Thirst (2009)

นักบวชผู้กลายมาเป็นผีดูดเลือด ยังพอมีสำนึกเหลืออยู่

ความคาดหวังเดียวเมื่อต้องดูหนังใหม่ของ ปัค ชาน วุค คือคงสนุกแน่ๆ โดยไม่สนใจว่าเนื้อเรื่องที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร ขอปล่อยอารมณ์ให้ผู้กำกับคนนี้พาไปแต่โดยดี

ต่อจาก The Front Line มีอีกโจทย์ที่ชวนค้นหาคือพลแม่นปืน นักแสดงหลักหญิงคนเดียวของเรื่องเป็นใครมีผลงานอะไรมาก่อน ความสนใจพาไปสู่การค้นคว้าและทำให้รู้จักเธอมากขึ้น ยิ่งได้รู้ว่าเคยแสดงหนังของ ปัค ชาน วุค มาแล้ว ไม่มีทางพลาดหนังเรื่องนั้นเป็นแน่

เมื่อเคยดูหนังไตรภาคแห่งความแค้น Park Chan-wook’s The Vengeance Trilogy มาแล้ว ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดู Thirst (2009) ทันทีที่มีโอกาส

เนื้อเรื่องเล่นกันศาสนา จิตสำนึก ศีลธรรม ความรู้สึกความต้องการลึกๆ ของคน ผ่านตัวนักบวชที่ต้องกลายมาเป็นผีดูดเลือด แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องในศาสนาคริสต์ และเรื่องของแวมไพร์ก็คงมีรายละเอียดเบื้องลึกที่เป็นตำนานเล่าขานกันมาภายในแวดวงของตัวเอง เมื่อผู้กำกับพัฒนาบทของเรื่องให้เป็นตามแนวทางแบบเอเซีย หลายสิ่งหลายอย่างต้องรักษาไว้อย่างเคร่งครัด และบางอย่างต้องถูกลดทอนลงไปบ้าง

เมื่อยังพอมีสำนึกเหลืออยู่บ้าง จึงต้องจัดการให้เรื่องราวจบลงอย่างรับผิดชอบและแน่นอนว่าต้องจบลงในแบบที่ผีดูดเลือดเป็นมานานและคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป

สนุกที่บทพาเอานักบวชผู้มีหน้าที่ยกระดับจิตใจของผู้เดินตาม มีความจำเป็นที่ต้องตอบคำถามตัวเองเพื่อหล่อเลี้ยงศีลธรรมภายใน แต่คนก็คือคน เมื่อยังยกระดับจิตใจได้ไม่ถึงขั้น กิเลสก็แทรกเข้ามาแสดงบทบาทได้ ยิ่งพอไปเจอ ‘ตัณหา ราคะ’ เข้าด้วย มันตัวใหญ่ชัดจนพาให้เรื่องราวเลยเถิดไป

ฝีมือของ ปัค ชาน วุค พัฒนายิ่งขึ้นไปอีกกับหนังเรื่องนี้ มีมุมมองแฝงเร้นมากมายที่ถ่ายทอดผ่านเทคนิคการถ่ายภาพ รวมไปถึงจินตนาการในอารมณ์ที่แปลงออกมาเป็นฉากแปลกๆ อีกหลายฉาก ทำให้นึกถึงผลงานเรื่องต่างๆ ของ Terry Gilliam กับความวิจิตรบรรเจิดในมาดเซอร์ๆ แบบฉบับของเทอรี่เอง คิดว่า ปัค ชาน วุค ก็คงพยายามสร้างลายเซ็นต์ของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นจากหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่าเหมือนกัน

