ช่างผิดกันราวฟ้ากับเหว

นั่งดู “คนดีที่โลกรอ หมอโฮจุน” วันนี้ได้ความว่า สมัยก่อนโฮจุนเองก็เคยทำเรื่องผิดกฏหมายที่บ้านเกิด ผมเพิ่งมาดูทีหลังจึงไม่ทราบว่าแล้วโฮจุนรอดการจับกุมมาได้อย่างไร นั่นเป็นเรื่องเมื่อกว่าสิบปีมาแล้ว

หลังจากนั้นโฮจุนก็มุ่งมั่นศึกษา เล่าเรียน และฝึกฝนวิชาการแพทย์ในอีกเมืองหนึ่ง เนื่องจากได้อาจารย์ดีช่วยขัดเกลาทั้งความรู้และคุณธรรม ปัจจุบันจึงได้หมอโฮจุนเป็นหมอหลวงประจำหน่วยแพทย์ชุมชน ความสามารถไม่เป็นสองรองใคร ความรักในการรักษาผู้ป่วยด้วยใจมุ่งมั่นไม่มีที่ติ

มาวันนี้คนที่รู้เรื่องราวเมื่อสิบปีก่อนนั้นกำลังจะมาเอาเรื่องอีก ได้ยินหมอผู้อาวุโสในหน่วยแพทย์ชุมชุนพูดกับโฮจุนหลังจากฟังความจริงทั้งหมดด้วยตัวเองแล้วน่าประทับใจ

หมอแกว่า “เรื่องในอดีตที่ผ่านมานั้น ไม่สนใจ เรื่องในปัจจุบันนี้ เห็นแล้วว่าโฮจุนมุ่งมั่นในการักษาผู้ป่วยขนาดไหน เรื่องเก่าๆ ก็ไม่น่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีก”

ช่างผิดกับเรื่องเมื่อวานราวฟ้ากับเหว

มีวานนี้ศาลฎีกาตัดสินประหารชีวิตนายทหารสัญญาบัตรนายหนึ่ง ฐานร่วมกันทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาม นี้เป็นการตัดสินขั้นสูงสุดแล้ว นายทหารผู้นี้ยังคิดจะถวายฎีกาถึงในวัง อ้างถึงหน้าที่การงานที่เคยทำในอดีตว่ามีคุณงามความดีมากพอจะละเว้นโทษตายได้

ช่วงไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียนี่กระไร หากใครคิดเห็นเป็นช่องทางให้ฎีกานั้นเข้าไปในวังจริง ผมขอสาบแช่งให้มันถึงแก่วิบัติในทันที

ก่อนนี้ก็เคยมีกรณีลวนลามพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แต่ได้ลดหย่อนโทษ เหตุเพราะเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชย์มาก่อน จริงแล้วมันต้องเรียกเครื่องราชย์กลับคืน แล้วลงโทษสถานหนักเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่างหาก

มีที่ไหน ริจะเอาสิ่งที่เคยกระทำในอดีตมาล้างความผิดในปัจจุบัน ก่อนจะทำผิดในปัจจุบันทำไมไม่รู้จักคิดหักห้ามใจไม่ให้กระทำ ต้องคิดสิว่าต้องรักษาความดีไว้ด้วยชีวิต

สังคมนี้ถึงคราวต้องฟื้นฟูคุณธรรม จริยธรรม มโนธรรม อย่างสำคัญเป็นลำดับแรกแล้ว…

รักษ์ภาษาไทย

พระบรมราโชวาทในวโรกาส วันพระราชทานปริญญาบัตร ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๒

“ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้ถ้อยคำออกจะฟุ่มเฟือยและไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งการออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เอง เป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเรา ทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้น จึงขอ…ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาซึ่งเป็นอุปกรณ์ และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ…”

