Tag Archives: nike+

my life as a runner.

แล้วก็ออกวิ่งเหยาะๆ

แผนการหัดเดินวันละสามสิบนาทีเป็นไปอย่างดี มาขาดเอาสองวันกลางสัปดาห์เนื่องจากมีอาการขัดๆ ที่ข้อเท้าข้อเข่าและมีกิจของครอบครัวที่ต้องดูแลในตอนเช้า ถือว่าได้พักก็แล้วกัน

การเริ่มต้นอีกครั้งในวันพฤหัสจึงตัดสินใจออกวิ่งเหยาะๆ เลยเพื่อเสริมสร้างร่างกายขั้นต่อไป สามารถยกระดับระยะทางจากสามกิโลกว่าๆ เป็นสี่กิโลได้ตามต้องการ ข้างหน้าคือระยะห้ากิโลแน่นอน

ทั้งสัปดาห์สามารถทำความก้าวหน้าให้ปรากฏแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ตามนี้

อาหารการกินไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก เช้ากลางวันเป็นจานปกติ ส่วนเย็นพยายามให้เป็นสลัด แต่ก็มีบางวันที่อยากเปลี่ยนบ้างก็จะเหลือซีเรียลบ้างหรือขนมปังทาเนยเม็ดทานตะวันบด

ผลจากการกลับมาออกกำลังกายได้ขนาดนี้ทำให้น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าลงมาพักอยู่ที่แปดสิบหกกิโลให้เห็นอีกครั้ง นี่แค่ไม่มากมายอะไรยังเห็นการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ ไม่แน่ใจว่าเพราะได้ไปยืนเข้าแถวรอซื้อไอแผ่นสองยาวนานกว่าสามชั่วโมงจะช่วยเผาพลังงานไปกี่มากน้อย

แผนการวิ่งเหยาะๆ ของสัปดาห์ใหม่คงจะเพิ่มจากสามสิบนาทีเป็นสี่สิบห้านาทีได้เพื่อให้ถึงระยะทางห้ากิโล และที่สำคัญคือสามารปรับลงตัวเลขน้ำหนักในไอพ็อดลงมาอยู่ที่แปดสิบหกกิโลได้อีกด้วย

ถึงกับต้องหัดเดิน

ยังคงเจ็บจนออกกำลังไม่ได้อยู่ต่อไปในสัปดาห์นี้ ขนาดว่าอาการน้อยลงจนเกือบหายแล้วก็ยังออกวิ่งไม่ได้อยู่ดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบร่างกายก่อนเพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง

พอจะเดินลงน้ำหนักที่ข้อเท้าซ้ายตรงๆ ได้แล้วก็ใช้กิจกรรมต่างๆ เป็นการหัดเดินไปในตัวไม่ว่าจะเป็นการจ่ายตลาด จ่ายของเข้าบ้านหรือจะไปซื้อหนังสือ ล้วนได้เดินในพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ได้ทดลองว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมาอย่างง่ายที่สุด

จนมีความรู้สึกไม่อยากให้เดือนเมษายนสิ้นสุดไปอย่างเงียบๆ ตัดสินใจว่าต้องสวมรองเท้าวิ่งให้ได้อีกครั้งเพราะคิดถึงมาก แผนการใหม่จึงเป็นการหัดเดินอย่างจริงจังและเริ่มต้นทันทีเพื่อปิดสัปดาห์นี้

ด้วยแผนการเดินเร็วครึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะเพิ่มเวลาหรือความเร็วดี แต่คงต้องใช้แผนนี้ไปสักระยะหนึ่งก่อน

