Tag Archives: nike+

my life as a runner.

สู้ภัย

ช่วงเดือนตุลาคมมีเหตุให้ไม่ได้ออกวิ่งตามที่ได้บันทึกไปแล้ว และช่วงปลายเดือนก็ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นเมื่อน้ำหลากด้วยน้ำมือคนกำลังจะมาทำลายความสงบสุขของครอบครัว และภัยนี้ได้เปลี่ยนทุกสิ่งของชีวิตไปจนประเมินค่าไม่ได้

ลงท้ายเดือนสิบด้วยการอพยพไปปักหลักสู้อยู่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี สรุปรวบระยะทางได้เท่านี้

ถึงจะเปลี่ยนที่พำนักก็ยังคงพารองเท้าวิ่งคู่กายไปด้วย เพราะตั้งใจจะออกกำลังให้เป็นปกติอย่างเคย แต่ตลอดทั้งเดือนสิบเอ็ดก็ออกไปวิ่งเหยาะๆ ได้เพียงสามครั้งในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือน เป็นสัปดาห์ที่สามของการย้ายถิ่น

ด้วยความไม่พร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจรวมถึงสถานที่ สรุปทั้งเดือนทำระยะทางได้เท่านั้นจริงๆ

ช่วงที่อพยพไปนั้นยังคงกลับมาสำรวจความเสียหายและทันทีที่น้ำลดแล้วก็ยังกลับมากู้สภาพบ้าน จนถึงวันที่อพยพไปครบเดือนก็ได้เวลาย้ายกลับมาอยู่ใกล้ขึ้นเพื่อเข้ามาฟื้นฟูทุกอย่างให้กลับเป็นปกติให้มากที่สุดโดยเร็ว ภารกิจนี้มีความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในครอบครัวและความสนับสนุบอย่างเต็มที่ของบริษัทต้นสังกัดที่เข้าใจสภาพเป็นอย่างดี

การกู้บ้านดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน มีวันหยุดบ้างแต่ก็ไม่ได้พักอยู่เฉย ยังคงมีภารกิจอื่นที่ต้องปฏิบัติแทน หาโอกาสพาเจ้าไนกี้พลัสออกไปชมหมู่บ้านที่มาพักเหมือนกัน

จนกระทั่งหลายๆ อย่างเริ่มเข้าที่ สภาพของบ้านหลังความเสียหายครั้งใหญ่ก็สามารถกลับเข้าอยู่ได้อีกครั้งในเช้าวันไหว้ขนมบัวลอยของชาวไทยเชื้อสายจีน สิ่งแรกที่อยากทำเมื่อกลับเข้าบ้านก็คือสวมรองเท้าคู่ปัจจุบันออกวิ่ง แม้รองเท้าที่เคยใช้วิ่งทั้งหมดจะจากไปต่อหน้าต่อตาก็ตาม สัปดาห์ที่ผ่านมาปิดสัปดาห์ด้วยการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ตลอดการอพยพย้ายถิ่นฐานไม่มีการชั่งน้ำหนักตัวอีกเลย แต่ก็พยายามระวังอาหารการกินในระหว่างที่อยู่ต่างจังหวัดเหมือนกันเพราะไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ต้องออกแรงอะไรมากมายนัก เมื่อย้ายกลับมาอยู่ใกล้ขึ้นแล้วกิจกรรมในแต่ละวันก็มากขึ้นไปด้วย แม้ไม่ต้องออกกำลังกายก็ได้ออกแรงกู้บ้านอยู่ดี อาหารการกินแต่ละมื้อจึงเป็นไปเพื่อสนองความต้องการของร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยจริงๆ ทำงานมาก กินมาก แต่กางเกงก็ยังใส่หลวมได้สบาย

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่งโดยไม่มีปัญหากับเสื้อผ้าที่ใส่เหมือนเคย แต่ก็ต้องบอกตัวเองอยู่เหมือนกันว่าจากนี้ไปร่างกายคงไม่ต้องออกแรงมากเหมือนช่วงเดือนที่ผ่านมาแล้ว ก็ต้องปรับการกินไม่ให้มากมายอย่างเคยอีกด้วย เจ้าความเคยชินมันจะยอมหรือเปล่านี่คงต้องเจรจากันก่อน

