Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

ผลงานเข้าตากรรมการ

วันเสาร์และวันอาทิตย์วันนี้ไม่ได้เดินออกกำลังเพราะมีการสอบไล่ประจำภาค เป็นการสอบเทอมสุดท้ายแล้ว จำเป็นต้องพักไว้สองวัน ถือว่าเป็นการพักกล้ามเนื้อไปในตัวก็แล้วกัน

เช้าวานนี้ แต่งตัวเพื่อไปสอบ ได้ตั้งใจเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะเอากางเกงขายาวตัวที่เอวคับที่สุดในสามตัวที่มีอยู่มาใส่ไปสอบ ผลออกมาก็คือสวมไส่ได้สบายกว่าที่กลัวไว้ ผลการชั่งน้ำหนักเมื่อเช้านี้ช่วยยืนยันว่าจริง นั่นคือเช้านี้ชั่งได้อยู่ที่เก้าสิบสามกิโล โอ้ว…จริงหรือนี่ การออกกำลังกายด้วยการเดินเริ่มเห็นผลแล้ว

ต้นสัปดาห์ อากาศแย่เอามากๆ ไม่เคยเลยในชีวิตที่จะตื่นนอนออกมาดูอุณหภูมิร้อนถึงสามสิบเอ็ด สามสิบสององศา มาเย็นลงหน่อยก็เช้าวันพฤหัสเพราะเย็นวันพุธเริ่มจะมีฝนลงมาแล้ว จะหลังจากนั้นก็มีฝนช่วงเย็นอยู่เรื่อยๆ

อากาศที่ร้อนหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจที่ทำให้การเดินด้วยความเร็วเท่าเดิมที่เคยทำได้ยากเย็นขึ้น แต่ละแคลอรี่ที่เผาออกไปช่างเนิบช้าเสียจริง เทียบกับเช้าที่อากาศเย็นกว่าได้ชัด แต่ก็ยังเดินได้ไม่เร็วนัก สงสัยจะมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง ต้องศึกษาจากหนังสือที่ได้มาจากงาน อีกไม่นานได้เจอกัน

เห็นความก้าวหน้าแล้วนอกจากจะดีใจก็ยังมีความกังวลอยู่เหมือนกัน นั่นคือการรักษาน้ำหนักตัวไว้นั่นน่าจะไม่ง่ายนัก แต่ก็ยังสนุกนึกเอาเล่นๆ ว่าถ้าลดได้เดือนละสามกิโลต่อเนื่องไป คงลดให้เหลือแปดสิบกิโลได้จริงสักวัน

ก็นึกเล่นๆ ไปก่อน ไม่อยากเครียดมากนัก

เดินได้ต่อไป

หลังจากที่ได้ Nike + iPod เข้ามาร่วมชีวิต การออกกำลังกายของผมก็สัมผัสได้ขึ้นมาในทันที นั่นเพราะหลังจากการเดินออกกำลังแล้ว สามารถส่งข้อมูลการเดินขึ้นไปยังเวปไซต์ของไนกี้พลัสที่นักวิ่งแต่ละคนสามารถลงทะเบียนไว้ จากนั้นข้อมูลการออกกำลังก็จะแสดงออกมาเป็นรูปลักษณะการเดินให้เห็น

สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้วจนถึงวันเสาร์เมื่อวานเป็นสัปดาห์ที่สิบหกของปี เดินออกกำลังไปรวม ไกลสี่สิบสี่กิโลกว่า นานราวเจ็ดชั่วโมงครึ่ง ความเร็วเฉลี่ยสิบนาทีสี่สิบหกวินาทีต่อกิโล หรือราวห้าจุดเจ็ดสี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง เผาผลาญพลังงานไปได้เกือบสี่พันสองร้อยแคลอรรี่