ปิดเดือนนี้อย่างน่าประทับใจในช่วงแรกและได้เรียนรู้อะไรมากมายในช่วงหลัง

เมื่อไม่ได้วิ่งแล้วก็ยังคงคาดหวังอยู่ต่อไปว่าน้ำหนักอาจจะพุ่งอย่างต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตามช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ได้โอกาสทดลองการกินในแต่ละมื้อรวมถึงมื้อดึกอีกด้วย น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบแปดกิโล เป็นระดับเดิมที่เคยเห็นอยู่นาน จึงริตั้งเป้าหมายในใจว่าสิ้นปีนี้ต้องลดให้เหลือแปดสิบสองกิโลให้จงได้

และเช้านี้ก็ตัดสินใจปรับตัวเลขน้ำหนักตัวในไอพ็อดขึ้นตามจริงหลังจากที่ใช้ระดับแปดสิบสองกิโลมากว่าสองปีไม่ว่าน้ำหนักจะขึ้นลงอยู่ที่เท่าไหร่ก็ตาม

อาการแปลกๆ เกิดขึ้นกับตัวไอพ็อดและการส่งข้อมูลขึ้นเว็บไซต์ไนกี้พลัส วานนี้จึงจัดการคืนสภาพโรงงานให้กับไอพ็อดนาโนที่ใช้มาสี่ปีตัวนี้ ขณะที่ปกติจะทำตอนหมดปีหรือเปลี่ยนเซนเซอร์ที่รองเท้าใหม่ แต่การทำงานของเว็บไซต์ก็ยังแปลกๆ อยู่เหมือนเดิม ส่วนการใช้งานไอพ็อดก็ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว ผิดพลาดอย่างเดียวที่ลืมเก็บข้อมูลดิบในตัวเครื่องออกมาเสียก่อน ทำให้ต้องไปค้นหาตัวช่วยและก็ได้เจอเว็บไซต์สโลว์กีคจุดคอม

อย่างที่เล่าไปแล้วว่าช่วงนี้คงต้องใช้แผนการเดินต่อไปสักพัก การปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมคงต้องมีแน่นอนทั้งเรื่องการออกกำลังกายและเรื่องอาหารการกิน

ผลการทดลอง

สัปดาห์นี้สะสมระยะทางได้เพียงวันเดียวก็เกิดอาการขี้เกียจอยากพักข้อหัวเข่าเสียสองวัน จากนั้นก็ไม่ได้ออกว่ิงสะสมระยะทางอีกเลยจนถึงตอนนี้

นี่เป็นการทดลองที่ได้เห็นผลอย่างรวดเร็วนั่นเอง หลังจากผลการตรวจสุขภาพออกมาค่อนข้างช่วยบรรเทาความรู้สึกหลายอย่างได้เป็นอย่างดี จากนั้นการทดลองก็ตามมา เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นจริงอีกครั้งว่าอะไรจะส่งผลให้อาการเจ็บข้อเพราะโรคเกาต์กำเริบกลับมาได้อีก

ตัวปัจจัยหลักที่น่าจดบันทึกไว้ก็คือครีมเทียมใส่กาแฟที่โฆษณาว่าทำจากไขมันข้าวโพดและน้ำตาลที่ใช้เติม โดยให้ความสนใจอยู่ที่ปัจจัยแรกมากที่สุด ส่วนปัจจัยอื่นๆ เช่นชาใบชะพลูและใบโหระพาที่คงได้เผลอกินยอดเข้าไปด้วยก็น่าจะมีผลด้วยเช่นกัน แม้จะปรับยาเพิ่มในมื้อเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ตรวจสุขภาพแล้วก็ตาม

แน่นอนว่าเมื่อไม่ได้ออกกำลังกายเลยน้ำหนักก็ต้องขึ้นจึงได้เห็นเข็มตาชั่งชี้ที่แปดสิบเจ็ดกิโลครึ่งตามคาด และสิ่งหนึ่งที่ตามมาติดๆ ก็คืออารมณ์ด้านลบที่จับกินจิตใจระหว่างที่เจ็บข้อเท้าซ้ายอยู่นั่นเอง พาลจะทำให้หลายๆ อย่างล้มพับไปได้เลยทีเดียวเมื่อรวมเข้ากับอาการปวดเมื่อยที่กระบอกตาขวาในช่วงนี้

