ใกล้ถึงเป้าหมายของเดือน

หลังจากออกวิ่งก่อนเริ่มอดล้างพิษหนึ่งวันในวันอาทิตย์เริ่มต้นของสัปดาห์ วันรุ่งขึ้นก็ต้องพักเพื่อทำตามขั้นตอนในการออกจากการอดล้างพิษ

ส่วนวันอังคารก็ออกไปทำงานข้างนอกตามเคย วันรุ่งขึ้นกลับมีอาการล้าจนขอหยุดวิ่งเสียอีกหนึ่งวัน

วันที่เหลือของสัปดาห์จึงต้องคำนวณระยะทางเพื่อวางแผนการวิ่งอย่างระมัดระวัง เพราะไม่เพียงจะหมดสัปดาห์ แต่กำลังจะหมดเดือนมิถุนายนอีกด้วย สมควรจะให้เป้าหมายระยะทางหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรของเดือนนี้เป็นไปตามที่ตั้งใจ

แต่เอาเข้าจริงก็ยังสามารถวิ่งได้เพียงวันละแปดกิโลกว่านิดหน่อย เพราะขณะบางวันที่วิ่ง หากว่าลมสงบ ควันรถโดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์จะลอยเข้ามารบกวนการวิ่งอย่างแรง ขณะที่ร่างกายต้องการออกซิเจนมากเป็นพิเศษหากได้ควันรถเข้าไปแทนมิกลายเป็นวิ่งเพื่อทำลายสุขภาพตัวเองไปแล้วหรือ

แต่แม้จะหยุดวิ่งไปถึงสามวันก็ยังคงสะสมระยะทางได้พอสมควร

Summary Week 200926

ส่วนน้ำหนักที่ชั่งเมื่อเช้าปรากฏตัวเลขแปดสิบแปดกิโลให้เห็นอีกครั้ง เรื่องนี้มีเบื้องหลังนิดหน่อย

ระหว่างสัปดาห์ยังคงเฝ้าสังเกตอาการแปลกๆ ที่ใต้ราวนมด้านขวาอยู่ สงสัยว่าจะเป็นอาการของกรดไหลย้อนหรือเปล่าจึงพยายามควบคุมการกินตอนเย็นไปจนถึงก่อนนอนเป็นพิเศษ

ผลที่ได้เป็นลำดับแรกคือสามารถตื่นเข้าได้โดยไม่งัวเงียปวดหัวอีก แต่อาการที่ติดตามยังพอมีอยู่บ้าง จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตัดสินใจว่าคงต้องเปลี่ยนแปลงมื้อเย็นหลังจากลูกเดือยต้มที่นิยมกินตอนเย็นหมดไป

ตั้งใจถึงขั้นจะงดมื้อเย็นไปเลย แต่หากมีอาการหิวรบกวนอย่างหนักอาจถึงขั้นตบะแตกได้อีก อาจเปลี่ยนไปกินผลไม้เพื่อให้ท้องไม่ต้องทำงานหนักมาก เริ่มต้นที่เย็นวานนี้เลยได้เห็นผลในการขึ้นชั่งน้ำหนักในเช้านี้ทันที เดินขึ้นลงอยู่ถึงสามรอบก็ยังได้ผลเหมือนเดิม สงสัยต้องเดินตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัดก็เป็นได้

อาการมากมายรุมเร้า

สัปดาห์นี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี เช้าวันอาทิตย์ก็สามารถวิ่งได้เต็มระยะทางอย่างที่ตั้งใจ จากนั้นก็ใช้เวลาทั้งวันนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทำงานมากมายจนตาแทบเหล่

เช้าวันจันทร์ก็เกิดเหตุให้ต้องเอาเวลาไปซ่อมและทำความสะอาดพัดลมตลอดช่วงเช้าจนไม่เป็นอันได้วิ่งอีกแล้ว พอกลับมานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้สักระยะก็เริ่มปวดหัว น่าจะเป็นเพราะใช้สายตามาเกินไปก็เป็นได้

วันรุ่งขึ้นออกไปทำงานนอกบ้านพร้อมกับอาการมึนๆ ที่ยังไม่หมดไปแม้จะตั้งใจเข้านอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดคืน ระหว่างวันที่ทำงานก็มีอาการปวดหัวอยู่บ้างแต่ก็ต้องตั้งสติทำงานต่อไปจนสำเร็จเสร็จสิ้น ปัญหามาเกิดเอาตอนค่ำที่ตบะแตกอย่างที่ควบคุมไม่อยู่ แทนที่จะพักผ่อนกลับตั้งหน้าตั้งตาหาของกินจากตู้กับเข้าใส่ปาก เพื่อตอบสนองสัญญาณจากร่างกายที่ส่งออกมาเรื่อยๆ ว่าเหนื่อยกับงานวันนี้มาก ขอกินอะไรชดชเยเสียหน่อย

