Park Chan-wook’s The Vengeance Trilogy

หากกำลังแค้นใครอยู่ ปลดปล่อยตัวเองด้วยหนังชุดนี้แล้วแก้นแค้นในจินตนาการแทน

ได้ยินชื่อเสียงของ “ปัค ชาน วุค” มานานแล้วโดยเฉพาะหนังไตรภาคชุด “ล้างแค้น” นี้ จัดหามาไว้ในครอบครองนานแล้วเช่นกันแต่เพิ่งได้ดูจบเมื่อวานนี้เอง ประทับใจทุกเรื่อง

มาดูกันทีละเรื่อง

Sympathy for Mr. Vengeance (2002)

เป็นเรื่องความแค้นของผู้ชายที่มีชีวิตในมุมของตัวเอง ชีวิตที่ต้องเกี่ยวพันกับผู้อื่นรอบข้างทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก เมื่อความปรารถนาดีในมุมหนึ่งมาพบกับการหลอกลวง ในอีกมุมหนึ่งมาพบกันอุบัติเหตุ สิ่งที่ตามมาคือการแก้แค้น เป็นการแก้แค้นตามแต่สติปัญญาจะเอื้ออำนวย

เรื่องนี้ ปัค ชาน วุค ทั้งกำกับและร่วมเขียนบท หนังถ่ายทำออกมาได้ ถึงจะเป็นหนังเก่า ก็ยังน่าดู ความยอกย้อนของตัวละครแต่ละตัวนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ดูแล้วชวนให้สงสารทุกคนในเรื่อง

การแสดงทำได้สมบทบาท สิ่งที่น่าสนใจคือรายละเอียดทางการแพทย์ของคนที่กำลังจะตายถูกบรรจุเอาไว้อย่างดีมาก น่านับถือ

มาดูกันว่าต้นเหตุความแค้นกับเหยื่อของความแค้นจะจบอย่างไร

Oldboy (2003)

ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องราวของคนที่ถูกขังอยู่ 15 ปีโดยเจ้าตัวไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ที่มาและไม่รู้ที่ไป แต่อะไรเกิดขึ้นในช่วง 15 ปีนั้น เขาได้รู้จากโทรทัศน์ในห้องที่ขังตัวเอง แถมยังฉลาดขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย ราวกับกำลังจะบอกว่ารายการโทรทัศน์ของเกาหลีนี่มีสาระประเทืองปัญญาอย่างยิ่ง

แต่เมื่อจู่ๆ ได้ออกมาจากห้องขังก็ต้องค้นหากันหน่อยว่าอะไรคือแรงจูงใจ ใครเป็นคนบงการ จนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ใครเป็นต้นเหตุ ใครเป็นเหยื่อ ดูแล้วอย่าเพิ่งตัดสินลงไป ยังมีความยอกย้อนรออยู่อีกมาก

ถึงหนังจะได้รางวัลจากแหล่งต่างๆ มากมาย แต่จุดอ่อนก็ยังคงเป็นเวลาที่จำกัดจนต้องเลือกการเล่าเรื่องด้วยตัวละครเองเพื่อเผยปมขัดแย้ง อย่างไรแล้วโดยรวมหนังก็ยังถึงอารมณ์ในทุกด้าน ทั้งพล็อต ทั้งการแสดง การถ่ายทำภาพ เสียงประกอบ ดนตรีประกอบ

ตัวแสดงนำทำได้เยี่ยมมากๆ เรียกได้ว่าถึงบทบาทในทุกช่วงเวลา เห็นได้ถึงความทุ่มเทของเขาเลยทีเดียว ไม่ต้องสงสัยถ้าจะมีรางวัลมากมากติดมือกลับบ้านไปเช่นกัน

ติดตามดูกันว่า 15 ปีที่ผ่านไป นานพอหรือไม่กับกันแก้แค้น

Sympathy for Lady Vengeance (2005)

ถ้าใครไม่เคยสนใจหนังของ ปัค ชาน วุค มาเลยก็คงอดไม่ได้ที่จะสนใจหนังเรื่องนี้เนื่องจากได้ ลี ยอง เอ ผู้โด่งดังจากบทบาท แดจังกึม อย่างถล่มทลายไปก่อนหน้าที่จะรับแสดงหนังเรื่องนี้ถึง 2 ปี