ดีที่ได้นอนพักมากกว่าที่ผ่านมาสักหน่อย เสร็จจากนี้แล้วคงได้คิดวางแผนเพื่อปรับชีวิตให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้งแน่นอน

ผลสุขภาพ

ถ้าสามารถเริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยระยะทางสิบกิโลได้หละก็ วิเศษที่สุด แต่เมื่อความพร้อมยังไม่ถึงขีดก็ออกวิ่งด้วยแผนการเดิมไปก่อน ไม่ว่ากัน รุ่งขึ้นเป็นวันที่จะไปตรวจสุขภาพเต็มรูปแบบอย่างที่เคยตรวจเมื่อสามปีที่แล้ว

ผลการตรวจก็มีสูงขึ้นต่ำลงบ้างคละกันไปแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขาดเพียงระดับกรดยูริกในเลือดที่ยังเกินอยู่ ดีที่แม้จะเกินก็ยังเกินในระดับที่ลดลง อีกเรื่องที่ติดใจก็คือตาชั่งที่โรงพยาบาลจะได้เห็นตัวเลขสูงกว่าน้ำหนักที่ชั่งเองที่บ้านถึงสองกิโลเลย

สิ่งสำคัญของการตรวจครั้งนี้คือการวิ่งสายพาน สามารถวิ่งผ่านไปเต็มสิบนาทีอย่างทุลักทุเล ได้รู้ตัวอย่างแน่ชัดแล้วว่าความฟิตของร่างกายยังไม่ถึงระดับเลยจริงๆ เข้าใจได้ในทันทีว่าเป็นเพราะการออกกำลังที่ทำเป็นประจำนั้นยังไม่หนักพอ เรื่องนี้คงต้องการการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เลยทีเดียว

ต่อมาก็ออกวิ่งตามปกติโดยเลือกระยะห้ากิโลเพื่อเริ่มต้นหลังจากที่หยุดไปหนึ่งวัน และวันพุธก็กลับสู่แผนเดิม ส่วนที่เห็นว่าวันพฤหัสสามารถทำระยะได้ถึงสิบกิโลนั้นเป็นความบังเอิญในตอนที่กำหนดแผนการวิ่งเกิดสะดุดจากเจ็ดร้อยแคลอรี่เป็นแปดร้อยแคลอรี่โดยไม่รู้ตัว และเมื่อคิดว่าถึงเป้าหมายแล้วกลายเป็นว่าต้องวิ่งต่อไปอีกหนึ่งร้อยแคลอรี่ รู้สึกแปลกใจอยู่แล้วว่าทำไมไม่มีเสียงขานความคืบหน้าอย่างที่เคย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วจึงวิ่งต่อไปจนถึงสิบกิโลเสียเลย ฉลองที่ได้ออกกำลังครบสี่ปีเรียยร้อยแล้วก็ได้

ส่วนเช้าวันศุกร์เป็นอันหยุดไปเพราะรู้สึกว่าได้นอนไม่เต็มที่เนื่องจากมีอาการหิวจัดหลังการควบคุมมื้อเย็นมารบกวนจนต้องลุกขึ้นมาตอนเที่ยงคืน ไม่ได้ลุกขึ้นมาเฉยๆ แน่นอน ยังเปิดกล่องขนมปังกรอบมากินเสียหลายแผ่น มาปิดสัปดาห์ให้เรียบร้อยได้ในเช้าวันเสาร์

ตลอดสัปดาห์ได้พยายามควบคุมมื้อเย็นและหลังจากนั้นมากเป็นพิเศษ เพราะรู้ดีว่านั่นคือสาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ลง ผลจากการตรวจสุขภาพก็ไม่มีอะไรให้หนักใจเกินไปนอกจากน้ำหนักที่ชั่งได้ด้วยตาชั่งของโรงพยาบาล ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้ก็ลงมาอยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบหกกิโลแล้ว

