Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

เดือนสุดท้ายของปี

เริ่มต้นเป็นปกติอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เป็นสองวันสุดท้ายของเดือนก่อนเดือนสุดท้ายของปีและก็สามารถสะสมระยะทางได้ถึงสองร้อยกิโลเมตรอีกครั้งในปีนี้

Summary 200911

เริ่มเดือนสุดท้ายของปีก็มีอันต้องออกไปทำงานนอกบ้าน วันรุ่งขึ้นก็พักอีกวันเพราะกล้ามเนื้อน่องตึงตัวไปหมด ต้องทายานวดช่วยการผ่อนคลายอีกแรง

มาเริ่มวิ่งได้ต่อได้ในวันพฤหัสจนถึงวันศุกร์ เสียตรงที่คืนวันศุกร์มีปัญหาในการนอนนิดหน่อยทำให้หลังจากที่ออกไปปฏิบัติภารกิจประจำสัปดาห์ในเช้าวันเสาร์แล้ว ต้องกลับมาล้มตัวลงนอนต่ออีกสองชั่วโมง จึงค่อยยังชั่วหน่อย

สัปดาห์นี้จึงวิ่งสะสมไปได้เพียงเท่านี้

Summary Week 200949

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าเด้งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบห้ากิโลครึ่งอีกครั้ง เย็นวันศุกร์คงจะใช้การกินบำบัดมากไปหน่อยกระมัง แผนการปรับลดมื้อเย็นยังไม่เห็นผลสักเท่าไหร่ ทำไม่ได้ง่ายนัก เพราะยังไม่มีรูปแบบที่น่าจะทำได้สะดวกนัก

ปัญหาที่ต้องรับมือต่อมาก็หนีไม่พ้นความหิวก่อนนอน เพราะจะตามมาเมื่อลดปริมาณมื้อเย็นลง จะดื่มน้ำรองท้องก็มีปัญหาต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำหลางดึกอีก

คงต้องทดลองต่อไปเรื่อย …อย่างไร้ทิศทาง -_-“

ว่ิงเพื่อสุขภาพ

ความคิดในสมองยังคงสับสนวุ่นวายเพราะน้ำหนักตัวเจ้ากรรมขึ้นไปตั้งกิโลเมื่อเริ่มสัปดาห์ คิดแล้วคิดอีกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตดีเพื่อให้น้ำหนักตัวลดลงเป็นธรรมชาติอย่างถาวร ขณะที่วิถีชีวิตไม่ได้ต้องใช้พลังงานมากมายนักในแต่ละวัน

แผนการวิ่งสัปดาห์นี้เป็นที่แน่นอนว่าต้องพักวันพฤหัสเสียหนึ่งวันเพราะเป็นเช้าต่อมาของโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดี

เช้าวันจริงคือวันพุธไม่ได้รองท้องด้วยขนมปังเหมือนเคยเพราะต้องดื่มน้ำแอ็ปเปิ้ลหนึ่งลิตร และด้วยอากาศเย็นสบายน่าวิ่งจึงวิ่งต่อไปจนถึงสิบกิโล หากจับเวลาตามแผนการวิ่งสิบกิโลจริงๆ น่าจะได้สถิติใหม่ …น่าเสียดาย วิ่งเสร็จค่อยดื่มน้ำแอ็ปเปิ้ลทั้งลิตร

มาสะดุดที่เช้าวันศุกร์ที่ต้องออกไปทำภารกิจแต่เช้าอีกวันจึงพักวิ่งไปเสียอีกวัน อย่างไรเสียก็สามารถสะสมระยะทางได้ถึงสองร้อยกิโลแน่แล้วในเดือนนี้จึงไม่ร้อนใจเท่าใดนัก

มาวิ่งต่อในวันเสาร์ได้ระยะทางทั้งสัปดาห์ตามนี้

Summary Week 200948

น้ำหนักชั่งเช้านี้หลังการล้างพิษตับและถุงน้ำดีอยู่ที่ปริ่มแปดสิบห้ากิโลค่อนไปทางขาด ไม่ใช่ทางเกิน ตัดสินใจเป็นเด็ดขาดที่จะปรับลดน้ำหนักตัวในไนกี้พลัสไอพ็อดให้เหลือแปดสิบห้าเช่นกัน อัตราการเผาผลาญจะลดลงไปอีก ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้ใช้แผนการวิ่งแปดกิโลอยู่ ไม่ได้วัดด้วยแคลอรี่

