บ่นเรื่องการแต่งตัวของผู้หญิงสมัยนี้

เห็น blog นี้เลยไปคุยไว้นิดหน่อยครับ ➡ …..ภาพวันเสาร์ บอกสาว ๆ ว่าอย่าก้มจนเกินเหตุจะไม่งาม…..

ผมเห็นว่าผู้หญิงสมัยนี้แต่งตัวเพื่ออวดโฉมโนมพรรณของเธอกันอย่างเต็มที่เลยครับ ไม่สนใจเลยว่าจะเหมาะสมหรือไม่ ขอให้ได้อวดเป็นพอใจ

เสื้อก็คอกว้างคว้านลึก แต่เดินตัวตรงก็อวดเนินและร่องอกกันเห็นๆ

ส่วนกางเกงก็เอวต่ำสุดๆ แม้ไม่ก้มไม่เงยก็ปล่อยให้ขอบกางเกงในตัวเองออกมาอวดเสียอย่างนั้น

ถ้าเป็นกระโปรงจะสั้นมาก ผมเป็นว่ามันเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพวกเธอมากเลย จะนั่งจะก้าวเดินก็พาลจะอนาจารทุกเวลา พวกเธอไม่คิดบ้างหรือว่ากระโปรงสั้นขนาดนั้นจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพวกเธอตกต่ำจนไม่ผ่านการประเมินผลได้เหมือนกัน

เสรีภาพบ้านเราไม่ได้มาพร้อมกันหน้าที่พลเมือง กระทรวงศึกษามัวแต่ปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัวกันอยู่ ไม่มีเวลาสนใจเรื่องพวกนี้หรอก

ลืมเป้าหมายแล้วหรือ?

ผมลืมเป้าหมายระยะสั้นไปแล้วหรือนี่ ไหนว่าจะลดให้เหลือเก้าสิบกิโลภายในเดือนแรกไง ที่ไหนได้เช้านี้ชั่งแล้วน้ำหนักขึ้นไปอีก อยู่ที่เก้าสิบสองกิโลแล้ว หลังจากวันตรุษจีนผ่านไป

ลำพังมื้ออาหารหลังการไหว้บรรพบุรุษทันทีนั้นไม่ใช่เหตุ แต่มื้อหลังจากนั้นต่อมาสิ เพราะยังเหลือทั้งอาหารคาวและหวานอีกมากมายที่เก็บอยู่

แผนการออกกำลังของสัปดาห์นี้ผ่านการไตร่ตรองอย่างหนักเหมือนกันเพราะรู้แล้วว่าต้องขาดวันพุธไปหนึ่งวัน แต่พอเริ่มสัปดาห์เท่านั้น ฝนก็ตกเอาจนไม่สามารถออกกำลังได้ตั้งแต่วันอาทิตย์

ทำให้เหลือวันที่ออกำลังได้เพียงห้าวันเท่านั้นเอง จึงตั้งใจอย่างดีว่าจะวิ่งให้ได้วันละสิบกิโลเลย เพราะหวังว่าจะชดเชยวันที่ขาดสองวันนั้นได้

เช้าวันอังคารก่อนวันไหว้อากาศเย็นเป็นใจอย่างดี ช่วยให้ทำความเร็วได้จนเป็นสถิติใหม่อีกครั้ง และตลอดทั้งสัปดาห์สะสมระยะทางได้เข้าเป้า

080205 - 10K in 56.45 Summary Week 200806

แต่น้ำหนักไม่ลด แถมยังขึ้นเสียอีก

มีสาเหตุหนึ่งเกิดจากความพยายามจะควบคุมมื้อเย็น ลดปริมาณมื้อเย็นลง กลายเป็นว่าพอค่ำหน่อยก็ต้องเดินไปเปิดตู้เย็นตู้กับข้าวจนได้ เป็นอย่างนี้อยู่สองวัน คงจะทำให้พลังงานที่รับเข้าไปยังเกินกว่าที่ใช้ออกไปไม่น้อยเลย

แถมการวิ่งวันละสิบกิโล แม้จะรู้สึกดีมาก แต่หัวเข่าเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้วเหมือนกัน เริ่มมีอาการเมื่อยล้าทำให้กลัวไปถึงว่าอาจจะบาดเจ็บได้ หากสัปดาห์หน้าสามารถวิ่งได้ปกติทุกวันแล้ว คงต้องลดระยะทางในวันธรรมดาลงสักหน่อย

เป้าหมายของเดือนแรกจะต้องเลื่อนมาเป็นเดือนที่สองนี้โดยปริยาย หากไม่มีความคืบหน้า เป้าหมายปลายปีนี้ที่แปดสิบกิโลคงจะเลือนลางลงไปเรื่อยๆ

แววตาของเวลา

ทิพยเนตร แห่งวินาที จ้องภาษาตาไปพูดกับดวงดาว ดูราวผู้อยู่ชั่วนิจนิรันดร์ บนหลืบผาสูงนั้นมีแมงมุมหนึ่ง บรรจงถักรูปนานาบุปผชาติเบิกบานแย้มไว้กลางใย กระทั่งราชินีแห่งแมลงปีกสีทอง และผีเสื้องามทั้งหลายต่างหลงใหล บินมาติดใยตายมากมาย แมงมุมตะกรุมตะกรามกินทั้งเหลือเป็นอาหารสำรองไว้อีกมากมาย จนเพื่อนแมงมุมอื่นๆ ยกย่องเป็นเศรษฐี

มันรำพึงว่า ฮะฮ้า แมงมุมเอ๋ย ถ้าหากเจ้าถักรูปถุงทองคำไข่มุกเพชรมณีไว้กลางใย หมู่มนุษย์จะหลงใหล มาติดใยล้มตายลง เสมือนแมลงเป็นมั่นคง เราจะลองดูไหมล่ะ