ตั้งใจว่าจะกลับมาออกวิ่งอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง ยิ่งช่วงนี้อากาศเย็นลงมากในตอนเช้าเหมาะกับการรีดเหงื่อเป็นอย่างยิ่ง

ห่างหายไปนาน

ด้วยปัจจัยมากมายเข้ามากระทบในช่วงเวลานี้ กว่าจะได้ออกวิ่งเหมือนเดิมอีกครั้งก็ต้องห่างหายไปนานถึงสิบสองวัน เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่นี้เมื่อเห็นความพร้อมแล้วจึงได้ออกกำลังกายอีกครั้ง

ก็ไม่ได้วิ่งทุกวันเหมือนเดิมเนื่องจากภารกิจของครอบครัวแล้วสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่ต้องติดตาม เมื่อนอนไม่พอก็ไม่พร้อมวิ่งจึงเลือกหยุดวิ่งไปอีกสองวัน ปิดสัปดาห์แต่เช้าตรู่เมื่อวานเพื่อให้เรียบร้อยก่อนงานใหญ่ของครอบครัว สมาชิกทุกคนมารวมกันเพื่อปิดบ้านรับมือน้ำท่วม

ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมระยะทางได้ตามสมควรแก่เหตุ

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบหกกิโลครึ่ง พอปล่อยตัวไป นิสัยเดิมก็กลับมา เพราะร่างกายเห็นความเป็นไปได้ของมื้อค่ำก็เลยส่งสัญญาณออกมาให้ตอบสนอง พยายามตามดูเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร รู้ตัวว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้น้ำหนักจะต้องขึ้นเป็นแน่

อาหารในแต่ละมื้อก็พยายามไม่กินให้มากมายเกินไปนัก อาการของร่างกายก็ดูเหมือนจะค่อยๆ ฟื้นขึ้น ดีที่ยังไม่ใช้การกินเพื่อบรรเทาความรู้สึกแย่ๆ ในช่วงที่ผ่านมา แต่ความเครียดกับการรับมือภัยธรรมชาติที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นนี่สิน่าเป็นห่วง

ก็จะพยายามออกวิ่งเพื่อสะสมสถิติเอาไว้ตามความสะดวก ช่วงนี้ยังมีความกังวลซ่อนตัวอยู่เยอะ หวังว่าการออกกำลังกายจะช่วยบรรเทาได้

ต้องผ่านให้ได้

เล่าต่อจากสัปดาห์ที่แล้วว่าเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ก็ขอพักหนึ่งวันแล้ว มาได้วิ่งต่อในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ก็กลายเป็นวันเดียวของสัปดาห์ที่ได้ออกกำลัง นั่นเพราะวันที่เหลือนั้นต่างก็มีภารกิจ มีสภาพอากาศและมีสภาพร่างกายเข้ามาแทรก

อาการต่างๆ เช่นแพ้อากาศ จาม น้ำมูกไหล ไอและเจ็บคอ จนกระทั่งเช้าวานนี้ก็มีอาการเจ็บในกล้ามเนื้อของฝ่าเท้าด้านขวาเข้ามาแทนอาการก่อนหน้าที่ค่อยๆ จางหายไป อาศัยน้ำผึ้งผสมมะนาวอยู่หลายวันเหมือนกันเพื่อเพิ่มวิตามินซีให้กับร่างกาย อาศัยแช่เท้าในน้ำเย็นอยู่หลายวันเช่นกันเพื่อบรรเทาอาการที่ข้อเท้าและที่ฝ่าเท้า

ส่วนอาการเศร้าซึมที่เข้ามากระทันหันในเช้าวันพฤหัสนั้นต้องใช้ความนิ่งเข้าบรรเทา เมื่อบุรุษผู้ครองศรัทธาและความเคารพนับถือมายาวนานกว่ายี่สิบห้าปีจากไป ถึงจะรู้อาการอยู่แล้วแต่ความสะเทือนใจก็ยังถาโถมเข้ามาจนไม่เป็นอันทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งวางสติไว้ที่ความตั้งใจจะทำสิ่งใหม่เพื่ออุทิศแด่บุรุษผู้จากไป ก็ค่อยๆ กลับสู่ความปกติได้บ้าง