ได้เห็นเพื่อนในเว็บเฟซบุ๊คเขาสามารถลดน้ำหนักได้ถึงสิบกิโลภายในสามเดือน นอกจากออกกำลังกายแล้วเขาใช้การคุมอาหารโดยเฉพาะมื้อเย็นอย่างเคร่งครัดอีกด้วย จึงได้แรงบันดาลใจอยากจะคุมมื้อเย็นด้วยเหมือนกัน ช่วงนี้เป็นช่วงการทดลองดูว่าจะปรับแผนได้อย่างไรบ้าง

ส่วนแผนการต่อไปก็ยังไม่มีอะไรใหม่ สัปดาห์หน้ามีแผนการต้องออกไปทำงานนอกบ้านอีก คงต้องพักการวิ่งไปสัปดาห์ละสองวันเหมือนเดิม หลักๆ คงอยู่ที่การทดลองมื้อเย็นกระมัง…

รักษาไว้ยากยิ่งกว่า

การลดน้ำหนักว่ายากแล้ว การรักษาน้ำหนักที่ลดได้เอาไว้ยากยิ่งกว่า

สัปดาห์นี้เริ่มต้นได้เหมือนเป็นปกติอีกครั้ง สามารถออกวิ่งได้ท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลงทำให้วิ่งได้สบายกว่าเดิม แต่วิ่งไปได้วันเดียวก็ขอหยุดเสียหนึ่งวันเพราะเฝ้าหน้าจอร่วมกับพี่น้องผู้รักชาติอยู่

มาขอหยุดต่ออีกวันก็เพราะอาการที่ข้อเท้าขวาออกอาการมากขึ้น ต้องพึ่งยาอีกครั้งและถือโอกาสพักให้กล้ามเนื้อหัวเข่าบรรเทาอาการเมื่อยล้าไปด้วยอีกทาง

มาวิ่งต่อได้ในวันพุธ สภาพร่างกายแม้ยังไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบแต่ก็ต้องออกวิ่งเพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นขี้เกียจวิ่งได้เสีย ก็สามารถวิ่งต่อเนื่องได้จนครบสัปดาห์ จะมีก็เช้าวันศุกร์ที่ต้องออกไปนอกบ้านและเช้าวานนี้ที่นอนไม่ค่อยพอแถมลองเพลงใหม่จึงวิ่งได้สั้นลงนิดหน่อย

ตามนี้

Summary Week 200947

ที่เกริ่นไว้แต่เริ่มก็เพราะน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าพุ่งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบหกกิโลเสียแล้ว เช้านี้จึงออกวิ่งด้วยจิตใจที่ไม่รื่นเริงนักแม้อากาศจะเป็นใจ แถมวิ่งๆ ไปก็มีควันไอเสียรถแทรกเข้ามารบกวนแม้จะเป็นเช้าวันอาทิตย์ อากาศวันนี้เย็นลงเป็นพิเศษ

ตลอดสัปดาห์รู้สึกตัวเองเหมือนกันว่าแต่ละมื้อออกจะอิ่มหนำจึงมีความไม่สำราญตามมาติดๆ แต่ก็กินไปแล้วจะทำอย่างไรได้ สงสัยเหมือนกันว่าที่อิ่มนั้นเพราะผักกาดหอมที่กินแทบจะเป็นเครื่องหลักหรือเพราะอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือน้ำหนักขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว

โปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีเริ่มแล้วในวันศุกร์ วันจริงของรอบนี้จะเป็นวันพุธเหมือนเดิม เช้าวันพฤหัสก็คงไม่ได้วิ่ง

แต่เท่าที่คาดการณ์เดือนนี้น่าจะสะสมระยะทางได้ถึงสองร้อยกิโลเมตร แผนการกินคงต้องปรับเปลี่ยน ต้องกินอย่างมีสติมากกว่าเดิม มิฉะนั้นน้ำหนักอาจจะพุ่งขึ้นไปได้อีก

