ส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่

เหลืออีกเพียงสี่วันก็จะหมดเดือนหมดปีกันอีกแล้ว แต่ยังเหลือการแข่งกันสุดท้ายอยู่อีกหนึ่งการแข่งขัน เป็นการแข่งขันที่มีความหมายอย่างยิ่ง

เพราะตั้งแต่เริ่มก็ดูเหมือนจะไม่มีอนาคตเสียเท่าไหร่เพราะเกาต์กำเริบตามมารบกวนอีก พออาการทั้งหมดดีขึ้นก็ริเริ่มเพิ่มการวิ่งตอนเย็นอีก ทำให้สามารถไต่ขึ้นมาจากลำดับที่ไม่อยู่ในหน้าแรก มาอยู่ในหน้าแรกได้ จากนั้นก็ค่อยไล่ขึ้นมาทีละขั้นจนสามารถยืนอยู่ที่ลำดับที่สองได้สำเร็จ

Before the end of 2008

ความภูมิใจไม่จำเป็นต้องมาเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันเสมอไป แต่สามารถเก็บเกี่ยวระหว่างทางได้ตลอดเวลา

ความมุ่งมั่นตั้งใจนั้นส่งผลให้สถิติรวมของเดือนธันวาคมผ่านหลักสองร้อยกิโลเมตรได้อีกครั้งหลังจากช่วงต้นปี

Summary 200812

วันสุดท้ายของปีก็วางแผนว่าที่เหลืออีกสี่วันในสัปดาห์นี้จะวิ่งห้ากิโลเมตรเช้าเย็นจนถึงวันศุกร์แล้วปิดท้ายด้วยสิบกิโลในวันเสาร์ เอาเข้าจริงพอล่วงเข้าสู่วันปีใหม่ก็เลือกที่จะหยุดพักไปเสียสองวันแทน กลับมาวิ่งได้อีกครั้งในเช้าวันเสาร์ และยังสามารถเก็บกวาดห้องทำงานได้ตามที่ตั้งใจไว้ แม้จะผลัดผ่อนมาหลายครั้งแล้วก็ตาม

สถิติของสัปดาห์แรกของปีใหม่ก็พอสมพอควรตามอัตภาพ

Summary Week 200901

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้ปริ่มๆ แปดสิบเก้ากิโลขึ้นไปเสียแล้ว แปลกใจว่าทำไมเมื่อวันศุกร์ที่ออกไปข้างนอกก็สามารถสวมกางเกงขายาวได้สบาย แต่เช้านี้กลับได้ผลการชั่งในแนวโน้มที่จะขึ้นเสียอย่างนั้น

ยังคงมีแผนสำหรับซื้อตาชั่งใหม่ในปีนี้อยู่ในใจ ส่วนแผนการทำน้ำหนักก็ยังไม่รู้จะทำอะไรดีเพราะตลอดปีที่แล้วพยายามเท่าไหร่ก็ได้ผลคือหัวปีท้ายปีน้ำหนักเท่าเดิม

มีแผนจะวิ่งตอนเย็นให้เป็นปกติ มีแผนจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงมากขึ้น มีแผนจะดูแลโภชนการ แผนต่างๆ มากมาย แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลอย่างไร

รู้อย่างเดียวว่าต้องเดินหน้าเต็มที่เท่านั้นเอง…

สรุปภาพรวมการออกกำลังในปี ๕๑

เริ่มต้นปี ๒๕๕๑ ด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าปีนี้จะต้องลดน้ำหนักให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม ตั้งเป้าหมายเอาไว้อย่างดีว่าถึงสิ้นปีจะต้องลดให้เหลือแปดสิบกิโลถ้วนๆ ให้ได้

Monthly Summary of 2008

เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ปีที่ผ่านไปนี้ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย พยายามปรับแผนอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักลงไปให้ได้ตามเป้าหมาย

มาดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างปีกันก่อน

แม้ว่าช่วงสี่เดือนแรกจะสามารถทำระยะทางได้เต็มที่ถึงกับเกินสองร้อยกิโลเมตรทุกเดือน แต่ก็มีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับตัวเซนเซอร์ที่อยู่ในรองเท้าอยู่เนือง ลักษณะของปัญหาคือความเร็วที่อ่านได้เป็น –.– ทำให้วิ่งเท่าเดิมแต่กลับไม่ได้ระยะทางเหมือนเดิม พยายามสังเกตว่าสาเหตุของปัญหาอยู่ที่ไหนมาตลอด จะกระทั่งปลายเดือนเมษายนจึงตัดสินใจซื้อชุดเซนเซอร์ชุดใหม่มาลองใช้งานดู ผลก็คือยังคงแปลกๆ อยู่เหมือนเดิม

