Tag Archives: nike+

my life as a runner.

สลับไปสลับมา

ไม่มีอะไรมาก ตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าขอให้ได้กลับมาวิ่งต่อในวันพุธก็ได้ตามนั้นจริงๆ ทั้งสัปดาห์ออกวิ่งได้สามวัน วันจันทร์และอังคารนั้นเป็นภารกิจสารทบะจ่างของครอบครัว ติดฝนเสียหนึ่งวันก่อนวันสารท ส่วนอีกวันลุกไม่ขึ้นเลยขอนอนต่อไปอีกนิดบวกกับมีภารกิจพอดีจึงได้รีบออกจากบ้านไปโดยเร็ว

ร่างกายที่ได้พักอย่างเต็มที่จะช่วยให้คุณภาพการวิ่งเป็นปกติเหมือนเดิม แทบไม่ต้องพิสูจน์แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการนอนอยู่บ้าง ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมได้เพียงเท่านี้เอง

ใกล้จะถึงหลักชัยสำคัญอีกครั้งเร็วๆ นี้ ถ้าไม่มีฝนลงมาสกัดคงได้ฉลองกัน …อะไรดี

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังได้เห็นตัวเลขแปดสิบเจ็บกิโลอยู่เหมือนเดิม โล่งอกไปได้เยอะเพราะทั้งข้าวเหนียวพร้อมเครื่องในบะจ่าง กับข้าวที่ตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษและบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น ต่างก็เอร็ดอร่อยแบบต่อเนื่องตลอดสัปดาห์

มีข้อสังเกตหนึ่งคือบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์กินได้นิดหน่อยก็อิ่มแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แต่ก็ตัดใจรักษากระเพาะไว้ดีกว่าเสียดายเงินที่จ่ายไป กินแบบนี้เยอะๆ ก็ทำลายสุขภาพเหมือนกันนะ

คิดเล่นๆ ว่าได้กินจนอิ่มแปร้แล้ว ลองอดให้ท้องกิ่วเป็นการฝึกด้านกลับกันบ้างเอาไหม

…ความรู้สึกมันก็ปรารถนาอย่างนั้น แต่ใจยังแข็งไม่พอแน่นอน

ยังพยายามอยู่

ต่อเนื่องได้จากสัปดาห์ที่แล้ว อย่างที่ออกตัวเอาไว้ ถ้าไม่มีภารกิจหรืออุปสรรคอะไรเข้ามาขวางก็จะพยายามต่อไปให้การออกวิ่งสม่ำเสมอต่อเนื่อง อาจจะไม่หนักเหมือนเคย ช่วงนี้ขอความสม่ำเสมอเอาไว้ก่อน

ขาดวันจันทร์ไปเพราะมีภารกิจครอบครัวแต่เช้า แต่ก็ตั้งใจจะปิดเดือนที่ห้าของปีให้ได้ในวันอังคาร สถิติของเดือนพฤษภาคมสะสมได้ตามอัตภาพเพียงแค่นี้

ที่รออยู่อีกวันคือวันเสร็จจากโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีในเช้าวันพฤหัส คราวนี้ได้เห็นฤทธิ์ของกาแฟเข้มที่กระหน่ำดื่มเข้าไปในช่วงสองสัปดาห์มานี้เนื่องจากเกรงว่ากาแฟถุงโตนี้จะหมดสภาพไปเสียก่อน จนกระทั่งเย็นวันพุธที่ต้องดื่มน้ำผสมดีเกลือฝรั่งก็ได้พบว่าการเคลื่อนตัวของลำไส้นั้นตอบสนองต่อดีเกลือน้อยลงเหมือนท้องจะผูกกว่าเดิม จึงค้นข้อมูลว่ากาแฟมีความเกี่ยวข้องกับอาการท้องผูกหรือไม่ ก็ได้คำตอบแบบรวมๆ ว่าน้ำชากาแฟมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ถึงแม้ว่ากาแฟที่ชงกินอยู่นั้นจะเป็นกาแฟสดที่มีความเข้มข้นของคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟสำเร็จรูปก็ตาม เป็นความรู้ใหม่จริงๆ

ส่วนเข้าวันศุกร์ออกวิ่งด้วยความหิวเป็นทุนเดิมแถมวิ่งๆ ไปฝนก็เทลงมาราวกับวิ่งขอฝนจึงต้องหยุดก่อนเสร็จสิ้นตามแผนการวิ่งปกติ และเช้าต่อมายังมีฝนกระหน่ำต่อเนื่องอยู่อีก สัปดาห์นี้จึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังไม่มีข่าวดีนัก ขนาดได้ผ่านการดัดนิสัยการกินมาอีกครั้ง ภารกิจของครอบครัวในการเตรียมบะจ่างสำหรับไหว้ในเทศกาลตอนเช้าวันจันทร์ก็เป็นส่วนสำคัญให้น้ำหนักขึ้นได้ แม้จะแตะเบรกแทบหัวขมำไปอย่างแรง เข็มก็ยังหยุดอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลอยู่อีก