เช้าขึ้นมาจึงได้อาการสลึมสลือไม่สดชื่นเป็นการตอบแทนในทันที ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแล้วว่าการกินอะไรก่อนนอนจะทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนตอนกลางคืนอย่างเต็มที่และจะมีปัญหาตามมาเมื่อตอนตื่นนอน ไม่ได้วิ่งอีกหนึ่งวัน

วันพฤหัส พอจะออกวิ่งตอนเช้าให้เหมือนเดิมก็มีสายฝนโปรยลงมาไล่ พยายามฝืนวิ่งต่อไปแต่ความหนักเห็นทีจะเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจว่าคงต้องหยุดโดยเร็ว วิ่งได้เพียงสองกิโลเท่านั้น พอหยุดวิ่งได้ไม่นานฝนก็หยุดตาม แต่สิ่งที่ยังอยู่ตลอดวันคืออาการไม่สดชื่นที่ยังคงตามมาหลอกหลอนอยู่ และเริ่มมีอาการแปลกๆ ที่ใต้ราวนมด้านขวาจนถึงแถวๆ ขายโครง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรทั้งๆ ที่ดูเหมือนอาการนี้จะหายไปได้สักพัก แต่ก็ยังกลับมาอีก หัวก็ตื่อๆ ตลอดวัน

จนเช้าต่อมาถึงได้ออกวิ่งจนเต็มระยะอีกครั้ง ทุลักทุเลเป็นอย่างยิ่ง ร่างกายก็ยังไม่สดชื่นอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ฝืนวิ่งได้เพื่อสังเกตร่างกาย เช้าวันเสาร์ก็ยังไม่แตกต่าง จนสะสมระยะทางได้น้อยไปหน่อยอย่างนี้

Summary Week 200925

แต่ก็ได้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้นานแล้วเหมือนกันว่าสัปดาห์นี้จะได้อดล้างพิษอีกครั้ง เช้านี้เดินขึนตาชั่งได้ผลอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีก บ่ายเมื่อวานก็ยังไม่ยอมยั้งปากเพราะคิดว่าอาการเจ็บหน้าอกด้านขวาคงหายแล้ว ที่ไหนได้พอตกเย็นก็กลับมาอีก

ตลอดทั้งวันนี้ที่ต้องกินเพียงแอปเปิ้ลอย่างเดียวแทนอาหาร ก็มีชาหญ้าหนวดแมวเป็นเครื่องเคียง อาการเสียดหน้าอกขวาก็ยังไม่หมดไปสนิท การวิ่งใช้เช้าวันอดโดยไม่มีอะไรรองท้องเหมือนปกติยิ่งเพิ่มความยากลำบากในการวิ่งเข้าไปอีก ดีที่ยังสามารถลากไปจนเสร็จได้

ยังคงต้องสังเกตอาการอีกหน่อยว่าอาการเสียดเจ็บแบบนี้เป็นเพราะอะไร ปัจจัยน่าสงสัยแรกๆ ก็คือชนิดของอาหารการกิน ตามมาด้วยปริมาณและเวลาที่กิน ใจหนึ่งก็ยังเชื่อว่าธรรมชาติจะสามารถบำบัดอาการนี้ได้ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดหวังพึ่งการแพทย์สมัยใหม่รักษาให้หายไปโดยเร็ว

กลับสู่ปกติ

สัปดาห์นี้สามารถเริ่มต้นได้เหมือนเดิม แผนการวิ่งวันละเจ็ดร้อยแคลอรี่ก็คงจะเหมือนเดิม จะวิ่งได้ช้าเร็วแค่ไหนก็คงไม่กะเกณฑ์ให้มากนัก ขอแค่สามารถวิ่งต่อไปจนจบก็ควรจะพอใจแล้ว

แม้ช่วงเย็นจะพอมีอาการะบมที่ส้นเท้าบ้าง แต่พอได้นอนพักผ่อนตลอดคืน ตื่นเช้าขึ้นมาอาการก็หายไป ไม่รบกวนจนวิ่งไม่ได้

นอกจากวันอังคารที่ไม่ได้วิ่งเพราะต้องออกไปทำงาน เช้ารุ่งขึ้นก็ต้องรีบออกไปทำภารกิจสำคัญแต่เช้าเช่นกัน สัปดาห์นี้จึงไม่ได้วิ่งอีกสองวัน วันที่เหลือจึงต้องตั้งใจและใส่ความพยายามให้มาเพื่อวิ่งได้ครบ