ผลการอัลตราซาวน์ช่องท้องได้ผลของถุงน้ำดีที่ค่อนข้างดี ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนิ่ว อย่างไรก็จะต้องไม่สนุกปากจนทำให้เกิดผลร้ายกับระบบต่างๆ ในช่องท้อง

แผนการใหม่ๆ ยังไม่มีสำหรับวันข้างหน้า คิดว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอาหารการกินแต่ละมื้อให้พอดีโดยเฉพาะมื้อเย็นและหลังจากนั้น…

ไม่เข้าที่เข้าทาง

อาการไม่ดีตั้งแต่เริ่มสัปดาห์ ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้อ่อนเพลียเสียขนาดนั้น เลยขอนอนต่อไปก่อนในวันที่อดล้างพิษหนึ่งวันอีกสัปดาห์ แน่นอนว่าเช้าต่อมาก็จะไม่ได้ออกวิ่ง แถมยังต้องรีบตื่นแต่เช้ามืืดเพราะต้องเดินทางไปทำธุระที่ชลบุรี และสิ่งที่เป็นผู้ช่วยให้การขับรถทางไกลราบรื่นก็คือกาแฟ

แต่ก็ยังไม่ได้ดื่มทันทีในตอนเช้า เป็นการเทผงกาแฟสตาร์บัคเอสเปรสโซโรสต์ที่เหลือทั้งหมดลงชงแบบเพรสแล้วบรรจุลงกระบอกเก็บความร้อนไว้ดื่มระหว่างทาง ส่วนขากลับยังแวะซื้อเอสเปรสโซร้อนจากในปั๊มที่แวะล้างหน้าให้สดชื่นก่อนกลับ โดยใจก็เกรงอยู่ไม่น้อยว่าการกินกาแฟตอนบ่ายสองอาจทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดี

และก็เป็นตามนั้น เช้าวันอังคารเลยขอนอนตื่นสาย อดวิ่งไปอีกวัน แต่ก็ได้ออกไปเผาผลาญพลังงานด้วยการเลือกซื้อหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติแทน ตกบ่ายแก่ๆ ก็แวะทานมื้อเที่ยงที่ร้านสเต๊กที่มีบุฟเฟต์สลัด ควบสองมื้อไปเลย

กลับมาออกวิ่งในเช้าวันพุธแบบไม่ค่อยพร้อมสักเท่าไหร่ สังเกตพบด้วยว่าหลายวันที่ผ่านมาคุณภาพการนอนไม่ค่อยดี เช้านี้จึงขอวิ่งสั้นไว้ก่อน อย่างน้อยก็ได้วิ่งแล้วกัน และเช้าต่อมาก็มีอาการของข้อที่ตามมารบกวนหลายวันแล้วสกัดอีกหนึ่งเช้า

พอจะเข้าที่เข้าทางในสองวันที่เหลือของสัปดาห์ ก็สะสมระยะทางไปตามอัตภาพ

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าดูเหมือนการอดล้างพิษหนึ่งวันจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ เพราะหลังจากนั้นยังมีบุฟเฟต์สลัดในบ่ายวันอังคาร ต่อด้วยมื้อค่ำในวันพุธที่จิตตกด้วยอาการเมื่อยขบข้อเท้าเรื้อรังมาหลายวัน ตามด้วยบุฟเฟต์สุกี้ในเที่ยงวันรุ่งขึ้น ผลคือตัวเลขแปดสิบหกกิโลครึ่งเหมือนเดิม

ใจจริงก็อยากจะปรับลดมื้อเย็นเป็นลำดับแรก ก็ยังมีปัจจัยให้ยังไม่สำเร็จ แผนต่อไปคือไปตรวจสุขภาพสักหน่อย ผลออกมาคงช่วยให้คิดอ่านอะไรเพื่อสุขภาพได้บ้างกระมัง…