันศุกร์มีฝนตกลงมาตั้งแต่ยังไม่สว่าง พอฟ้าเริ่มแจ้งก็หยุดไปแต่ที่ทางเฉอะแฉะหมดเสียแล้ว ถือโอกาสพักเสียหนึ่งวันแล้วกัน ทำเอาเช้ารุ่งขึ้นอยากพักต่ออีกแต่ก็สลัดความง่วงออกวิ่งได้ตามแผนเดิม

ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมระยะทางไปได้เท่านี้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลได้อีกครั้ง ระหว่างสัปดาห์มีการทดลองบางอย่างเกิดขึ้น คือปล่อยให้การกินเป็นไปตามความอยากและมีมื้อค่ำเพิ่มเข้ามาในหลายคืน แน่นอนว่ากินเสร็จแล้วก็ยังมีความรู้สึกผิดตามมา รู้สึกว่าทำอย่างนี้น้ำหนักจะลงได้อย่างไร นั่นก็เป็นสภาพจิตใจที่ยากจะควบคุมจริงๆ

อย่างไรเสียก็จะพยายามควบคุมตัวเองให้มากขึ้นจากนี้ไป จะไม่ปล่อยให้กินอะไรตามความอยากเกินไปจนเกิดความรู้สึกผิดตามมาอีก

และจะพยายามออกกำลังให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะต้องพึ่งยาเคมีก็ตาม

Time Traveller (2010)

แม้ความจำจะถูกลบไปแล้ว แต่ความรู้สึกไม่อาจถูกลบไปด้วย

ภาพยนตร์ฉบับล่าสุดที่สร้างจากหนังสือ 時をかける少女 Toki o Kakeru Shōjo หรือ The Girl Who Leapt Through Time ผลงานประพันธ์ของ Yasutaka Tsutsui

ใครที่เคยประทับใจกับภาคอนิเมะมาแล้วก็ไม่ต้องแปลกใจกับเนื้อเรื่องที่แตกต่างกับแต่พล็อตเรื่องยังเหมือนเดิม ที่สำคัญ Riisa Naka เด็กหญิงผู้กระโดดข้ามเวลาที่ปรากฏอยู่บนใบปิดหนังเรื่องนี้เป็นคนให้เสียงเด็กหญิงผู้กระโดดข้ามเวลาในภาคอนิเมะนั่นเอง

ต้องขอบคุณพี่ลุงป๊อบ ที่กรุณาส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊คว่า ‘หลังจากดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่ชอบ แต่รักเลย’ ทำให้รอไม่ได้ ต้องหามานั่งดูเช่นกัน

ด้วยคุณภาพความคมชัดสูงระดับ 720p ทำให้สัมผัสถึงคุณภาพการแสดงของทุกคนในเรื่องได้เต็มที่โดยเฉพาะการแสดงออกทางสายตาและใบหน้า ต้องยอมรับว่าหนังญี่ปุ่นอาจจะไม่ถึงกับเป็นที่นิยมในบ้านเรานัก แต่คุณภาพของหนังในทุกส่วนนั้นถึงระดับอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอาหน้าตานักแสดงมาล่อส่วนคุณภาพการแสดงจนถึงบทภาพยนตร์และพล็อตเรื่องดูแล้วเสียดายเวลาเสียอย่างนั้น

การเดินทางย้อนกลับไปในอดีตมีความสำคัญมากพอๆ กับการเดินทางร่วมกับผู้คนในยุคที่ข้ามไปนั้น ได้เห็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนจนยากที่จะละวางแล้วถอนตัวเองกลับสู่ความเป็นปกติได้

ไม่เพียงประทับใจในความน่ารักของ ‘อาการิ’ แต่ยังประทับในการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นที่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต ไม่ได้ติดยึดอยู่กับความสุขแบบไม่มีที่สิ้นสุดในประเทศด้อยพัฒนาบางประเทศ วัยรุ่นในปัจจุบันและวัยรุ่นในยุค 70 ของญี่ปุ่นต่างก็มีเป้าหมายในชีวิตของตัวเองทั้งนั้น ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการมองอนาคตของประเทศ

เห็นด้วยกับพี่ลุงป็อบว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วรักเลย มันเข้าถึงความรู้สึกได้ลึกซึ้งจริงๆ

ประเด็นเดียวที่ผู้กำกับทิ้งไว้ให้งุนงงสงสัยว่า ‘เรียวตะ’ เข้าไปทำอะไรอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ในวันที่ได้พบกับ ‘อาการิ’

ข้อมูลเพิ่มเติม

ทำใจยอมรับ

ส่งท้ายเดือนเจ็ดต้องรับเดือนแปดด้วยสภาพอากาศและภารกิจของครอบครัว มาได้ออกตัวอย่างเป็นทางการสำหรับเดือนใหม่ก็วันพฤหัสเข้าแล้ว

เป็นธรรมตาหลังจากทีพักวิ่งเสียหลายวัน กลับมาอีกครั้งจึงต้องเริ่มจากระยะสั้นเพื่อสังเกตอาการ จากนั้นค่อยเพิ่มอีกขั้นเพื่อดูความเป็นไปได้

สัปดาห์นี้สะสมไปได้สั้นๆ เท่านี้

เมื่อวานหลานๆ มากันที่บ้าน อาหารการกินจึงเพิ่มขึ้นในวันของครอบครัว บวกกับที่ไม่ได้ออกวิ่งเสียหลายวัน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าจึงเด้งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีกครั้งหนึ่ง

พยายามจะลองเพิ่มการยกน้ำหนักในช่วงเย็น ก็รู้สึกว่าคงต้องหาข้อมูลเพิ่มอีกหน่อยเพื่อเสริมความมั่นใจไปด้วย

กำลังทำใจให้ยอมรับว่าร่างกายต้องพึ่งยาเคมีอยู่ในช่วงนี้ ยอมรับเพื่อให้ตั้งอยู่ได้ในความปกติสักระยะ เพื่อไม่ให้จิตใจตกสู่ด้านลบอีกครั้ง อย่างน้อยก็จะได้ออกวิ่งได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อร่างกายดีกว่านี้ค่อยคิดเรื่องลดยาเคมีอีกทีก็แล้วกัน