และถ้าฝนยังคงตกลงมาตั้งแต่ก่อนสว่างอย่างนี้ก็คงไม่รู้ว่าไหร่จะได้ออกวิ่งอีก หวังว่าตั้งแต่เช้าวันพุธไปจะได้ออกกำลังตามปกติก็แล้วกัน เดือนนี้ไม่น่ามีอะไรมาขวางอีกแล้ว

ส่วนเรื่องอาหารการกินจะพยายามกลับไปเคร่งครัดอีกครั้งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้ดีขึ้นโดยเร็ว…

ไปวิ่งได้แล้ว นี่เป็นคำสั่ง

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าเสร็จจากตะเวนไหว้พระตามวัดในอยุธยาก็มีอาการเมื่อยข้อเท้าทั้งสองข้างทันทีที่กลับถึงบ้าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะไม่ได้ออกวิ่งแน่นอนไปจนกว่าอาการจะสามารถไว้วางใจได้ นี่ยังไม่นับรวมเอาปัจจัยอื่นๆ เข้าไปประกอบด้วย

และปัจจัยอย่างฝนที่ตกในตอนเช้าและภารกิจของครอบครัวก็เข้ามาอย่างไม่ลังเล ทำเอารู้สึกติดใจกับการไม่ออกวิ่งจนแทบจะกลายเป็นความรู้สึกขี้เกียจออกวิ่งไปแล้ว หากปล่อยเอาไว้นานกว่านี้อาจจะต้องถึงกับแขวนรองเท้าวิ่งก็เป็นได้

ประโยคสุดท้ายนั่นเป็นอารมรณ์สนุกสนานตามเป้าหมายการวิ่งสี่สิบห้านาทีที่จะได้ระยะทางวิ่งห้าจุดห้าห้ากิโลเมตร ระยะสนุกสนานที่พอจะทำได้ช่วงนี้ และก่อนจะหมดสัปดาห์ไปอีกก็สามารถออกคำสั่งให้ตัวเองออกวิ่งได้อีกครั้ง …ครั้งเดียวของสัปดาห์

ส่วนอาหารการกินก็ยังสนุกปากเหมือนเคย จนต้องกำหนดโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งที่สิบเจ็ดขึ้นอย่างรีบด่วนในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากควบคุมได้สองวัน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้ก็มาอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลได้อีกครั้ง

ความหวังที่จะได้ดัดนิสัยการกิน เรียกคืนสุขภาพปกติกลับมาด้วยโปรแกรมล้างพิษครั้งนี้มีอยู่สูงมากทีเดียว ส่วนโปรแกรมการวิ่งที่ขาดๆ หายๆ ไปนั้นก็ต้องสั่งตัวเองให้ออกวิ่งอย่างสม่ำเสมอให้เป็นปกติโดยเร็วเช่นกัน หากไม่มีภารกิจหรือปัจจัยอื่นใดเข้ามาแทรกอีก

หด

หลังจากเขียนบันทึกสรุปสัปดาห์ที่แล้วเสร็จก็เดินทางลงใต้ตามภารกิจครั้งสำคัญของครอบครัว เป็นการเดินทางที่น่าประทับใจเพราะไม่ได้ออกจากบ้านอย่างนี้มานานมากแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ส่งผลตามมาก็คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปด้วย

เพราะการใช้ชีวิตนอกบ้านทำให้หลายๆ อย่างขาดไปเมื่อเทียบกับชีวิตที่อยู่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังค่อนข้างมากก็คือต้องไม่ให้เกิดเจ็บข้อขาเข่าเท้าขึ้นมาอย่างเด็ดขาด เรื่องนี้เป็นความสำคัญระดับสูงสุด การกินยาก็ไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมดนี่ก็เป็นบทเรียนครั้งสำคัญเช่นกันว่าร่างกายยังไม่อยู่ในสภาพที่สามารถปล่อยมือให้เมื่อในอดีต

เดินทางกลับถึงกรุงเทพแล้วก็ยังต้องระวังอาการอยู่ดี และอาการเมื่อยที่ข้อเท้าทั้งสองข้างก็แสดงตัวกันชัดๆ ไม่มีปิดบัง นอกจากนี้ยังมีสภาพฝนที่ตกตอนเช้าตรู่และภารกิจอื่นๆ ของครอบครัวในตอนเช้าจนไม่ได้ออกวิ่งอีกหลายวันกระทั่งหมดสัปดาห์เมื่อวาน ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่จึงเก็บระยะทางไปได้อีกหนึ่งวัน