ทั้งสัปดาห์ทำได้เพียงเท่านี้ เป้าหมายเรื่องระยะทางและการแข่งขันแทบจะหมดไปเลย

ยังมีอะไรต้องทำอีกพอสมควรเพื่อให้งานอุทิศเดินหน้าไปได้ ส่วนอาการเจ็บที่ฝ่าเท้าก็ต้องผึ่งยาเคมีอีกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหายจนออกวิ่งได้อีกเมื่อไร

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ามารู้ตัวก็ทานมื้อเช้าและอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วว่าลืมไปสนิท ผลที่ได้ก็ยังอยู่ที่เดิมคือแปดสิบเจ็ดกิโลกรัม น่าสนใจเหมือนกันเพราะตลอดสัปดาห์มีทั้งมื้อดึกและมื้อใหญ่อยู่เนืองๆ รวมถึงบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่กินไปให้คุ้มเงินโดยปราศจากความอร่อยเพราะอารมณ์เริ่มซึมเศร้า

ยังมีอะไรรออยู่ข้างหน้าอีกหลายอย่าง ทั้งหมดนั้นต้องเตรียมต้องปรับต้องรักษาเพื่อให้ผ่านไปได้ และทุกอย่างต้องผ่านไปได้

เทศกาลแห่งบุญ

เตรียมตัวว่าเมื่อเสร็จจากโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีแล้วก็จะกลับมาวิ่งออกกำลังกายให้เป็นปกติทันที แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้นเสียทั้งหมด

รู้สึกตัวเหมือนกับว่าเวลาสำหรับเข้านอนมันล่าช้าออกไปสักหน่อย ถ้าเข้านอนเร็วจะทำไม่สำเร็จ พอมีตัวช่วยคือดูหนังสักเรื่องก่อนนอน เลยเลือกหนังชุดของ “ปัค ชาน วุค” มาดูสักหน่อย ผลก็คือคือวันอังคารนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น บวกกับวันพฤหัสก็ต้องไปทำบุญสำหรับเทศกาลกินเจของปีนี้ ทำให้สัปดาห์นี้หยุดไปถึงสามวัน รวมวันจันทร์ที่เสร็จสิ้นโปรแกรมล้างพิษฯ

มาปิดเดือนเก้าของปีตามปกติในวันศุกร์ก่อนออกไปทำธุระนอกบ้านอีกตลอดวัน สถิติสะสมของทั้งเดือนทำไม่ได้ดีกว่าเดิมแต่ก็ยังรักษาระดับเอาไว้อย่างที่เห็น เป็นความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ ได้เหมือนกัน

ปิดสัปดาห์หลังจากช่วยหิ้วบิณฑบาตของเณรที่ทำบุญด้วยเป็นประจำไปส่งถึงวัดฝั่งโน้น กลับถึงบ้านช้าไปหน่อยแต่ก็ออกวิ่งตามความตั้งใจ ตลอดสัปดาห์สะสมไปได้เท่านี้

จากนั้นก็มีอาการเมื่อยที่ข้อเท้าทั้งสองเกิดขึ้น ไม่โทษว่าเกิดจากการเดินมากไป เพราะที่ทำไปนั้นเกิดจากศรัทธาล้วนๆ สงสัยสุขภาพตัวเองดีกว่าว่านี่เป็นสัญญาณบอกอะไรแน่นอน ความเป็นไปได้คือกรดยูริกคงไปสะสมอยู่ที่ข้อเท้ามากแล้ว เมื่อใช้งานถึงระกับหนึ่งจึงส่งสัญญาณออกมาให้รู้

น้ำหนักชั่งเช้าขึ้นมาอยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบเจ็ดกิโลทางขาดแล้ว อย่างไรเสียถ้ายังสามารถสวมกางเกงขายาวตัวที่คับที่สุดได้อย่างสบายก็ไม่ต้องกังวลใจไปอย่างใด แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ตามใจปากได้เหมือนกัน

