จากอ่อนเพลียไปจนถึงอดล้างพิษ

สัปดาห์นี้เริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก ร่างกายยังคงอ่อนเพลียอยู่ ทำให้หยุดวิ่งไปในเช้าวันอาทิตย์ ต่อมาในเช้าวันจันทร์ก็รู้สึกติดขัดที่ข้อเข่าขวา จึงพักเสียอีกหนึ่งวัน สัปดาห์นี้จึงไม่ได้วิ่งเสียสามวันรวมวันอังคารที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านในสภาพที่ไม่ค่อยตื่นตัวดีนัก

วันที่เหลือของสัปดาห์จึงต้องวางแผนการว่ิงเสียหน่อย เมื่อดูจากระยะทางสะสมของเดือนก็เห็นว่าใกล้จะถึงเป้าหมายที่หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลแล้ว จึงสามารถหยุดพักได้ตามสมควร วันที่เหลือก็วางแผนว่าจะวิ่งให้ได้ระยะทางรวมประมาณสามสิบกิโลก็น่าจะพอ

จึงเก็บระยะทางได้ตามนี้

Summary Week 200917

ยังคงพอมีเวลาเหลือสำหรับเดือนนี้ จึงออกแบบไว้ล่วงหน้าว่าวันอาทิตย์นี้สมควรได้เวลาอดล้างพิษอีกครั้งหนึ่ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้า เข็มตาชั่งวิ่งเล่นไปเกือบถึงเก้าสิบกิโลแล้วจึงสมควรอดล้างพิษตามที่ตั้งใจไว้เพื่อปรับสภาพร่างกายให้กระชับเข้าที่เข้าทางเสียหน่อย และหากเป็นไปได้แผนการอดนี้อาจจะกลับมาอีกทุกเดือน

ส่วนแผนการอื่นๆ ก็ยังคงไม่มีอะไรใหม่ ขอให้ได้ออกกำลังกายตามกำลัง ดูแลควบคุมการกินอาหารตามเหตุปัจจัย นอกจากนี้ก็ยังไม่อยากบีบคั้นตัวเองมากนัก

สงกรานต์ระอุ

สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยการย้ายตัวเซนเซอร์ที่อยู่ในรองเท้าออกมาเหน็บไว้ที่เชือกรองเท้าข้างซ้ายอีกครั้ง หลังจากเฝ้าสังเกตผลการวิ่งได้ความว่าจะมีช่วงหนึ่งของการวิ่งที่ความเร็วตกลงไปอย่างผิดสังเกต พอย้ายออกมาแล้วก็ฉลองด้วยดารวิ่งเสียสิบเอ็ดกิโลเลย ทำให้คิดวางแผนไปว่าสัปดาห์นี้น่าจะสะสมได้สักหกสิบกิโล

แต่เหตุการณ์บ้านเมืองยามสงกรานต์ปีนี้ไม่น่าอภิรมย์ทำให้ต้องคิดติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมกับต้องบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นมาออกวิ่งในสภาพอากาศยามเช้าที่ร้อนระอุขึ้นไปกว่าเดิม เพียงแต่เจ็ดโมงกว่าก็ปาเข้าไปสามสิบองศาแล้ว วิ่งเสร็จก็เหงื่อนโทรมกายเลยทีเดียว

เช้าวันพุธจึงถือโอกาสหยุดเสียหนึ่งวัน ถือโอกาสพักฟื้นเสียหน่อย แต่พอกลับมาวิ่งในเช้าวันพฤหัสก็วิ่งได้เพียงครึ่งทาง แผนการวิ่งของสัปดาห์นี้จึงลดเป้าหมายลงสักหน่อย จะได้ไม่เครียดและไม่หักโหมเกินไป

ผลที่ได้เป็นดังนี้

Summary Week 200916

ร่างกายออกอาการอ่อนเพลียเต็มขั้นตั้งแต่เมื่อวาน มีเริมปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบนด้านซ้าย อันที่จริงก็รู้สึกแปลกๆ มากสักสองสามวันแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าสถานการณ์เพียงแค่นี้จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้าถึงเพียงนี้ ผิดกับการต่อสู้ตลอดปีที่แล้วที่ไม่เคยมีอาการเช่นนี้เลย

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งแบบสลึมสลือก่อนที่ล้มตัวลงนอนต่ออีกสักหน่อย น้ำหนักวิ่งไปอยู่ที่เก้าสิบกิโล คงเป็นเพราะมื้อเย็นที่อิ่มหนำมากไปหน่อยแล้วกระมัง

แผนเร่งด่วนคือต้องรีบโด๊บร่างกายให้ฟื้นทันภารกิจประจำสัปดาห์หน้าที่รออยู่ จึงต้องพึ่งวิตามินซีหนึ่งพันมิลลิกรัมมื้อละสองเม็ดสามเวลาหลังอาหาร บวกกับเข้านอนให้เต็มที่ช่วยอีกแรง

สัปดาห์ต่อไปคงต้องปรับแผนอาหารเย็นให้เบาลงสักหน่อยด้วยอีกทางหนึ่ง

เดินตามแผนเดิม

แผนใหม่ที่จะออกกำลังกายตอนเย็นรูปแบบอื่นก็ยังไม่ได้ลงมือ ที่พอทำได้ก็คือการบังคับตัวเองให้ลุกออกไปวิ่งให้ได้สม่ำเสมอเหมือนเดิมอยู่ แม้จะขาดไปสองวันคือวันอังคารที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านและวันพุธที่ต้องออกเดินทางไปทำธุระที่อำเภอหนองใหญ่ ชลบุรี ก็ยังดีที่สามารถสะสมระยะทางได้วันละแปดกิโลเมตรอยู่อย่างต่อเนื่อง