ตัวหนังยังคงใช้เงื่อนไขของเวลาเป็นแกนของเรื่องเหมือน Oldboy (2003) แต่ดูเหมือนฝีมือของผู้กำกับและร่วมเขียนบทคนนี้จะพุ่งทะยานเกินหยุดยั้งจริงๆ ทั้งวิธีการเล่าเรื่องด้วยภาพ ด้วยการแสดง ด้วยแสงและเงา รวมไปถึงความคิดความอ่านในความแค้นที่สุขุมยิ่งขึ้น โดยใช้การลักพาตัวเหมือนใน Sympathy for Mr. Vengeance (2002) แต่ขยายความให้กว้างขวางออกไปอีก ฟังดูคล้ายๆ Reusable Riff ของเพลงแนว Progressive Rock ใน Concept Album แทรกสอดด้วยอารมณ์ขัดขื่น

หนังดูแล้วเครียดกว่าสองเรื่องที่ผ่านมา ดูแล้วไม่ไว้ใจว่าบทจะพาเรื่องราวไปทางไหน ภาพของนางฟ้าและคนบาปสลับไปสลับมาเหมือนจะบอกว่าแบบนี้ก็พบเห็นได้จากคนในสังคมทั่วไปอยู่แล้ว

ที่ไม่ต้องสงสัยเลยคือฝีมือการแสดงของ ลี ยอง เอ บทจะบิดไปทางไหนก็แสดงตามไปได้ทุกอารมณ์ สมแล้วกับที่เป็นนักแสดงคุณภาพสูง มีรางวัลมากมายเป็นประกัน

ความแค้น แผนการ ความอดทน การเอาคืน น้ำใจ นางฟ้า ฆาตกร ปมในจิตใจ หนังเล่นกับเรื่องเหล่านี้และกระแทกอารมณ์คนดูอย่างจัง ผลที่ได้คือโกยเงินสูงสุดจากทั้งสามเรื่อง

นักแสดงนำในทุกเรื่องสามารถถ่ายทอดอารมณ์ตามบทได้อย่างมืออาชีพขนานแท้ คนเขียนบทยังแทรกประโยคเด็ดๆ เอาไว้ด้วยเช่น “การลักพาตัวมี 2 แบบ แบบดีและแบบไม่ดี…”, “ยิ้มเข้าไว้ แล้วโลกจะยิ้มกับคุณ, ถ้าจะโศกเศร้า ก็เป็นไปคนเดียวเถอะ” หรือ “ความกลัวเกิดจากจินตนาการไปเอง” เป็นต้น ที่ขาดไม่ได้คือเสน่ห์ของหนังเอเซียที่เข้าถึงปมในจิตใจในจิตสำนึกได้มากกว่าหนังจากฝั่งตะวันตก

ดูหนังทั้งสามเรื่องแล้วเหมือนได้ปล่อยให้หนังระบายอารมณ์ด้านมืดออกไปโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรที่ผิดศีลธรรมที่ต้องใช้ความรุนแรงเอง เพราะนั่นจะนำพาความเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุดมาให้ แน่นอนจะมีความแค้นเกิดขึ้นอีกมากมาย เลือกใช้การดูหนังและให้หนังแก้แค้นแทนก็ดีเหมือนกัน

ความสนุกอีกรูปแบบคือได้เห็นบทบาทของนักแสดงคนเดียวกันในคนละเรื่อง เป็นตำรวจและก็มาเป็นคนจรจัด เป็นบอดี้การ์ดแล้วมาเป็นบาทหลวง ไม่รู้ว่าหนังเรื่องอื่นๆ ของผู้กำกับคนนี้จะเป็นอย่างไร รู้ว่าต้องติดตามไปอย่างใกล้ชิดเพื่อใช้หนังของเขาปลดปล่อยอารมณ์อีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

เพื่อสุขภาพ

ตั้งใจว่าสัปดาห์นี้ควรจะเดินไปตามปกติด้วยแผนการวิ่งที่อยู่ตัวแล้วและมีวันพักสองวันหัวท้ายสัปดาห์เพื่อไปทำกิจของครอบครัว ก็เกือบได้ตามนั้นจริงๆ

เช้าวันพุธออกวิ่งด้วยความรู้สึกโล่งสบายไม่มีอะไรรบกวน วิ่งไปก็วางแผนการวิ่งล่วงหน้าไปจนในที่สุดก็ได้เพิ่มเวลาวิ่งของเช้านั้นออกไปอีกหน่อย และตั้งใจว่าเช้าวันอาทิตย์จะทำระยะทางสิบกิโลเมตรดูสักครั้ง

ที่ได้พร้อมกันในวันพุธก็คือสามารถสะสมระยะทางรวมของปีนี้ได้ครบหนึ่งพันกิโลเมตรสำเร็จแล้ว เป็นหลักชัยที่สองในช่วงนี้