Summary Week 200716

เช้านี้ผลการชั่งน้ำหนักก็ออกมาที่เก้าสิบสี่กิโลครึ่ง แต่ข้อมูลน้ำหนักตัวใน Nike + iPod ยังไม่ได้แก้ไขจากเก้าสิบหกกิโลตั้งแต่เริ่มเดิน อย่างนี้ไม่รู้ว่าข้อมูลการเผาผลาญพลังงานจะเพี้ยนไปแค่ไหน แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร มารู้สึกตัวก็ตอนเริ่มเดินไปแล้วเช้านี้ หลังเดินเสร็จจึงทำการปรับข้อมูลให้ตรง พรุ่งนี้เดินค่อยดูกันต่อไป

เมื่อวานเช้าได้ไปเดินที่สวนสมเด็จฯ อากาศร้อนและค่อนข้างชื้น รู้สึกทรมานในการเดินอยู่เหมือนกัน แต่หลังจากกลับมาดูข้อมูลการเดินก็พบว่า เดินได้เร็วถึงสิบจุดสองห้าต่อกิโล เค้นตัวเองมากไปหรือเปล่าจึงรู้สึกทรมาน ไม่เป็นไรเป็นพัฒนาการของร่างกายอีกแบบหนึ่ง

สัปดาห์ที่ผ่านมามีบางคืนเกิดตบะแตกเสียอย่างนั้น ออกมานั่งทาขนมปังกับแซนด์วิชสเปรดกินอย่างเพลิดเพลินอยู่สองคืน เมื่อวานตอนบ่ายก็เกิดเจริญอาหาร หยิบฉวยอะไรมากมายเข้าปากเรื่อยเปื่อย ที่เผาไปสี่พันแคลอรี่เลยได้มรรคได้ผลแค่ครึ่งกิโล ไม่เป็นไรควบคุมกันใหม่

โจทย์ที่ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้วว่าจะเดินเช้าเย็นเลยดีไหม ยังคงเป็นจริงไม่ได้ ไม่ใช่เพราะใจไม่สู้ แต่กายยังไม่น่าจะไหว เดี๋ยวจะกลายเป็นเดินวันหยุดวัน เดินให้ได้ทุกวันจะมีความสุขมากกว่า

แข่งกับตัวเอง

หลังจากได้ลองใช้งาน Nike + iPod วันนี้เป็นวันที่สอง ก็บังเกิดพุทธิไอเดียว่าน่าจะเดินออกกำลังกายเสียทั้งเช้าและเย็นในหนึ่งวันไปเลย จะได้เผยพลังงานออกไปได้เยอะๆ ชักจะไปกันใหญ่ เพราะรู้สึกติดอกติดใจช่วงเวลายามเช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หลังจากเริ่มไปเดินออกกำลังที่สวนสมเด็จฯ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน นาฬิกาชีวะภายในกายก็ตีบอกเวลาตื่นนอนได้ตั้งแต่ยังไม่หกโมงดี นั่นเพราะรีบเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าๆ ด้วย อยากตื่นเช้าอย่างนี้ทุกวัน

กิจกรรมแรกของวันก็เปลี่ยนจากนั่งอ่านหนังสือพิมพ์มาเป็นเตรียมการเดินออกกำลัง สัปดาห์นี้ได้ไปที่สวนสมเด็จฯ ถึงสามวันเพราะเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์พอดี ยิ่งได้คู่หูใหม่เป็น Nike + iPod ครบชุดด้วยแล้ว ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการออกำลังกายได้ประเสริฐนัก การเดินกับคู่หูใหม่ตั้งแต่เมื่อวานทำให้เห็นถึงลักษณะการเดินได้เป็นอย่างดี นี่จะช่วยวางแผนการเดินได้ดีพอๆ กับการเสริมสร้างความรื่นรมย์ในระหว่างนั้น

เช้านี้ก่อนออกไปเดินก็ต้องขึ้นชั่งน้ำหนักเสียก่อน ทั้งสามครั้งเข็มหยุดอยู่ที่เก้าสิบห้ากิโล มีกำลังใจขึ้นบ้างแล้ว