เช้าวันพฤหัสเกิดอยากเข้าห้องน้ำตั้งแต่ราวๆ ตีสี่ หลังเสร็จกิจล้มตัวลงนอนก็มีเรื่องสงสัยให้ต้องลุกขึ้นมาตรวจสอบอีกหน่อย จากนั้นก็กลายเป็นเลือกที่จะไม่กลับไปนอนอีก นั่งทำงานตั้งแต่นั้น พอสว่างได้ที่ก็ออกวิ่งตามแผน แรกๆ ก็วิ่งไปหาวไปและกลัวใจว่าจะวิ่งได้ไม่เต็ม เอาเข้าจริงก็สามารถวิ่งได้จนเสร็จ เป็นเรื่องน่าประทับใจของปีเลยก็ว่าได้

ส่วนวันต่อๆ มาก็ไม่สามารถทำได้อย่างนี้อีก ระยะทางสะสมของสัปดาห์นี้ทำให้ระยะทางรวมดีขึ้นมากโขเลย

Summary Week 200924

นอกจากได้วิ่งตามปกติแล้วยังพยายามคุมการกินจุบจิบหลังมื้อเย็นให้มากอีกด้วย เพราะแน่นอนแล้วว่ายิ่งมื้อดึกต่อเนื่องเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดน้ำหนักลงได้ยากขึ้นเท่านั้น แถมมื้อดึกทำให้ตื่นนอนตอนเช้าแบบไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไหร่ด้วย

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่งแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลงไปได้มากกว่านี้ มื้อดึกก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะละเลยไม่ได้

แผนการต่อไปยังไม่มี จะพยายามรักษาความเป็นปกติแบบสัปดาห์นี้ให้ได้ดูสักสองสามสัปดาห์ก่อนก็แล้วกัน

ความพยายามไม่รู้จบ

หลังจากพักผ่อนและพักรักษาตัวจากอาการเจ็บข้ออีกครั้งนานนับสัปดาห์ ก็จำเป็นอยู่เองที่ต้องตั้งใจลุกขึ้นพยายามวิ่งให้ได้อีกครั้ง

เช้าวันพุธสัปดาห์นี้ตื่นขึ้นก่อนเวลาเสียด้วย ต่างจากเช้าวันพุธทั่วไปที่เช้านี้ไม่มีอาการเมื้อยล้าหลงเหลือจากวันวานมากนัก จะบอกว่าไม่มีเลยก็คงไม่ผิดเสียทีเดียว และเช้านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามครั้งใหม่

แผนการวิ่งสำหรับคนที่ต้องหยุดวิ่งไปนานก็ต้องเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมให้มากนัก จึงคิดที่จะแบ่งการวิ่งในหนึ่งวันเป็นสองรอบอีกครั้ง รอบเช้าตามปกติและรอบเย็นราวๆ สี่โมงถึงห้าโมงเย็น

นอกจากนี้ยังเริ่มเป้าหมายการวิ่งไว้เพียงแค่ห้ากิโลเมตรต่อครั้งก่อน หากสามารถวิ่งได้จนถึงเช้าวันเสาร์ก็น่าจะได้ไม่น้อยกว่าสามสิบกิโล และผลก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

Summary Week 200923

แต่การวิ่งตอนเย็นยังส่งผลเสียอยู่เหมือนเดิมคือทำให้ส้นเท้าล้ากว่าการวิ่งเพียงรอบเดียวในหนึ่งวัน อีกทั้งมื้อเย็นกลับต้องการอาหารมากขึ้นเสียอีก เย็นวันศุกร์แทบแย่กว่าจะเข้านอน

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลตามปกติ แม้กลางสัปดาห์จะมีบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นมื้อใหญ่ที่นั่งละเลียดอาหารมากมายอยู่นานเกือนสองชั่วโมง กระเพาะยังไม่ถึงกับครากแต่ก็อื่มเป็นพิเศษจริงๆ

ดีที่วิ่งเอาไว้ก่อนในตอนเช้า และตลอดสัปดาห์ก็วิ่งได้มากตามที่ตั้งใจก็คงเป็นจุดเริ่มต้นความพยายามครั้งใหม่อย่างน่าภูมิใจ

แผนต่อไปคงพยายามวิ่งวันละหนึ่งรอบ รอบละราวๆ เจ็ดร้อยแคลอรี่เหมือนอย่างเคยให้ได้ จะได้ไม่ต้องกังวลกับการวิ่งรอบบ่ายที่อาจกระทบกับตารางเวลาสำหรับกิจการอื่นๆ