ที่มา ประมวลสาระชุดวิชา ๑๒๓๐๕ ศิลปะกับสังคมไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๔๘) หน่วยที่ ๑๔ ศิลปะของภาษา หน้า ๑๙๐ โดยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

นับต่อไป

เช้านี้ยากลำบากมากที่จะพาตัวเองออกจากที่นอน อากาศเช้านี้ช่างเย้ายวนใจให้นอนต่อได้อีกนาน แต่ด้วยกิจวัตรที่สำคัญกว่านอน จึงต้องรีบปฏิบัติ

เสร็จเรียบร้อยก็พร้อมจะขึ้นเขียง เอ้ย…ขึ้นตาชั่งประจำสัปดาห์ ผลออกมาก็คือเข็มชี้ไม่ถึงเก้าสิบห้ากิโลแล้ว ล่าสุดก็สามารถรัดเข็มขัดได้กระชับขึ้น นี่เป็นตัวชี้วัดแบบง่ายตัวหนึ่งที่ใช้อยู่

หลังจากเริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็เดินหน้าน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ก่อนอาหารเป็นอันดับแรก หลักๆ ก็จะได้มื้อเช้าและกลางวัน เพราะพยายามเบาอาหารมื้อเย็นให้มากที่สุดไปด้วยในตัว แต่บางวันก็เอาไม่อยู่ สองวันล่าสุดนี้รับเป็นสลัดเลย

คืนวันอังคารหลังจากอ่านหนังสือเสร็จ จึงเปิดโทรทัศน์ดูก็เป็นอันต้องเกาะติดสถาณการณ์ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ตไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว กว่าจะได้นอนก็ตีสองครึ่ง ท้องที่ร้องเพลงมาร์ชรับอยู่นั้นก็ดลใจเหมือนกันให้สนองภาษิตที่ว่า “กองทัพเดินด้วยท้อง” แต่นี่ไม่ได้เดินไปไหนสักหน่อย

ในที่สุดก็เข้านอนได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เอ้ย…ไม่ต้องเติมอะไรใส่กระเพาะอาหาร ทำได้ดีพอควร รู้สึกได้เลยว่าสัปดาห์นี้ ความจุของกระเพาะอาหารลดลง

แต่จุบจิบระหว่างมื้อกลางวันกับมื้อเย็นยังมีอยู่ ค่อยๆ สังเกตและปรับปรุงไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน เดินหน้าเต็มตัว

It’s Showtime and beyond

หลัง Keynote เช้าวันอังคารที่ 12 กันยาที่ผ่านมา เวลาที่แคลิฟอร์เนีย ผมเข้าไปหลังเวทีเพื่อทักทายพี่ Steve Jobs เช่นเคย ประโยคแรกที่ผมอยากจะถามแกก็คือวันนี้ไม่มี One More Thing หรอกหรือ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะต้องพูดถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ผ่านมาก่อน มันเป็นมารยาท

ผมเริ่มทักทายพี่แกว่า “ผมเดาว่าคุณคงได้รับข้อร้องเรียนจากเจ้าของ iPod shuffle มาแน่เลยว่าเจ้า iPod ของเขาหรือเธอนั้นหายประจำ ในที่สุดคุณก็ต้องให้ทีมออกแบบทำที่หนีบมาให้เลย ลูกค้าจะได้ไม่ต้องห่วงอีกใช่ไหม”

แกยิ้มมุมปากแล้วและเอ่ยว่า “เกลียดจริงนักคนรู้ทัน”

ผมคุยต่อ “ก็แน่หล่ะ คนที่เขาโขมยไป เกิดใช้ไม่เป็นเพราะดันคิดว่าเป็นหมากฝรั่ง พอเปิดออกดูดันไม่มีสักชิ้น จะเอาไปคืนก็ไม่ได้”

แกเสริมว่า “เลยเล่นไปหย่อนไว้ในตู้ไปรษณีย์ พอบุรุษไปรษณีย์เห็นคำว่า ‘Designed by Apple in California’ ก็เลยช่วยส่งกลับมายังบริษัท ทุกวันนี้เลยมี iPod shuffle มากมายในแผนก ‘Lost & Found’ ที่ campus”

ผมแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เราคุยกันได้อีกหน่อย ผมก็ยิงคำถามสุดท้ายที่เตรียมไว้ในใจ “ทำไมวันนี้ไม่มี One More Thing… หล่ะ ทุกคนชอบมันมากเลยนะครับ”

แกทิ้งท้ายไว้น่าสนใจว่า “วันนี้ยังไม่มีครับ แต่เวลาเดียวกันนี้ อีกเจ็ดวัน พอคุณกลับไปบ้านที่กรุงเทพแล้ว คุณรอดู One More Thing… ในโทรทัศน์ที่บ้านคุณได้เลย”

ณ ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าจะมีอะไรให้ประหลาดใจ แต่วันนี้ผมเชื่อแล้วว่าวันที่ 19 เดือน 9 ปี พ.ศ. 2549 มี One More Thing… ที่ผมต้องนั่งดูโทรทัศน์ตามเวลาที่ว่าจนเกือบเช้า

“ประกาศจากฉบับที่ 3/2549…………………….โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง!!!”

อยากให้วงการเพลงไทยเป็นอย่างไร

มีคนมาตั้งกระทู้ถามที่บอร์ดเขียวเรื่อง อยากให้วงร็อคในไทยเป็นแบบไหน เลยไปตอบเสียหน่อย ไม่ตรงคำถามนัก แต่ปรารถนาดี

อยากให้ค่ายเพลงของวงดนตรีสมัยนี้เลิกคิดเรื่องเงินมาเป็นอันดับแรกก่อน

จากนั้นก็เลิกเอาคนที่พอจะแสดงว่าเล่นดนตรีได้มารวมเป็นวงแล้วขาย ขอให้ส่งเสริมนักดนตรีจริงๆ ที่เล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณ แต่ต้องมีฝีมือนะ ไม่ใช่เอาแต่พล่ามว่าจะทำให้ดีที่สุดครับ แต่ไม่มีฝีมือเลย อย่าเอาความพยายามแบบนั้นมาร้องขอความเห็นใจ

จากนั้นก็เลิกบังคับให้คนแต่งเพลงเขียนแต่เพลงตามที่นายทุนต้องการ ต้องส่งเสริมให้นักแต่งเพลงใช้ความสามารถและจินตนาการอย่างเต็มที่ ให้เขาแสดงมุมมองต่อโลกในทุกเรื่อง อย่าคิดแต่เพียงว่าต้องเพลงแบบนั้นเท่านั้นถึงจะขายได้ คนฟังเขาไม่ได้โง่ให้ชักจูงได้ง่ายๆ หากเขาเบื่อเขาก็สามารถเลือกฟังเพลงจากต่างประเทศที่มีความหลากหลายกว่าได้ทันที

จากนั้นหัดจัดเวทีแสดงสดให้นักดนตรีได้พบกับคนฟังมากๆ หน่อย ปกตินักดนตรีอาชีพที่เมืองนอกเขาตะเวนแสดงสดกันทั้งปี แฟนเพลงเขาต้องการฟังของจริง เมื่อเขาพอใจ ยอดขายอัลบั้มจะตามมา แล้วค่อยคิดทำบันทึกการแสดงสดออกมาขายให้คนดูเก็บไว้ระลึกถึง ไม่ใช่เล่นไปรอบเดียว สัปดาห์ต่อไปออก DVD แล้ว ใครได้เงิน นักดนตรีอดตาย

หากจะแก้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องเลิกเอาเปรียบคนฟัง เลิกจับแต่ตลาดวัยรุ่นอย่างเดียว หัดมองผู้ใหญ่คนทำงานบ้าง นั่นคือกำลังซื้อของจริงและยั่งยืน

จะมีใครฟังไหม…