ข้อมูลการเดินเมื่อวานได้ความว่าการเดินหนึ่งชั่วโมงได้ระยะทางเกือบหกกิโล ใช้พลังงานได้เกือบหกร้อยแคลอรี่ ของวันนี้เดินได้ไกลขึ้นและเผาพลังงานได้มากขึ้นนิดหน่อย แต่ลักษณะการเดินไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก

ทำให้คิดไปว่าถ้าเข้าเผาสักหกร้อย เย็นอีกหกร้อยแคลอรี่ ก็วิเศษนัก

นั่นยังไม่มีข้อมูลว่าการเดินที่บ้านจะเป็นเช่นไร พรุ่งนี้ต้องเริ่มเก็บข้อมูลมาพิจารณาก่อน เป้าหมายคร่าวๆ ขณะนี้คือ ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง ระยะทางหกกิโล หกร้อยแคลอรี่ เดินด้วยความเร็วห้าจุดเจ็ดกิโลเมตรต่อชั่วโมง

การออกกำลังกายอย่างมีความสุขมันสนุกเช่นนี้แล…

ศรัทธาและการพิสูจน์

การรักษาศรัทธาให้ยังคงแข็งแรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบททดสอบที่ผ่านไปตลอดเวลา ยังไม่มีวี่แววของความสำเร็จให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ที่เขียนอย่างนั้นไม่ใช่เพราะกำลังจะสิ้นหวังอีกครั้ง เพราะเช้านี้เดินขึ้นลงตาชั่งอยู่หลายครั้ง ผลที่ออกมาไม่อยากจะเชื่อจักษุวิญญาณของตัวเองเลย แม้ต้องปรับเครื่องชั่งให้ตรงอีกสักครั้ง ผลก็ยังเหมือนเดิมคือเก้าสิบหกกิโล ไม่ลดลงไม่ว่า นี่กลับขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

จะว่าหมดศรัทธาก็หาไม่ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินออกกำลังแทบทุกวัน เว้นแค่วันจันทร์และวันศุกร์ไว้ เพราะมีภาระกิจในสองวันนี้อยู่หลายครั้งแล้ว น่าจะให้เป็นวันพักไปเลยก็ดี

ที่สำคัญ เริ่มเมื่อวานนี้ ได้กลับไปเยือนสวนสมเด็จฯ ที่จตุจักรอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปเดินที่นี่มาหลายปี เช้านี้ก็ไปเดินซ้ำอีก จนคิดวางแผนเอาว่า เช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์น่าจะเหมาะสมกับการไปฟอกปอดที่นี่ สะดวกที่สุดเพราะขากลับรถไม่ติดเช่นวันธรรมดา

พื้นทางเดินในสวนสร้างขึ้นด้วยอิฐก้อน แบบอิฐตัวหนอนแต่ไม่ใช่ วางเรียงกันเป็นลวดลายสวยงาม ชวนให้เดิน จะมีบ้างที่บางจุดไม่ราบเรียบเท่าที่ควร แต่เมื่อเทียบกับอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้ในสวนแล้ว ข้อด้อยเหล่านั้นสามารถละไว้ไม่ต้องสนใจได้

อารมณ์ในการเดินต่างกับการเดินบนพื้นปูนที่บ้านอยู่มาก การก้าวเดินที่นี่ต้องใช้แรงส่งจากกล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้างค่อนข้างมากกว่า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำความเร็วไม่ดีกว่าเคยสักเพียงใด แต่ดีกว่าในอดีตที่เคยมาเดินออกกำลังแบบทอดน่องที่นี่แน่นอน เสร็จจากการเดินแล้วมานั่งพัก ก็มีอาการซ่าที่เท้าทั้งสองข้างขึ้นทันที หลังกลับมาบ้านแล้ว ก็มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อขาที่จุดต่างๆ ปรากฏขึ้น