มาเสียท่าในเช้าวันเสาร์ที่มีฝนพรำเล็กน้อย บวกกับยังรู้สึกง่วงอยู่พอสมควร หลังจากเสร็จกิจประจำสัปดาห์แล้วจึงล้มตัวลงนอนต่ออีกสักชั่วโมง สรุปรวมระยะทางของสัปดาห์นี้ได้เท่านี้

เว็บไซต์ไนกี้พลัสสามารถแสดงผลได้ถูกต้องแล้วตั้งแต่เช้าวันศุกร์ หวังว่าจะไม่เพี้ยนไปอีกนะ

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบหกกิโลปริ่มนิดหน่อย ลดลงมาได้ด้วยแผนการควบคุมอาหารเพิ่มเติมในโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดี แต่มื้อเย็นอาจต้องเลื่อนไปอยู่ช่วงห้าโมงเย็นบ้างหกโมงเย็นบ้างเนื่องจากตัวแปรเวลาที่ต้องควบคุมร่วมกับการดื่มน้ำแอ็ปเปิ้ล อย่างไรก็ดียังสามารถควบคุมตัวเองหลังจากนั้นได้ เป็นอานิสงค์จากการเริ่มต้นควบคุมตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา

โปรแกรมล้างพิษตับจะเสร็จลงพรุ่งนี้เช้า วันนี้ก็มีอาการปวดหัวตลอดวัน คงเป็นเพราะพิษในร่างกายมีมากเหลือเกิน ดีที่เสร็จจากนี้แล้วก็เข้าสู่เทศกาลกินเจพอดี จะไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ต่อไปได้อีกหลายวัน

อาการเจ็บข้อเท้าขวาแวะมาเยี่ยมเมื่อเย็นวันพฤหัส คราวแรกก็กังวลเหมือนกันว่าควรจะกินยากันไว้ก่อนไหม แต่เมื่อใช้น้ำเย็นเข้าบำบัดแล้ว อาการก็ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาอะไรเลย หวังว่าสภาพร่างกายจะดีขึ้นไปหลังจากนี้ เพื่อความสุขสงบในชีวิต

La La (Means I Love You)

เห็น Andy Connell แห่ง Swing Out Sister วงป๊อบชั้นดีจากอังกฤษ พาวิดีโอดั้งเดิมของเพลงนี้มาฝากแฟนๆ ในหน้า Facebook ของวงแล้วยิ่งรู้สึกประทับใจกับเพลงที่ฟังเท่าไหร่ก็ไม่รู้เบื่อ ทำให้ต้องค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น

เพลง La La (Means I Love You) เปิดตัวในปีค.ศ. 1968 โดยวง Delfonics แต่งโดย Tom Bell ที่ยกย่องกันว่าคือผู้ให้กำเนิดเพลง Soul สำเนียง Philadelphia และ William Hart โปรดิวซ์โดย Bell เองและ Stan Watson

หลังจากเปิดตัวก็ขึ้นถึงอันดับ 4 บน US Billboard pop, อันดับ 2 ของหมวด R&B ในปี 1968 และอันดับที่ 19 บน UK pop single ในปี 1971

มาลองดูวิดีโอดั้งเดิมกัน
• The Delfonics-La La (Means I Love You) Video บน MySpace.com

แถมยังได้พบกับวิดีโอใหม่อีกด้วย
• La-La Means I Love You Video by The Delfonics บน MySpace.com

ขาดไม่ได้คือเนื้อร้อง

La La (Means I Love You)

[Verse 1:]
Many guys have come to you
With a line that wasn’t true
And you passed them by (passed them by)
Now you’re in the center ring
And their lines don’t mean a thing
Why don’t you let me try (let me try)
Now I don’t wear a diamond ring
I don’t even have a song to sing
All I know is

[Chorus:]
La la la la la la la la la means
I love you
[1:] Oh, baby please now
[2:] Oh… baby

La la la la la la la la la means
I love you

[Verse 2:]
If I ever saw a girl
That I needed in this world
You are the one for me (one for me)
Let me hold me in my arms
Girl, and thrill you with my charms
I’m sure you will see (you will see)
The things I am sayin’ are true
And the way I explain them to you
Listen to me

[Partial verse:]
The things I am sayin’ are true
And the way I explain them to you, yes to you
Listen to me

[repeat to fade:]
La la la la la la la la la means
I love you
[1:] Oh, you’ll have to understand
[2:] Come on and take my hand

ในประวัติศาสตร์ของวงการ เพลงนี้ยังผ่านการทำใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่ารวมถึงในอัลบั้ม The Living Return (1994) ของวง Swing Out Sister ด้วย