เหมือนเดิมคือนักแสดงนำอย่าง ซอง คัง โฮ Song Kang-ho ก็ร่วมงานกับผู้กำกับผู้นี้มาแล้ว และยังเพิ่งแสดงนำใน Secret Reunion (2010) ของผู้กำกับเรื่อง The Front Line (2011) ไป ส่วนดารานำจาก The Front Line (2011) อย่าง ชิน ฮา คยุน Shin Ha-kyun ก็มาแสดงบทสำคัญในเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องเคยพบเจอเขามาก่อนจากหนังของ ปัค ชาน วุค เรื่องก่อนๆ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าถือเอานี่เป็นมุมสนุกๆ ของหนังเกาหลีก็แล้วกัน พบเจอนักแสดงหน้าเดิมๆ หมุนเวียนไปรับบทแปลกใหม่ให้เห็นอยู่ตลอเวลา

คำเตือน หนังเรื่องนี้ฉากรักของนักบวชกับภรรยาของคนอื่น ควรเตรียมรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในใจก่อนนั่งดูหนังฉบับ Director’s Cut ความยาวกว่า 135 นาทีเรื่องนี้

ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Thirst ยังมีข้อมูลดีๆ จากผู้กำกับ รอให้อ่านอยู่อีกมากมาย แนะนำว่าอย่าพลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม

รุกรับสลับกัน

เช้าแรกของสัปดาห์ไม่สามารถออกวิ่งได้เนื่องจากมีโจทย์ให้ต้องตื่นขึ้นมาขบคิดกลางดึกจนเกือบเช้า เป็นเงื่อนไขของความพร้อมจริงๆ วันต่อๆ มาจึงต้องพยายามกระตุ้นตัวเองให้ออกกำลังได้เหมือนเดิม ขาดอีกทีในเช้าวันพฤหัสด้วยภารกิจของครอบครัว

เช้าวันศุกร์เกือบจะถอดใจพักการวิ่งไปอีกหนึ่งเช้าเนื่องจากความพยายามปรับเวลาการเข้านอนให้เข้าที่เข้าทางยังทำได้ไม่สำเร็จ จึงยังนอนไม่หลับในหัวค่ำอยู่จนกว่าจะถึงเที่ยงคืน เมื่อต้องตื่นตามเวลาปกติทำให้รู้สึกว่านอนไม่พอและไม่พร้อมจะออกกำลัง หลักจากลุกขึ้นมาปฏิบัติกิจในวันพระแล้วมีความรู้สึกเปลี่ยนไปอีกทางจึงลองออกวิ่งดูจนเสร็จสิ้นอย่างปกติสุข

นั่นเป็นการวิ่งปิดสัปดาห์และปิดเดือนสามของปีนี้ เช้าวันเสาร์ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีอาการเจ็บที่เอ็นด้านหน้าซ้ายของข้อเท้าขวาขึ้นมาตั้งแต่กลางดึก สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือพักและกินยา

สัปดาห์นี้สะสมระยะทางไปได้อย่างน่าพอใจ

เนื่องจากไม่ต้องการบีบคั้นตัวเองมากจนเกินไป แต่ก็พยายามปรับจิตใจให้ออกกำลังอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง ทำให้สามารถผ่านเป้าหมายที่หนึ่งร้อยกิโลเมตรได้แต่เนิ่นๆ จนเกือบมาถึงระยะหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรในเดือนสามนี้

เดือนใหม่ต้องเพิ่มเป้าหมายขึ้นอีกเพื่อความท้าทาย

ปัญหาเรื่องเวลาการนอนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่ แถมยังมีมื้อดึกแทรกเข้ามาด้วยหวังในผลลัพธ์ให้นอนหลับได้เร็วๆ นั่นเป็นวิธีที่ไม่ดีแต่ไม่สามารถแก้ไขได้จริงๆ

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังอยู่ที่เดิมแปดสิบเก้ากิโลกรัม ทั้งได้ออกกำลังและกินมื้อดึก ไม่รู้ว่าฝ่ายสร้างกับฝ่ายทำลายสุขภาพจะผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างในหนังเรื่องเดอะฟร้อนท์ไลน์ที่เพิ่งดูจบไปอีกนานแค่ไหน

สิ่งที่รออยู่คือการเดินหน้าเข้าสู่ปีที่หกของการออกกำลังกับไนกี้พลัส มันต้องมีอะไรที่ดีกว่าเดิมบ้าง หวังไว้อย่างนั้น