แมงมุมเฒ่าห้าม อย่า เราจงเลิกใช้วิธีเช่นนั้น อย่าหลอกลวงใคร ดอกไม้ล่อต่อหน้า แล้วเอาเขี้ยวขย้ำข้างหลัง เสียความงามแห่งวิญญาณ อย่าเอาความดีเป็นทาสรับใช้ความชั่วเลย ตราบกาลอวสานแมงมุมและบางเหล่าสัตว์เดรัจฉานเชื่อฟัง

แต่บังเอิญชาวป่าดึกดำบรรพ์หมู่หนึ่ง ได้ยินคำสนทนาของเดรัจฉานเหล่านั้น ชาวป่าเถื่อนดึกดำบรรพ์รู้สึกจับใจในความเฉลียวฉลาดของแมงมุม จึงเก็บสิ่งบาปกลอุบายนั้น มาทะนุถนอมเป็นสมบัติในนิสัยสืบโคตรตระกูลมนุษย์ มาตราบเท่าทุกวันนี้

กวีนิพนธ์ ‘แววตาของเวลา’ โดยอังคาร กัลยาณพงศ์

ชาเขียวใบหม่อนขุนแตะ

ชาเขียวใบหม่อนขุนแตะ

ผลิตจากใบหม่อนที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ

สรรพคุณ: ช่วยลดความดัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ช่วยเสริมธาตุแคลเซียมและกรดอะมิโน

วิธีใช้: ชงดื่มได้คลอดวัน

ผลิตโดย: โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โทร. 07-1728533

บรรจุ 50 กรัม

ราคา 35 บาท

—–
ชาเขียวใบหม่อนนี้ซื้อมาจากร้านค้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 ณ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 51

อยู่ๆ ก็เพี้ยนไป

สัปดาห์นี้เริ่มต้นไม่ค่อยสวยเสียเท่าไหร่ เพราะคืนวันเสาร์เกิดตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับแล้ว จึงตัดสินใจนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ราวสองชั่วโมง เข้าไปนอนต่อสักพักก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำภารกิจประจำอีก ในที่สุดก็ไม่ได้ออกกำลังเพราะไม่อยากฝืน และต้องนอนเก็บแรงไว้เดินทางไกล กรุงเทพ-หนองใหญ่ ชลบุรี ในตอนเที่ยงอีก ไปกลับในครึ่งวันเพื่องานศพโดยเฉพาะ

การวิ่งจึงเริ่มจริงในวันจันทร์ต่อมา ก็พยายามปรับแผนให้สถิติตลอดสัปดาห์ยังพอจะเทียบกับสัปดาห์ก่อนได้ แต่ก่อนจะจบสัปดาห์ก็จบเดือนมกราคมปีใหม่นี้ไปอย่างรวดเร็วในวันพฤหัสบดี

สถิติของเดือนมกราคมนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว เพราะสามารถออกกำลังได้ต่อเนื่อง หยุดไปเพียงไม่กี่วัน

Summary 200801

พอเริ่มวันศุกร์เป็นเดือนใหม่ ก็คิดอยากจะเริ่มต้นด้วยระยะสิบกิโลเมตรเสียหน่อย วิ่งไปวิ่งมาระยะทางไม่ก้าวหน้าอย่างผิดสังเกต อุตสาห์ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังรับเดือนใหม่นะนี่ กลายเป็นว่าหนึ่งชั่วโมงวิ่งได้แค่แปดกิโล หายไปตั้งสองกิโล งานนี้มีลุย

จึงตัดสินใจกู้ระบบในไอพ็อดกลับไปเหมือนตอนออกจากโรงงาน เป็นการล้างเครื่องนั่นเอง จากนั้นจึงเริ่มกันใหม่ในวันเสาร์

เริ่มต้นด้วยความกังวลว่าเจ้าตัวเซนเซอร์จะมีปัญหา จึงต้องฉวยเอาไอพ็อดมาคอยดูข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ระยะสองกิโลแรกก็ออกจะน่าเป็นห่วง จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อสังเกตการทำงานอีก จนเลยระยะสี่กิโลไปพร้อมกับช่วงเพลงประกอบการวิ่งเปลี่ยนจังหวะ ณ เวลาที่กำหนด เป็นอันว่าเข้าใกล้สถานการณ์ปกติแล้ว จึงรักษาความเร็วเอาไว้ให้สม่ำเสมอ

ดีที่อากาศเช้าวันเสาร์ที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านหน้าบ้านจะไม่ค่อยมีควันรถรบกวน จึงไม่รู้สึกแย่เหมือนวันอื่นๆ ระหว่างสัปดาห์ ในที่สุดก็สามารถทำสถิติใหม่ให้กับระยะทางสิบกิโลด้วยเวลาไม่ถึงห้าสิบเก้าวินาที

080202 - 10K in 58.26

ยังคงต้องสังเกตอาการของเซนเซอร์ต่อไปอีก อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเลย ยังไม่อยากเสียเงิน แถมน้ำหนักก็ยังไม่ยอมลดจากเก้าสิบเอ็ดกิโล ยิ่งต้องการการเผาผลาญไขมันอีกไม่น้อย แต่ระหว่างสัปดาห์ยังอิ่มหนำกับมื้อเย็นอยู่ไม่ยอมเปลี่ยน

อย่าปล่อยให้ความกังวลทั้งหลายมากดดันก็แล้วกัน เดี๋ยวต้องกลับสู่วังวงเดิมๆ อีก

a silent scream from inside.