การออกกำลังกายตอนเช้าแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เพราะหลังจากนั้นตลอดทั้งวันจะสามารถทำงานอะไรต่อเนื่องนานๆ ได้ คงขึ้นอยู่กับแผนงานในแต่ละวัน จะเช้าหรือจะเป็นบ่ายก็ขอให้ได้ออกกำลังกายก็แล้วกัน

ความหมายก็คือยังมุ่งมั่นเรื่องนี้ได้ต่อไป ยังไม่ถอดใจ

เริ่มเดือนใหม่ เริ่มบทใหม่

หน้าร้อนปีนี้สถานการณ์ไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย ก็เล่นร้อนอย่างแรงถึงสามสิบแปดองศาเซลเซียสเสียตั้งแต่จะปลายเดือนมีนา ไม่รู้ว่าถึงเมษาแล้วจะร้อนปรอทแตกขนาดไหน

ที่แน่ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาวะหลังการออกกำลังกายนั้น หนักหนาถึงกลับหมดแรงข้าวต้มไปเลย เดินออกกำลังกายไปก็รู้สึกได้ว่าแรงจะหมดเอาก่อนเวลาอันควรเสียอีก แต่ก็พยายามเดินตามความตั้งใจให้ได้ออกกำลังกายเกือบทุกวัน

ผลที่ได้ เช้านี้ชั่งน้ำหนักตัวแล้วครั้งเดียวชักจะไม่แน่ใจ ต้องขึ้นๆ ลงๆ ให้ครบสามครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ย สรุปว่ายังเท่าเดิมที่เก้าสิบห้ากิโล ทำไปเป็นเสียอย่างนั้น

การเดินออกกำลังกายบนพื้นราบเองนั้นเทียบไม่ได้กับการออกกำลังกายบนลู่วิ่งที่สามารถกำหนดความเร็วของสายพานให้เร็วพอ แต่ต้องคอยสังเกตตัวเองอยู่ตลอดว่ากำลังก้าวเดินไปด้วยความเร็วสูงสุดที่ทำได้หรือไม่ จนได้รู้ว่าบางครั้งก็ก้าวช้าลงไปเอง ไม่รู้ว่าด้วยปัจจัยอะไร พอรู้ตัวก็ต้องรีบสั่งให้ขาก้าวเดินให้เร็วขึ้นไปอย่างที่ควรจะเป็น มีบ้างที่เร่งไม่ขึ้นเอาเสียดื้อ

เป็นไปได้ว่าการเดินนั้นยังไม่สามารถเผาผลาญได้มากพอ พลังงานที่ยังเหลืออยู่น่าจะมาจากการกินจุบจิบตอนกลางคืนที่ยังคงมี แผนต่อไปคือต้องควบคุมพลังงานขาเข้ามากขึ้น หลังสองทุ่มจะต้องเหลือแต่น้ำเเปล่าเท่านั้นที่กินได้

เมื่อวันพฤหัส ได้ฟังวิทยุรายการของอาจารย์วีณา ทาง FM 97.0 MHz ก็ได้ความรู้ใหม่ว่าไขมันในตัวเรานั้นมีสองแบบคือแบบที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายภายนอกที่เห็นได้ และแบบที่สะสมอยู่ตามอวัยวะในร่างกาย มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การที่จะไปใช้บริการดูดไขมันส่วนเกินจะเป็นเพียงการดูดไขมันแบบแรก โดยไม่ได้แตะต้องไขมันแบบที่สองที่น่ากลัวกว่า การออกกำลังเท่านั้นที่จะช่วยได้

วันนี้เป็นวันเริ่มต้นเดือนใหม่พอดิบพอดี คิดถึงเป้าหมายสิ้นเดือนนี้แล้วทำให้มุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอให้สามารถสวมใส่การเกงขายาวได้สบายขึ้นอีกนิด คงทำให้การสอบไล่ประจำภาคและการเข้ารับการอบรมเข้มฯ ไม่อึดอัดจนเสียสมาธิ