เสร็จจากโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีแล้วก็เข้าสู่เทศกาลกินเจ มีอะไรให้กินมากขึ้นกว่าช่วงโปรแกรมฯ บางมื้อก็กลายเป็นมื้อใหญ่ไปโดยไม่รู้ตัวได้ แม้มื้อเย็นจะปรับกลับมาอยู่ที่ไม่เกินห้าโมงบ้างสี่โมงบ้างได้แล้ว ก็ยังดูเหมือนว่าจะอิ่มหนำสำราญอยู่

ดีที่ได้ปรับตัวกับมื้อเย็นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทำให้อาการหิวจนควบคุมตัวเองไม่อยู่แทบจะหมดไปแล้ว แต่ก็ต้องไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาท ยังต้องพยายามปรับลดสิ่งที่กินเข้าไปในแต่ละมื้อให้ไม่มากเกินไปอยู่เนืองๆ ด้วย

เพื่อสุขภาพ

ตั้งใจว่าสัปดาห์นี้ควรจะเดินไปตามปกติด้วยแผนการวิ่งที่อยู่ตัวแล้วและมีวันพักสองวันหัวท้ายสัปดาห์เพื่อไปทำกิจของครอบครัว ก็เกือบได้ตามนั้นจริงๆ

เช้าวันพุธออกวิ่งด้วยความรู้สึกโล่งสบายไม่มีอะไรรบกวน วิ่งไปก็วางแผนการวิ่งล่วงหน้าไปจนในที่สุดก็ได้เพิ่มเวลาวิ่งของเช้านั้นออกไปอีกหน่อย และตั้งใจว่าเช้าวันอาทิตย์จะทำระยะทางสิบกิโลเมตรดูสักครั้ง

ที่ได้พร้อมกันในวันพุธก็คือสามารถสะสมระยะทางรวมของปีนี้ได้ครบหนึ่งพันกิโลเมตรสำเร็จแล้ว เป็นหลักชัยที่สองในช่วงนี้

มาเสียท่าในเช้าวันเสาร์ที่มีฝนพรำเล็กน้อย บวกกับยังรู้สึกง่วงอยู่พอสมควร หลังจากเสร็จกิจประจำสัปดาห์แล้วจึงล้มตัวลงนอนต่ออีกสักชั่วโมง สรุปรวมระยะทางของสัปดาห์นี้ได้เท่านี้

เว็บไซต์ไนกี้พลัสสามารถแสดงผลได้ถูกต้องแล้วตั้งแต่เช้าวันศุกร์ หวังว่าจะไม่เพี้ยนไปอีกนะ

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบหกกิโลปริ่มนิดหน่อย ลดลงมาได้ด้วยแผนการควบคุมอาหารเพิ่มเติมในโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดี แต่มื้อเย็นอาจต้องเลื่อนไปอยู่ช่วงห้าโมงเย็นบ้างหกโมงเย็นบ้างเนื่องจากตัวแปรเวลาที่ต้องควบคุมร่วมกับการดื่มน้ำแอ็ปเปิ้ล อย่างไรก็ดียังสามารถควบคุมตัวเองหลังจากนั้นได้ เป็นอานิสงค์จากการเริ่มต้นควบคุมตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา

โปรแกรมล้างพิษตับจะเสร็จลงพรุ่งนี้เช้า วันนี้ก็มีอาการปวดหัวตลอดวัน คงเป็นเพราะพิษในร่างกายมีมากเหลือเกิน ดีที่เสร็จจากนี้แล้วก็เข้าสู่เทศกาลกินเจพอดี จะไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ต่อไปได้อีกหลายวัน

อาการเจ็บข้อเท้าขวาแวะมาเยี่ยมเมื่อเย็นวันพฤหัส คราวแรกก็กังวลเหมือนกันว่าควรจะกินยากันไว้ก่อนไหม แต่เมื่อใช้น้ำเย็นเข้าบำบัดแล้ว อาการก็ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาอะไรเลย หวังว่าสภาพร่างกายจะดีขึ้นไปหลังจากนี้ เพื่อความสุขสงบในชีวิต