พอมาถึงเดือมิถุนายนก็ได้เพื่อนเก่าอย่างเกาต์กลับมาทักทาย ทำให้ต้องหยุดวิ่งไปหลายวัน ยิ่งเดือนกรกฎาคมยิ่งวิ่งได้น้อยลงไปอีก แต่ก็ยังมีอะไรดีๆ เปลี่ยนเข้ามา

มีเพื่อนสมาชิกที่เว็บสยามพ็อดมาแนะนำอุปกรณ์สำหรับหนีบตัวเซนเซอร์ไว้กับเชือกผูกรองเท้า สำหรับผู้ที่ใช้รองเท้าที่ไม่มีหลุมเฉพาะในการวางตัวเซนเซอร์ พิจารณาอยู่หลายวันก็ตัดสินใจต้องลองซื้อมาใช้งานดู เพราะหลังจากที่ได้สังเกตที่มาของปัญหาวิ่งไม่ได้ระยะทาง ก็ยังเหลือเพียงรองเท้าเท่านั้นที่ยังไม่ได้ลองเปลี่ยนดู จะให้ลองก็คงไม่ไหวเพราะราคาไม่ใช่น้อย อุปกรณ์เสริมนี้น่าจะช่วยได้อีกแรง

ทันทีที่ได้ทดลองใช้งานดูก็พบว่าความเร็วในการวิ่งสามารถอ่านได้สม่ำเสมอและต่อเนื่องอย่างที่ควรเป็น เป็นไปได้ว่าสภาพของรองเท้าที่ใช้งานมานานคงมีผลต่อการอ่านสัญญาณของตัวเซนเซอร์ที่อยู่ในนั้น จึงตัดสินใจเปลี่ยนเอาเซนเซอร์ตัวแรกที่ยังคงสมบูรณ์อยู่กลับมาใช้งานต่อไปอีก

มีจุดสังเกตได้อีกอย่างหนึ่งว่าความเร็วก่อนนี้ที่บันทึกได้ขณะที่เซนเซอร์ยังอยู่รองเท้าช่วงแรกน่าจะเร็วกว่าปกติธรรมดา เพราะตอนนั้นสามารถทำระยะทางสิบกิโลได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่เมื่อเปลี่ยนเอาเซนเซอร์ออกมาอยู่ที่เชือกผูกรองเท้า ต้องใช้เวลาถึงแปดสิบนาทีเพื่อวิ่งให้ได้สิบกิโล

ปลายเดือนสิงหาคมมีงานใหญ่ของมนุษยชาติคือการวิ่งสิบกิโลเมตรร่วมกันทั่วโลก ทำให้ต้องมีการวางแผนการวิ่งเพื่อให้สามารถวิ่งได้จนจบในวันจริง เพราะตั้งแต่มีอาการเกาต์กำเริบ นอกจากจะไม่ค่อยได้วิ่งแล้ว การวิ่งแต่ละครั้งก็ไม่ได้ทำระยะทางได้มากนัก พอสามารถวิ่งได้จนครบสิบกิโลก็ได้กำลังใจกลับมาไม่น้อยเลย

ระหว่างนี้ก็ยังมีอาการเกาต์กำเริบอยู่เนืองๆ เช่นกันทำให้ระยะทางรวมของเดือนหดหายไปไม่น้อยเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

มาถึงเดือนธันวาคมก็เริ่มต้นเดือนด้วยเกาต์กำเริบเช่นเคย พอจะกลับมาวิ่งเจ้าเซนเซอร์ตัวแรกก็เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรก (แบตเตอรี่จะหมดแล้ว) ทีแรกก็ยังไม่อยากเชื่อ ตั้งใจว่าจะวิ่งจะหมดเดือนค่อยเปลี่ยนเอาตัวใหม่ที่ใช้อยู่ระยะหนึ่งมาแทน กลายเป็นว่าสองวันให้หลัง เซนเซอร์ตัวแรกก็หลับสนิท ทำให้ต้องรีบถอดรองเท้าเพื่อเปลี่ยนเอาเซนเซอร์ชุดใหม่มาใช้ทันที