เริ่มต้นเดือนใหม่วันนี้ด้วยการเปลี่ยนเวลาเดินออกกำลังมาเป็นตอนเก้าโมงเช้า เพื่อให้ตอนบ่ายสามารถทำอะไรได้นานๆ สักหน่อย ที่ทำได้เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ไม่มีเสื้อผ้าซักแล้วที่แขวนตากแดดให้แห้งไวมาเป็นอุปสรรคเช่นวันธรรมดาที่ต้องเลือกเวลาเดินเป็นช่วงสี่โมงเย็น

เช้านี้เริ่มต้นได้ดี สามารถเดินเร็วได้เต็มชั่วโมง การเดินในช่วงแรกรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อขาถูกเค้นให้ออกแรงอย่างมากเพื่อก้าวตัวออกไป ราวๆ ครึ่งชั่วโมงจึงเริ่มเข้าที่ (สมถะ) จากนั้นสมองจึงเริ่มเข้าสู่ระยะที่ใช้ขบคิดปัญหาได้ (วิปัสสนา) ระหว่างนี้ก็คิดถึงโอกาสในการใช้งาน Apple TV สำหรับการสร้างสื่อใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งคลื่นความถี่สาธารณะแต่อย่างใด นี่จะเป็น New Media/Offline Video(pod)cast ที่มีต้นทุนไม่สูงมากนัก น่าจะเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีใจอันเป็นกุศลอย่างแท้จริงที่จะสร้างสรรค์รายการที่ดีมีประโยชน์ต่อสาธารณะได้ โดยมีช่องทางการเข้าถึงผู้ชมตั้งแต่หน้า web ต่อไปยัง iTunes (feed) เพื่อดาวน์โหลดมาไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถเปิดดูได้เลย หรือจะถ่ายโอนไปยัง iPod เพื่อดูรายการที่ไหนก็ได้ และทางเลือกใหม่คือ Apple TV ที่ช่วยให้สามารถชมรายการนั้นได้จากโทรทัศน์ประจำบ้านเลย

เรื่องที่ขบคิดต่อมาคือ หากไม่สามารถจะไปออกกำลังในสถานบริการที่มีเครื่องออกกำลังพร้อมสรรพจะยังมีตัวช่วยอะไรอีกไหม ก็สะดุดคิดถึง Nike + iPod ขณะที่ทุกวันนี้ก็ฟังเพลงผ่าน iPod สีขาวอยู่ตลอดอยู่แล้ว ทำให้สนใจในรายละเอียดขึ้นมาว่าจะสามารถบอกข้อมูลเหล่านี้ได้ไหม ตั้งแต่ ระยะเวลา ระยะทาง ความเร็ว พลังงานที่เผาไป อัตราการเต้นหัวใจ เท่าที่มีข้อมูลคือการใช้งานต้องใช้คู่กับรองเท้า Nike+ แล้วรองเท้าอื่นที่มีอยู่แล้วใช้ได้ไหม และสุดท้ายต้องใช้กับ iPod nano เท่านั้นหรือไม่

หากเจ้า Nike + iPod สามารถตอบสนองเรื่องข้อมูลในการออกลังกายทั้งหมดนั้นได้ก็วิเศษ แต่การลงทุนครั้งใหม่จะต้องใช้เงินราวๆ สองหมื่นบาทเลยทีเดียวเพราะต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่หมดตั้งแต่รองเท้า (USD 100.00) อุปกรณ์ Nike + iPod (USD 29.00) และ iPod nano (USD 199.00) มันจะคุ้มค่าไหม ยังตอบไม่ได้ตอนนี้

ครบเวลาหนึ่งชั่วโมงแล้ว ต่อด้วยการซิทอัพเซทละสามสิบครั้ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มจากสองเซทเป็นสามเซท เรียกเหงื่อได้หลายปีบเลยทีเดียว แม้จะเสร็จสิ้นการออกกำลังไปแล้วก็ยังรู้สึกร้อนผ่าว หวังว่านี้จะเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของการเผาผลาญพลังงานสะสมในร่างกาย เพื่อให้ได้ผลเป็นน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างถาวร