ผลงานน่าพอใจ

Summary Week 200915

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง ใกล้ถึงเวลาซื้อตาชั่งใหม่แล้ว อีกไม่นานจะได้ถอยตาชั่งดิจิตอลมาใช้งาน

คืนวันอังคารและคืนวันพุธยังคงมีมื้อดึกอยู่อีก อาการเริ่มจะเสพติดให้คืนต่อๆ มาทำอีก แต่ก็พยายามควบคุมตัวเองเอาไว้ให้ได้

ส่วนลูกสำรองก็ยังคงกินอยู่ในช่วงหลังมื้อเช้า และยังไม่มีแผนการอะไรใหม่ ขอเดินตามแผนเดิมไปก่อนก็แล้วกัน

กำจัดศัตรูคู่ครัว

กำจัดศัตรูคู่ครัว

น้ำมันหมูกำจัดแมลงสาบ
เทน้ำมันหมูประมาณ 200 ซีซีลงในขวดแก้วปากกลม ปิดฝาแล้วเขย่าขวดไปมาให้น้ำมันหมูเคลือบให้ทั่วภายในขวด จากนั้นป้ายน้ำมันหมูรอบคอขวดให้ลื่น ยกไปตั้งไว้ในห้องครัวหรือบริเวณที่เห็นเหล่าแมลงสาบแอบมาชุมนุม ทิ้งไว้ 1 คืน แมลงสาบได้กลิ่นน้ำมันหมูจะเฮโลปีนตกลงไปในขวด รุ่งเช้าจึงปิดฝาและนำแมลงสาบตัวร้ายไปจัดการตามใจชอบ

กำจัดแมลงวันด้วยพริก
เสียบพริกแห้ง 5-6 เม็ดหรือวางไว้บนอาหารที่ทำไว้ในครัว ความเผ็ดของพริกจะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้อาหาร

ที่มา คอลัมภ์รอบรั้วบ้าน เรื่อง “ครัวดี ท้องไม่มีร่วง” นิตยสารชีวจิต ฉบับ 252 ปีที่ 11 : 1 เมษายน 2552

ปรับแผนใหม่

แผนแรกที่ต้องปรับใหม่ของสัปดาห์นี้ก็คืองดการวิ่งรอบเย็น เพื่อพักส้นเท้าที่ยังมีอาการระบมอยู่ และแผนใหม่ที่ตามมาก็คือตั้งใจว่าจะใช้วิธีการออกกำลังกายแบบอื่นแทนในรอบเย็น อาจจะเป็นการยกน้ำหนักสร้างกล้ามเนื้อหรืออาจจะเป็นการรำตะบองแบบชีวจิต สัปดาห์นี้ยังไม่ได้ทำ

ที่ต่อมาก็คือปรับพฤติกรรมการกินด้วยน้ำสำรอง ตามข้อบ่งใช้บอกว่า หากกินน้ำสำรองระหว่างเก้าโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง จะช่วยลดน้ำหนักได้ และหลังจากได้กินน้ำสำรองในคืนวันอาทิตย์ วันแรกที่รับมาจากอาเภา ก็สามารถงดการกินเมื้อดึกได้ทันที จากนั้นก็พยายามงดเองโดยไม่ต้องพึ่งน้ำสำรอง จะได้มีกินพอในช่วงเช้า

ส่วนแผนการวิ่งก็พยายามสังเกตร่างกายในการปรับตัวเข้ากับรองเท้าคู่ใหม่ เริ่มต้นด้วยแผนการวิ่งที่หกร้อยแคลอรี่ ก็พยายามวิ่งจริงให้เกินไว้สักห้าสิบแคลอรี่ ทำระยะทางได้ถึงเจ็ดกิโลเมตร ช่วงท้ายสัปดาห์ก็พยายามเพิ่มเวลาเข้าไปอีก เป้าหมายต่อไปคือเจ็ดร้อยแคลอรี่อย่างที่เคยวิ่งได้

และยังได้ปรับเป้าหมายการสะสมระยะทางของเดือนจากสองร้อยกิโลเมตรลงมาเหลือเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรอีกด้วย

ระยะทางสะสมของสัปดาห์นี้จึงยังไม่มากนัก แต่ก็ไม่เครียด ไม่กดดันตัวเอง พยายามผ่อนคลายให้มาก จะได้คิดทำอะไรใหม่ๆ ต่อไปได้

Summary Week 200914

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง เป้าหมายของเดือนนี้เอาแบบเบาะๆ ก็ต้องให้ลงไปอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลให้ได้ ลงไปแล้วต้องไม่ให้เด้งขึ้นมาอีกด้วย

การคุมมื้อดึกน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกดน้ำหนักครั้งนี้ ส่วนการคุมสัดส่วนของอาหารนั้นยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะอย่างไรก็ไม่สามารถลดข้าวลงไปได้มากนัก แม้จะเป็นข้าวกล้องก็ตาม

ปรับแผนใหม่แล้วก็ต้องรักษาความตั้งใจเอาไว้ให้ได้ เพื่อให้การปฏิบัติส่งผลดีในอนาคต