ประจวบกันนึกสนุกที่ห่างเหินการแข่งขันไปเสียนาน จึงเลือกเข้าร่วมการแข่งขันประเภทส่งท้ายปีเก่า บวกกับต้องการเผาผลาญพลังงานในแต่ละวันให้มากขึ้นจึงเพิ่มการวิ่งในช่วงเย็นอีก ทำให้ทำระยะทางสะสมได้มากขึ้น และบอกได้เลยว่าติดใจการวิ่งตอนเย็นไม่น้อยเลยเหมือนกัน

พอจบปี ในระบบของไนกี้พลัสมีการสรุปข้อมูลให้ด้วย แม้วันที่วิ่งได้ไกลที่สุดควรจะเป็นสิ้นเดือนสิงหาคมในวันที่ร่วมวิ่งสิบกิโลเมตรเพื่อมนุษยชาติ แต่หน้าสรุปนี้กลับรายงานเป็นวันต้นเดือนเสียอย่างนั้น

Rundown 2008

ดูแล้วสนุกไปอีกแบบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบดูสถิติอย่างเรา…

งานเลี้ยงเริ่มแล้ว

เทศกาลปีใหม่มาพร้อมกับอาหารมื้อใหญ่อีกหลายมื้อ เผลอเมื่อไหร่เป็นต้องมานั่งเซ็งเพราะน้ำหนักขึ้นไป มีความสุขชั่วคราวกับอาหารมื้อนั้นแล้วมานั่งเศร้าใจเวลาชั่งน้ำหนัก มันไม่คุ้มกันเลย

อย่างที่เล่าค้างไว้สัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นในมื้อกลางวันอีกสามวันต่อมาต้องมีวาระพิเศษที่ล้วนเพิ่มน้ำหนักตัวได้ทั้งนั้น จึงตั้งใจไว้อย่างดีว่าการวิ่งตอนบ่ายต้องมีต่อไปอย่างต่อเนื่อง จะมีบ้างก็บางวันที่มีเหตุจำเป็นจริงๆ

ผลรวมของสัปดาห์จึงทำสถิติใหม่อีกครั้ง

Summary Week 200852

แต่ที่น่าพิศวงงงงวยก็คือน้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้า เพราะนอกจากจะไม่ลดลงแล้ว ยังวิ่งเล่นอยู่แถวๆ แปดสิบเก้ากิโลอีกครั้งจนได้ สงสัยผลกระทบจากมื้อพิเศษตลอดสัปดาห์นั่นกระมัง

จำเป็นต้องปลงเพราะไม่รู้จะทำให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร กินมากก็ต้องออกกำลังกายให้มา พอกินเข้าไปพอๆ กันกับที่ใช้ด้วยการออกกำลัง ผลลัพธ์ก็คือน้ำหนักตัวที่ไม่เพิ่มและไม่ลดลงอยู่นั่นเอง

จึงปลอบใจตัวเองว่าอย่างนั้นก็มีความสุขกับการกินในช่วงปีใหม่นี้ต่อไปอีกหน่อยก็แล้วกัน และต้องออกกำลังกายให้มากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วยอย่างเต็มใจ

ดูกันว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป…

เริ่มแผนเสริม

เริ่มต้นสัปดาห์นี้พร้อมแผนเสริมในหัว ปกติวันหลังจากวันที่อดล้างพิษจะแทบไม่ได้ทำอะไรสักเท่าไหร่ เหมือนกับจะให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวอีกหน่อย แต่จันทร์นี้เริ่มออกวิ่งตอนบ่ายแก่ๆ เป็นระยะทางห้ากิโลเมตรเลยทันที

แผนการวิ่งของสัปดาห์นี้ก็คือเพิ่มการวิ่งตอนบ่ายวันละห้ากิโลอีกช่วงหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพิ่มระยะทางสะสมของเดือนเพื่อชดเชยวันที่หยุดไปในช่วงต้นเดือนเสียหลายวัน แต่ผลที่ได้ตามมาก็คือสามารถเผาผลาญในวันนั้นได้มากขึ้นอีกด้วย