เดี๋ยวกลายเป็นว่าการคิดวากแผนการกินให้อร่อยนอกบ้านสักรายการจะเป็นบาปไป คงไม่ถึงขนาดนั้น ขอเพียงการกินแต่ละมื้อประจำวันอย่าให้หนักนักก็แล้วกันโดยเฉพาะมื้อเย็น

เน้นอีกครั้ง …โดยเฉพาะมื้อเย็น

เมื่อเกินขีดจำกัด

ตั้งใจไว้แล้วว่าสัปดาห์นี้คงต้องเบาคันเร่งลงบ้างก่อนที่ร่างกายจะแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป เอาแค่สามารถวิ่งได้วันละแปดกิโลก็น่าจะพอ จบเพลงที่ใช้ฟังตอนวิ่งพอดี

แต่ละวันไม่สามารถออกวิ่งได้อย่างสดชื่นมีชีวิตชีวาอย่างสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร แถมคืนวันอังคารเกิดอยากมื้อดึกขึ้นมาเสียอีก ก็เลยต้องสนองบ้างนิดหน่อย

จริงแล้วสาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องเดิมๆ อย่างปัญหาคุณภาพการนอนและนอนไม่พอ

มาถึงวันพุธตอนบ่ายได้ทดลองล้างพิษลำไส้เล็กด้วยนมสด-โยเกิร์ต-น้ำมะนาว-น้ำผึ้ง อาการที่ตามมาก็คือลมในลำไส้ปริมาณมากมายตามมา จนถึงขั้นรบกวนคุณภาพของการนอน เช้าวันพฤหัสถึงกับไม่พร้อมพอที่จะออกวิ่ง จึงของดเสียหนึ่งวัน เช้าวันศุกร์ออกวิ่งด้วยสภาพป้อแป้เต็มที

คิดว่าเช้าวันเสาร์น่าดีขึ้นเพราะอากาศสดชื่น เอาเข้าจริงอาการปางตาย ไม่สามารถวิ่งต่อไปจนจบได้ อาการเหมือนของเสียสะสมในร่างกายพุ่งขึ้นสูงสุด จึงตัดสินใจจบการวิ่งลงที่ระยะทางห้ากิโลห้าร้อยห้าสิบเมตร ใช้เวลาไปสี่สิบสี่นาทีสี่สิบสี่วินาที

สภาพอากาศตอนเช้าของเดือนในช่วงต้นหน้าหนาวช่างเลวร้ายซ้ำเติมอีกแรงหนึ่ง อาการร้อนอบอ้าว ไม่มีลมพัด อย่างนี้ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของนักว่ิงเอาเสียจริง

ทั้งสัปดาห์สามารถวิ่งได้เต็มที่แล้วเท่านี้

Summary Week 200946

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าเริ่มปริ่มล้นแปดสิบห้ากิโลแล้ว สงสัยคงเป็นเพราะเอนจอยการกินมากไปหรือเป็นเพราะน้ำผึ้งส่วนผสมในสูตรล้างพิษก็ไม่รู้

อาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข้าเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ สงสัยว่าทำไมเดือนที่แล้วก่อนการแข่งขันครั้งสำคัญ แม้จะซ้อมหนักก็ไม่มีอาการอย่างนี้

การเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือพื้นรองเท้าที่วิ่งที่ใช้สึกหรอมากจนเข้ามาถึงชั้นที่เป็นชุดรองรับแรงกระแทก และในต้นสัปดาห์ที่ผ่านไปนี้ รองเท้าคู่นี้ก็รองรับการวิ่งผ่านระยะทางหนึ่งพันกิโลเมตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แผนการสำหรับสัปดาห์ต่อไป ก็ถึงเวลาของโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีอีกครั้ง โปรแกรมในเดือนนี้เลื่อเข้าเลื่อนออกอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็เลื่อนกลับไปอยู่ตามที่วางแผนไว้เดิมแต่แรก วันศุกร์หน้าจะเริ่มโปรแกรมเป็นครั้งที่สี่ อีกครั้ง…