เช้าวิ่งเสร็จก็ออกไปตะเวนไหว้พระที่วัดในจังหวัดอยุธยา มีวัดที่ไม่เคยไปเลยจึงเดินถ่ายรูปแบบลืมเหนื่อยกันทีเดียว กลับถึงบ้านอาการเมื่อยข้อเท้าก็ปรากฏดังๆ อีกครั้ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง ไม่น่าแปลกใจเพราะพฤติกรรมเปลี่ยนไปตลอดสัปดาห์ และด้วยอาการเสียดที่ใต้ราวนมข้างขวาที่แวะกลับมาทักทายอยู่หลายวันจึงตัดสินใจกำหนดวันล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งใหม่ให้เริ่มต้นอีกในสุดสัปดาห์หน้าเพื่อให้เสร็จในวันแรมสิบห้าค่ำที่กำลังจะมาถึง

และยังมีอาการเสียวที่ฝ่าเท้าขวาแวะมากวนอีกอาการ เข้าใจว่าน่าเป็นเพราะพร่องวิตามินบีไปหน่อยก็เป็นได้ ทั้งที่ไม่ค่อยอยากกินข้าวมากนักก็ยังต้องกินข้าวกล้องให้พอกระมังอาการถึงจะดีขึ้น

ตั้งใจว่าจะพาสลัดผักกลับมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ดูกันต่อว่าจะทำได้อย่างไรกันบ้าง

สม่ำเสมอต่อไป

สัปดาห์นี้เขียนสรุปเร็วขึ้นหนึ่งวันเพราะเมื่อเสร็จจากนี้แล้วก็ได้เวลาเดินทางไปสุราษฏร์ธานีเพื่อภารกิจของครอบครัวครั้งสำคัญ

เปิดสัปดาห์มาพร้อมกับความล้าสะสมจนขอกลับไปที่นอนต่ออีกราวสามชั่วโมง แต่ก็ได้ความตั้งใจตามมาว่าวันที่เหลือของสัปดาห์จะต้องออกวิ่งเหยาะๆ ให้ได้ทุกวัน โดยแผนการวิ่งยังคงอยู่ที่ห้าจุดห้าห้ากิโล เป็นระยะสนุกสนานที่สามารถทำได้โดยไม่เหนื่อยจนเกินไปและไม่ใช้เวลามากเกินไป โดยเลือกแผนการวิ่งสี่สิบห้านาทีในไอพ็อดเท่านั้นเอง

และสัปดาห์นี้ก็สามารถสะสมได้สำเร็จดังตั้งใจอีกครั้งตามนี้

การทดลองครั้งใหม่ตลอดสัปดาห์นี้คือการงดกินขนมปังโฮลวีตรองท้องก่อนออกวิ่งเพื่อสังเกตความเป็นไปได้ บางวันก็เริ่มต้นด้วยความรู้สึกหิวจึงต้องใช้ความอดทนค่อนข้างมากว่าจะผ่านไปได้ หลังจากออกวิ่งไปแล้วสมองก็ใช้ไปในการคิดเรื่องงานและเรื่องต่างๆ จนลืมเรื่องหิวไปได้ และหลังจากว่ิงเสร็จก็ไม่มีความรู้สึกลำบากอะไรในการวิ่งท้องว่างแบบนี้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบหกกิโลครึ่งหวังว่าจะไม่แกว่งแรงไปกว่านี้ อาหารการกินตลอดสัปดาห์ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ความพยายามจะควบคุมมื้อดึกค่อนข้างไปได้ดีกับการเพิ่มสิ่งที่กินในมื้อเย็นและการปรับเวลากินให้ช้าลงอีกนิด ผลก็คือยังมีอาการแกว่งขึ้นให้เห็นได้อยู่

สัปดาห์ใหม่จะไม่ได้ออกวิ่งเสียสองวันเพราะไม่ได้อยู่บ้านและไม่ได้พาอุปกรณ์ออกกำลังกายไปด้วย จึงยังสองจิตสองใจอยู่ว่าจะเลือกเพิ่มระยะทางสำหรับวันวิ่งที่น้อยลงในสัปดาห์หน้าดีหรือไม่ เพราะแม้จะวิ่งแค่วันละห้ากิโลแต่พอออกวิ่งทุกวันก็มีเสียงเตือนจากหัวเข่าให้ได้ยินเหมือนกัน

สงสัยต้องค่อยๆ คิดวางแผนกันไปคงไม่เป็นไร..