ทำให้สถิติประจำสัปดาห์สูงโด่งไปอย่างนี้

Summary Week 200851

มาดูกันว่าสถิติรายวันก็ดูสนุกสนานได้อย่างนี้

Daily Week 200851

ในวันเสาร์ตั้งใจวิ่งให้เต็มสิบกิโลเลยตั้งแต่เช้า ส่วนเช้านี้สงสัยคงเป็นเพราะตื่นเช้ามา พอออกวิ่งไปได้สักพักก็รู้สึกหมดแรงจนตัดสินใจหยุดวิ่งหลักจากระยะทางถึงห้ากิโลเมตรไปแล้ว

ได้วิ่งตอนเย็นด้วยแบบนี้รู้สึกติดใจแล้วเหมือนกัน ตั้งใจว่าจะวิ่งอย่างนี้ไปจนหมดเดือน เพื่อชดเชยระยะทางที่ขายหายไป หวังว่าเดือนใหม่ปีใหม่จะสามารถวิ่งแบบนี้ได้อีก

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้แบบคร่าวๆ ได้ผลอยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบแปดกิโลได้เป็นที่เรียบร้อย มื้อดึกยังคงมีอยู่บ้าง หวังว่าเมื่อสามารถเพิ่มการเผาผลาญต่อวันได้แล้ว น้ำหนักตัวจะมีแนวโน้มค่อยๆ ลดลงบ้าง

แม้วันนี้จะตั้งใจอดล้างพิษอีกหนึ่งวัน พอตกเย็นมีผู้ใหญ่มาเยี่ยมถึงบ้าน ทุกปีที่ท่านมาจะมีของกินติดมือมาด้วยเสมอ จะเก็บไว้ก็คงไม่เหมาะ จึงจะเป็นต้องหยุดอดเพื่อลดปริมาณอาหารที่จะเหลือ จำเป็นต้องกินยาให้ช่วยคุมระดับกรดยูริกในเลือดเสริมเข้าไปอีกสองเม็ดด้วย และคงต้องกินต่อไปอีกหลายวันเพื่อคุมไว้ ไม่อยากให้มีอาการตามมาจนต้องพักยาวอีก เดี๋ยวจะเสียงาน

ชาเขียวใบหม่อน ๒

สายวันนี้ได้แวะไปงานศิลปาชีพที่สวนอัมพรอีกครั้ง ความตั้งใจคืออยากอุดหนุนผักปลอดสารของโครงการหลวงแม้ปกติก็นิยมแวะเวียนไปที่ร้านโครงการหลวงอยู่เนืองๆ แต่สวนอัมพรอยู่ใกล้บ้านกว่าเยอะ

เดินเข้าไปห้องประชุมก็จะพบกับผลงานของมูลนิธิศิลปาชีพ มีตั้งแต่ผ้าไหม ดอกไม้ประดิษฐ์ ไม้แกะสลัก งานเซรามิก หมอน กระเป๋า และสังเกตได้ว่าหมอนแบบที่ซื้อมาจากงานเมื่อปีที่แล้วไม่มีวางขายในปีนี้ ที่ซื้อมาครั้งนั้นก็มีเพียงสองใบเท่านั้นเองด้วย

จากนั้นก็เดินลงมาที่ลานข้างห้องประชุมเพื่อเข้าไปเลือกซื้อผักปลอดสารพิษ แรกทีเดียวนึกว่าจะไม่ได้อะไร เอาเข้าจริงได้ชาเขียวใบหม่อนจากเชียงรายที่เคยตะเวนหาซื้อในกรุงเทพเท่าไรก็ไม่มีมาอีกจนได้ หลังจากที่ซื้อได้ในงานนี้เมื่อปีที่แล้วในราคา 35 บาท ก็ต้องกลับมาซื้อในงานนี้อีกครั้ง แม้ปีนี้จะขึ้นราคาเป็น 40 บาทก็ตาม แต่ด้วยรสชาติของชา ต้องบอกว่ายอมลงทุน

สงสัยคงต้องเขียนปฏิทินประจำปีเอาไว้ว่าชาเขียวใบหม่อนนี้ต้องมาซื้อในงานนี้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นคงต้องไปให้ถึงเชียงรายด้วยตัวเอง

และแน่นอนว่าวันนี้ได้ผักปลอดสารพิษ ข้าวเกรียบอร่อยๆ และได้กาแฟคั่วบดจากภาคเหนือมาด้วย

บอกกับตัวเองว่าต้องแวะกลับไปอีกก่อนหมดงานในวันที่ 28 ธันวานี้

a silent scream from inside.