ข้อมูลอ้างอิงจาก Wikipedia

วันที่ทำได้ อีกครั้ง

สัมผัสละอองฝนนิดเดียวก็ได้เรื่อง ชักจะมีอาการเหมือนเป็นหวัดอย่างเหลือเชื่อ จากที่มั่นใจว่าได้สร้างสุขภาพมาพอจะสู้กับมันได้แล้ว สงสัยว่าคงเป็นความอ่อนแอของตับก็ได้เรื่องเล็กๆ แค่นี้จึงผ่านไม่ได้ จำเป็นต้องกันด้วยยาแก้หวัดสองเม็ดเอาไว้ก่อน ผลข้างเคียงคืออาการง่วงนอนยาวจนถึงวันอาทิตย์รุ่งขึ้น

เปิดสัปดาห์ใหม่มาก็ไม่ได้ออกวิ่งเสียแล้ว ส่วนวันจันทร์ก็เป็นวันพระและวันไหว้พระจันทร์มีกิจกรรมของครอบครัวแต่เช้าตรู่ท่ามกลางฝนพรำต่อเนื่องเป็นวันที่สาม มาเริ่มออกวิ่งได้อีกครั้งในวันอังคารและเป้าหมายคือทำให้ได้ทุกวันที่เหลือของสัปดาห์เพื่อหลักชัยสำคัญ

เมื่อครบห้าวัน สะสมระยะทางได้เพิ่มอีกสี่สิบกิโลเมตร แล้วก็เดินทางมาถึงระยะทางแปดพันกิโลเมตรได้สำเร็จแล้ว

เรื่องนี้คาดการณ์ได้ล่วงหน้า แต่ระบบเว็บของไนกี้พลัสยังไม่สามารถแสดงผลให้เป็นปกติได้ เพิ่งได้รับอีเมล์แจ้งจากทางไนกี้หลังวิ่งเสร็จเมื่อวานว่าปัญหาน่าจะคลี่คลายในอีกสองสามวันข้างหน้า รอดูกัน

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลกรัมเหมือนเดิม แต่รู้สึกดีขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากับกางเกงสวมแล้วรู้สึกหลวมสบาย ถ้าสามารถสวมตัวเล็กกว่านี้อีกตัวได้สบายก็จะเป็นการยืนยันได้แน่

ส่วนการฉลองระยะทางแปดพันกิโลเมตรได้สำเร็จไปก่อนหน้านี้แล้วด้วยบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่มเมื่อวันพุธหลังจากดู ‘คนโขน’ รอบที่สี่จบ

สัปดาห์หน้ายังมีภารกิจของครอบครัวอีกสองวันที่จะไม่ได้ออกวิ่ง ข่าวสภาพอากาศยังไม่น่าไว้ใจว่าจะออกวิ่งได้ทุกวันหรือเปล่า แผนการวิ่งยังคงเหมือนเดิมต่อไป ส่วนแผนการกินจะเริ่มเข้าโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำอีกครั้งในวันอังคาร เสร็จวันจันทร์โน้นแล้วก็ต่อด้วยเทศกาลกินเจพอดี การฉลองด้วยบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นคนเดียวจึงต้องเรียบร้อยไปก่อนหน้า ด้วยว่าต่อจากนี้จะมีการควบคุมอาหารอย่างเข้มข้นรออยู่ถึงสามสัปดาห์ ทั้งหมดนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสุขภาพตับจะดีขึ้น สุขภาพกายโดยรวมก็ดีขึ้น และสามารถออกกำลังกายต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ

ข้าวมูนมัง พันธุ์หอมมะลิแดง

ข้าวมูนมัง ข้าวกล้องอินทรีย์ พันธุ์หอมมะลิแดง

อร่อยได้คุณค่า สืบทอดจากบรรพบุรุษ

ข้าวพื้นบ้านเป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ การปลูกข้าวหลายๆ พันธุ์ทำให้ระบบนิเวศน์สมดุลย์ ไม่ต้องใช้ปุ๋ย-ยาสารเคมี ทั้งอุดมด้วยสารอาหาร ป้องกันเหน็บชา ควบคุมน้ำตาลในเลือด แก้ท้องผูก

เคล็ดลับการหุง
แช่ข้าวกับเกลือเล็กน้อย 20 นาที เติมน้ำมากกว่าปกตินิดหนึ่ง ได้ข้าวหอมนุ่มอร่อย

น้ำหนักสุทธิ 1 กิโลกรัม

ผลิตโดยและจำหน่ายโดย
กลุ่มโรงสีข้าวชุมชน บ้านกุดตาใกล้  ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ 46160
สอบถามแนะนำสินค้า : โทร 0817494268

ราคาขายโดยชาวนาเองในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 8 ถุงละ 60 บาท