แผนการอื่นยังไม่มี พรุ่งนี้อาจจะพักการวิ่งหนึ่งวันเพราะคืนนี้ดึกและข้อเท้าขวาเริ่มออกอาการ แต่ก็กินยากันไว้แล้ว ความรู้สึกและความต้องการซื้อหารองเท้าคู่ใหม่ก็กำลังต่อสู้กันภายในอย่างหนักยิ่งอีกด้วย

อาจจะต้องขจัดพิษออกจากร่างกายให้เหลือน้อยที่สุดด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากสามารถตื่นเช้ามาออกวิ่งได้อย่างสดชื่นอีกก็จะข่วยให้สัปดาห์หน้าเป็นสัปดาห์ที่วิ่งอย่างมีความสุขอีกครั้ง

เดินตามแผนอย่างหักโหม

แผนการวิ่งสำหรับสัปดาห์นี้คือว่าให้ได้ทุกวันเพราะไม่มีภารกิจต้องออกไปทำงานนอกบ้านเหมือนเคยอีก เริ่มต้นก็คิดคำนวณว่าหากสามารถวิ่งได้วันละเท่านี้กิโล จะสามารถทำระยะทางรวมได้เท่านี้กิโล คิดไปไกลถึงขนาดเดือนนี้อาจจะทำสถิติใหม่ก็เป็นได้

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยระยะทางเก้ากิโลเสียก่อนเลย ในเมื่อวิ่งได้ก็วิ่งไปก่อน เผื่อวันที่เหลืออาจจะไม่ได้วิ่งเพราะฝนตกหรือมีภารกิจอื่นให้ต้องทำแต่เช้า

อีกวันก็คือเช้าวันพุธ มีแผนจะได้เอนจอยแซลมอนซาชิมิก็เลยวิ่งเผาผลาญล่วงหน้าไปก่อนเสียเลย ส่วนวันศุกร์มีกิจนอกบ้านจึงลดลงมาเหลือแปดกิโล

รวมแล้วสัปดาห์นี้สามารถสะสมระยะทางได้เป็นประวัติการณ์อีกครั้งถึงหกสิบกิโลเมตร จะภูมิใจดีหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

Summary Week 200945

น้ำเสียงที่แปร่งออกไปอย่างนั้นก็เพราะที่กล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าทั้งสองข้างออกอาการเมื้อยล้าตามมาเมื่อต้องใช้งานมันมากขึ้น ไม่มีวันหยุด กลัวเหมือนกันว่าผลเสียจะตามมาภายหลัง

แล้วจะปรับแก้อย่างไร ใส่วันหยุดเข้าในระหว่างสัปดาห์เหมือนเคย หรือวิ่งให้น้อยลงกว่าเดิม

น้ำหนักตัวชั่งเมื่อเช้า เดินขึ้นลงตาชั่งอยู่สามรอบยังคงนิ่งอยู่ที่แปดสิบห้ากิโลได้ สามารถเอากางเกงขายาวตัวเก่าที่ไม่ได้ใส่เพราะคับติ้วไปหมดกลับมาใส่ได้อีก ตัวที่เคยใส่ประจำหลวมไปเสียแล้ว

ใจหนึ่งก็คิดว่าหากไม่วิ่งให้ไกลขึ้น น้ำหนักก็จะไม่ยอมลงไปอีก อีกใจหนึ่งก็ต้องการรักษาหัวเข่าเอาไว้ใช้งานนานๆ อีกใจหนึ่งก็สงสัยว่าหากใช้งานขาให้หนักขึ้นไปอีกระดับ มันจะแข็งแรงขึ้นหรือเปล่า

แต่ทั้งหมดนี้ก็มาจบที่แผนการสำหรับสัปดาห์ใหม่ที่อาจจะวิ่งเพียงวันละแปดกิโลพอ อย่างไรก็วิ่งทุกวันอยู่แล้ว อาจจะต้องมีอะไรมาบำรุงกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าสักหน่อย อย่าหักโหมเกินไป จะได้มีใช้อีกนานๆ